ทางเลือกใหม่ผู้ป่วยโควิด “สีเขียว” พบหมอออนไลน์ “เจอ แจก จบ” ไม่ต้องถ่อไปถึง รพ.

29.04.22 | 12:30 น.

การระบาดของโควิด-19 ช่วง 2-3 ปีมานี้ แม้จะมีผลกระทบมากมาย แต่อีกมุมหนึ่งก็ทำให้ระบบสุขภาพของไทยมีนวัตกรรมหรือระบบบริการใหม่ๆ เกิดขึ้นเช่นกัน ล่าสุด สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ก็ได้ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัท กู๊ดด็อกเตอร์เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จัดระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มที่อาการไม่รุนแรง (สีเขียว) ที่ไม่มีความเสี่ยง เช่น ไม่มีโรคประจำตัว ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 608 ให้สามารถรับการดูแลจากแพทย์ด้วยระบบ Tele-Health ตามแนวทางการดูแลแบบผู้ป่วยนอก “เจอ แจก จบ” ผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมจัดส่งยาให้ถึงบ้าน เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ป่วยอีกทางหนึ่งในกรณีไม่สะดวกเดินทางไปโรงพยาบาล

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ประเทศไทยมีการระบาดของโควิด-19 มาประมาณ 2-3 ปีแล้ว ซึ่งในช่วงแรกนั้น ด้วยความที่เป็นโรคใหม่ คนยังไม่รู้จัก เมื่อมีการติดเชื้อขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาการสีเขียว สีเหลือง หรือสีแดง ก็ไปอยู่ในโรงพยาบาลกันหมด เตียงโรงพยาบาลมีเท่าไหร่ก็ไม่พอ คนที่อาการรุนแรงและต้องได้นอนเตียงจริงๆก็ไม่สามารถหาเตียงได้

อย่างไรก็ดี จากตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ผ่านมาพบว่ามากกว่า 50% หรือบางช่วงสูงขึ้นไปถึง 80% เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มอาการสีเขียว จึงมีการปรับระบบบริการให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้แยกมารับการรักษาที่บ้าน หรือ Home Isolation ยิ่งในยุคปัจจุบันเป็นยุคของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนซึ่งติดต่อง่ายแต่อาการไม่รุนแรง กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ปรับระบบมาเป็นการดูแลแบบผู้ป่วยนอก หรือ “เจอ แจก จบ” ผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัยไปพบแพทย์แล้วกลับบ้านได้เหมือนผู้ป่วยนอกทั่วไป แต่ระบบนี้ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น บางรายอาจเดินทางไปโรงพยาบาลลำบาก หรือโรงพยาบาลมีความแออัด สปสช.จึงสร้างทางเลือกใหม่ๆเพื่ออำนวยความสะดวก เช่น การร่วมมือกับสภาเภสัชกรรม ดึงร้านยากว่า 700 แห่งทั่วประเทศมาเป็นเครือข่ายให้ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวไปรับยาที่ร้านยาได้ รวมทั้งมองหาช่องทางอื่นๆ และทราบว่าธนาคารไทยพาณิชย์มีแอปพลิเคชัน SPRING UP ซึ่งเป็นแอปฯ เกี่ยวกับสุขภาพและมีบริการพบแพทย์ออนไลน์ที่ให้บริการโดยบริษัท กู๊ดด็อกเตอร์เทคโนโลยี (ประเทศไทย) อยู่ในนั้น จึงได้ชักชวนให้เข้ามาร่วมมือกันดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวด้วย

“กระทรวงสาธารณสุขคาดการณ์ฉากทัศน์หลังเทศกาลสงกรานต์ไว้ 3 แบบคือมีจำนวนผู้ติดเชื้อน้อย ปานกลาง และติดเชื้อจำนวนมาก การเตรียมพร้อมเราก็จะมอง worst case scenario ไว้ก่อน จึงต้องเตรียมช่องทางการให้บริการไว้เยอะๆ ถ้าเป็นกลุ่มอาการหนักหรือปานกลาง กลุ่มนี้ต้องไปโรงพยาบาลอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีโรคประจำตัว ไม่เป็นผู้สูงอายุ จะมีทางเลือกหลายช่องทาง ไปโรงพยาบาลใกล้ก็ได้ ไปรับยาที่ร้านยาใกล้บ้านก็ได้ พบแพทย์แบบ Tele-Health ผ่านแอปฯ SPRING UP ก็ได้ หรือที่บ้านอยู่หลายคนก็เข้า Home Isolation ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล” ทพ.อรรถพร กล่าว

ด้าน ดร.ชาลี อัศวธีระธรรม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Digital Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะเจ้าของแอปฯ SPRING UP กล่าวว่า แม้ธนาคารไทยพาณิชย์จะทำธุรกิจเกี่ยวกับการเงิน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ด้วยความที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ก็ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและห่วงใยสุขภาพประชาชนด้วย จึงได้พัฒนาแอปฯ SPRING UP ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้ง App store ของ iOS และ Play store ของระบบ Android แอปฯนี้จะมีบริการหลายหมวดที่เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น การให้คำแนะนำการออกกำลังกาย การให้คำแนะนำเรื่องอาหาร โดยสามารถถ่ายรูปอาหารที่จะรับประทานแล้วให้ระบบ AI คำนวนปริมาณแคลลอรี่แล้วให้คำแนะนำในการทานและการออกกำลังกาย รวมทั้งได้ร่วมมือกับบริษัท กู๊ดด็อกเตอร์เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จัดบริการพบแพทย์แบบออนไลน์ เป็นต้น

Advertisement

“การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ จะช่วยอำนวยความสะดวกและลดความกังวลของประชาชน ความร่วมมือในครั้งนี้ แอปฯ SPRING UP จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการรับการดูแลจากแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียว ซึ่งเราได้คุยกันไว้ว่าตั้งแต่การพบแพทย์ สั่งยา ส่งยามาถึงบ้านผู้ป่วย จะใช้เวลาไม่เกิน 60 นาที ดังนั้นผมอยากให้ลองดาวน์โหลดมาใช้กันดู เพราะถ้าไปโรงพยาบาล บางครั้ง 60 นาทียังไม่ได้พบแพทย์เลย แต่ช่องทางนี้มีความรวดเร็ว สะดวก และตลอดกระบวนการผู้ป่วยไม่ต้องออกบ้านไปไหนเลย ปลอดภัยต่อการรับเชื้อหรือแพร่เชื้อด้วย” ดร.ชาลี กล่าว

ขณะที่ นพ.สุทธิชัย โชคกิจชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท กู๊ดด็อกเตอร์เทคโนโลยี (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทฯก่อตั้งขึ้นโดยตั้งใจนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อนำแพทย์มาพบผู้ป่วย จากเดิมที่ผู้ป่วยต้องมาพบแพทย์ ซึ่งนอกจากแพทย์แล้วยังสามารถรับคำแนะนำจากวิชาชีพอื่นๆ เช่น เภสัชกร โภชนากร หรือนักจิตวิทยา เป็นต้น โดยขณะนี้ให้บริการแล้วใน 2 ประเทศ คือ อินโดนีเซียและไทย 

นพ.สุทธิชัย กล่าวต่อไปว่า ในช่วงของการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าที่ผ่านมา บริษัทฯได้สมัครเข้าร่วมให้บริการ Home Isolation ครอบคลุมพื้นที่ทั่ว กทม. โดยให้บริการผู้ป่วยไปแล้วประมาณ 3,900-4,000 คน และเมื่อปรับระบบการดูแลมาเป็นแบบ “เจอ แจก จบ” ก็จะเป็นอีก 1 ช่องทางให้คนไข้สามารถลงทะเบียนรับบริการได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องผ่านช่องทาง 1330 ของ สปสช. โดยไม่ต้องเดินทางก็สามารถพบแพทย์ได้และรอรับยาที่บ้านได้เลย

สำหรับขั้นตอนการรับบริการนั้น อันดับแรกผู้ป่วยต้องดาวน์โหลดแอปฯ SPRING UP มาไว้ในโทรศัพท์มือถือก่อน ซึ่งในแอปฯนี้จะมีแบนเนอร์ที่มีข้อความว่า “ตรวจ ATK ขึ้น 2 ขีด หาหมอออนไลน์ รับยาเจอ แจก จบ ฟรี รับสิทธิ์เลย ด้วยความห่วงใยจาก สปสช. Spring Up GDTT” เมื่อคลิกเข้าไปแล้วผู้ป่วยจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ ฯลฯ รวมทั้งยืนยันตัวตนก่อนรับบริการ จากนั้นคลิกลงทะเบียน เมื่อลงทะเบียนแล้วข้อมูลทั้งหมดจะส่งมาที่บริษัท จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเบื้องต้นว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรับบริการแบบเจอ แจก จบได้หรือไม่ เช่น ไม่เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองหรือแดง ไม่เป็นกลุ่ม 608 เป็นต้น เมื่อตรวจสอบแล้วอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถให้บริการได้ เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับและส่งเข้าพบแพทย์ผ่านระบบแชทได้เลย และเมื่อแพทย์ตรวจอาการเสร็จแล้วสั่งยา ข้อมูลการสั่งยาจะถูกส่งไปที่ร้านยาใกล้บ้านผู้ป่วย เมื่อร้านยาจัดยาเสร็จ จะมี Rider ของ Grab มารับยาไปส่งให้ผู้ป่วยถึงบ้าน อีกทั้งเมื่อครบ 48 ชั่วโมง แพทย์ก็จะติดตามอาการผู้ป่วยอีกครั้ง

“บริการนี้เราวางแผนให้คนไทยทุกคนทุกสิทธิทั่วประเทศสามารถใช้งานได้ แต่ในระยะแรกผู้ประกันตนจะยังไม่สามารถรับบริการได้เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการประสานงาน แต่สิทธิบัตรทอง ข้าราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งานได้เลย นอกจากนี้ ในระยะแรกเราจะให้บริการใน กทม.และและปริมณฑล ก่อนเพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ใน กทม. ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดหากต้องการก็โหลดแอปฯเพื่อรับบริการอื่นๆ ที่ไม่ใช่โควิด-19 ได้เช่นกัน เช่น ปรึกษาแพทย์หรือคำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพในโรคอื่นๆ แต่ในอนาคตเราก็จะขยายพื้นที่บริการเกี่ยวกับโควิด-19 ให้ครอบคลุมต่างจังหวัดด้วย” นพ.สุทธิชัย กล่าว