ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงเริ่มฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 1 พ.ค.นี้

27.04.22 | 13:00 น.

เวลาผ่านไปเร็วนะครับ แป๊ปๆก็ปีหนึ่งแล้ว ผมยังจำได้ชัดเจนว่าในช่วงนี้ของปีที่ผ่านมา สปสช.เริ่มรณรงค์ให้ประชาชนไปจองคิวฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่กันเยอะๆ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวหรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เพราะตอนนั้นโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าเริ่มมีสัญญาณของการระบาดหนัก ขณะเดียวกันรัฐบาลก็มีแผนจะระดมฉีดวัคซีนโควิด-19 กันขนานใหญ่ทั่วประเทศในช่วงครึ่งปีหลัง สปสช.เราก็เลยอยากให้ประชาชนมาฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่กันก่อน เพื่อที่อย่างน้อยจะได้มีภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่ ไม่สับสนกับโควิด-19 ซึ่งมีอาการเริ่มต้นคล้ายๆกัน แล้วเมื่อรัฐบาลเริ่มดำเนินการฉีดวัคซีน ประชาชนก็จะได้รับวัคซีน 2 ชนิด ทั้งวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนโควิด-19 

จริงๆแล้วเรื่องบริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลนี้ สปสช.ร่วมมือกับกรมควบคุมโรคบรรจุให้เป็นสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทองมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 แล้วครับ ปีนี้ก็เช่นกันครับ สปสช.เราร่วมมือกับกรมควบคุมโรค เตรียมงบประมาณสำหรับจัดหาวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาฉีดให้กับประชาชนเหมือนเช่นเคย โดยปีนี้เราได้จัดหาวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่จำนวน 4,200,000 โดส สำหรับฉีดให้กับประชาชนไทยที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม กลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่มนี้ก็จะประกอบด้วย 1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป (ให้บริการตลอดทั้งปี) 2.เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปีทุกคน 3.ผู้มีโรคเรื้อรัง คือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4.บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) 6.โรคอ้วน (น้ำหนัก> 100 กิโลกรัม หรือ BMI > 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) และ 7.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้

เหตุผลที่เราอยากให้ 7 กลุ่มเสี่ยงนี้มาฉีดคือปกติแล้วไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นสาเหตุที่สำคัญของการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน ซึ่งพบได้บ่อยในประชากรทุกกลุ่มอายุ อาการของโรคจะมีตั้งแต่อาการไข้ น้ำมูกไหล จนถึงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวมสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ตับอักเสบ ฯลฯ และในภาวะปกติเรามักจะพบอัตราป่วยประมาณ 10-20% ของประชากร ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง และผู้ที่เป็นโรคอ้วน แล้วเวลาป่วยก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิต โรงพยาบาลก็ต้องรับภาระในการดูแลผู้ป่วยและก่อให้เกิดความสูญเสียด้านเศรษฐกิจด้านการรักษาพยาบาลตามมา แล้วยิ่งในภาวะที่เรามีโควิด-19 ระบาดอย่างในปัจจุบัน การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่นอกจากช่วยลดความรุนแรงจากการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้หวัดใหญ่แล้ว ยังลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นจากการติดเชื้อของทั้ง 2 โรค และลดอัตราการนอนโรงพยาบาลของผู้ป่วยโรคโควิด-19 รวมทั้งยังลดความสับสนการตรวจคัดกรองภาวะติดเชื้อร่วมระหว่างโรคไข้หวัดใหญ่กับโรคโควิด-19 ได้อีกด้วย ดังนั้นจะเห็นว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีแต่ประโยชน์ เราจึงอยากให้ 7 กลุ่มเสี่ยงนี้มารับวัคซีนกันเยอะๆครับ โดยสามารถฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่คู่กับวัคซีนโควิด-19 ได้ ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข

ทั้ง 7 กลุ่มนี้สามารถมารับวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2565 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด โดยมาฉีดได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และที่สำคัญคือมาฉีดได้ทุกสิทธิการรักษาพยาบาล ไม่จำกัดว่าต้องเป็นสิทธิบัตรทองเท่านั้น สิทธิประกันสังคม ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นก็มาฉีดได้ครับ ซึ่งวัคซีนที่ท่านจะได้รับจะครอบคลุมการป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ (an A/Victoria/2570/2019 (H1N1) pdm09-like virus, an A/Darwin/9/2021 (H3N2)-like virus; และ a B/Austria/1359417/2021 (B/ictoria lineage)-like virus.) ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนด แล้วขั้นตอนวิธีการรับวัคซีนก็ง่ายมาก คนที่เคยฉีดเมื่อปีที่แล้วจะมีข้อความ SMS ส่งไปแจ้งให้เข้ารับบริการฉีดวัคซีนครับ ข้อความ SMS จะบอกว่า “วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีมาแล้ว ! สำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี! ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน ไม่ต้องจอง ไปก่อนได้ก่อน ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2565 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด สามารถค้นหาสถานพยาบาลใกล้บ้านผ่านกระเป๋าสุขภาพได้ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป” ถ้าท่านได้ SMS แบบนี้ ท่านสามารถเดินเข้ารับบริการที่หน่วยบริการใกล้บ้านได้เลยไม่ต้องจองล่วงหน้า หรือเพื่อความชัวร์ก็อาจโทรสอบถามกับหน่วยบริการก่อน 

Advertisement

แต่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะมีความพิเศษหน่อยเพราะว่ามีจำนวนประชากรค่อนข้างมาก เราก็เลยยังคงใช้ระบบเปิดให้จองฉีดวัคซีนล่วงหน้า ด้วยการลงทะเบียนผ่านแอป “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทยเหมือนปีที่ผ่านมา ดังนั้นถ้าท่านอยู่ในพื้นที่ กทม. ขอให้ท่านจองคิวผ่านแอปฯเป๋าตังก่อนนะครับ เพื่อที่เราจะได้ทราบจำนวนและจัดสรรวัคซีนไปให้หน่วยบริการใกล้บ้านท่านได้อย่างเหมาะสม เมื่อหน่วยบริการได้รับวัคซีนแล้ว พอถึงวันนัด ท่านก็สามารถเดินเข้าไปรับวัคซีนได้ตามปกติ หรือถ้าท่านใดมีข้อสงสัยเพิ่มเติม เช่น เพิ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงในปีนี้ ไม่ได้รับ SMS หรือมีข้อสงสัยอื่นๆ เราก็มีช่องทางให้ท่านสอบถามได้หลายช่องทาง ทั้งสายด่วน สปสช. 1330 ช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 และ Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand ครับ