CEA กับการผลักดัน ‘ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์’ ขับเคลื่อนสู่ ‘เมืองสร้างสรรค์’ ยั่งยืน

9.05.22 | 10:49 น.

ในระยะหลัง เรามักจะได้ยินว่าคำว่า ‘เมืองสร้างสรรค์’ และ ‘ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์’ กันบ่อยขึ้น ด้วยเป็นแนวทางการพัฒนาที่มีกันทั่วโลก เนื่องจากธุรกิจมีการ ‘เปลี่ยน’ ตลอดเวลา ทั้งสถานที่ ชนิด ประเภท และคน อย่างเช่นประเทศไทยในอดีตที่แหล่งธุรกิจขนาดใหญ่อยู่บนถนนเจริญกรุง ก่อนเปลี่ยนมาเป็นย่านราชดำริ สีลม และสุขุมวิท

เมื่อคนย้ายออกจากแหล่งธุรกิจเดิม ปัญหาที่ตามมาคือ ทำให้พื้นที่แห่งนั้นเงียบเหงา บางพื้นที่เข้าขั้นร้าง โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่างยุโรป และ สหรัฐอเมริกา จึงจำเป็นต้องหาทางแก้ไขเพื่อให้เมืองพลิกฟื้นขึ้นมาใหม่

คำว่า ‘เมืองสร้างสรรค์’ (Creative City) ตามนิยามของยูเนสโก มีความหมายถึง เมืองที่มีการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์จากกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีส่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเมืองนั้นๆ และมีพื้นที่ของการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ ถ้าเจาะลึกให้มากกว่านั้น เมืองสร้างสรรค์จะต้องมาจากการเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการใช้ประโยชน์จากเอกลักษณ์ในท้องถิ่น ไม่ว่าจะมาจากทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ทักษะที่มีเฉพาะคนในพื้นที่ ไปจนถึงนวัตกรรม จะต้องพัฒนาให้ตอบโจทย์ทั้งคนในพื้นที่และผู้มาเยือน 

เมืองที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองสร้างสรรค์จึงส่งผลไปถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คน เพราะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง และเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศได้อย่างยั่งยืน

หนึ่งในแนวทางพัฒนาเมืองสร้างสรรค์มาจากเครื่องมือตั้งต้นที่สำคัญอย่างการพัฒนาพื้นที่เล็กๆ ให้เป็น ‘ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์’ หรือพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์จากความคิดสร้างสรรค์ สามารถสร้างโอกาสให้มีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้น นอกจากนี้ หากมีย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้รับการส่งเสริมครบ 5 ยุทธศาสตร์ ก็จะยกระดับขึ้นเป็น ‘ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้นแบบ’ โดยโมเดลการพัฒนาพื้นที่เริ่มต้นจากการเข้าร่วม ‘เครือข่ายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ประเทศไทย (Thailand Creative District Network: TCDN)’ 

Advertisement

CEA กับภารกิจพัฒนาเมืองและย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์

หน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ผลักดันให้ประเทศไทยมีการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ และ ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก็คือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA โดยการดำเนินงาน แบ่งเป็นระดับย่าน ได้แก่ ‘เครือข่ายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ประเทศไทย (Thailand Creative District Network: TCDN)  มีเป้าหมายจำนวนไม่ต่ำกว่า 30 พื้นที่ใน 30 จังหวัด โดย CEA ทำงานในสาขาตามภูมิภาค ทั้งใน จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น และ สงขลา นอกจากนี้ยังร่วมผลักดันพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ ที่เข้าร่วมเครือข่ายของ TCDN อาทิ เชียงราย ย่านในเวียง, สุโขทัย ย่านเมืองเก่า, นครราชสีมา ย่านบ้านดู่-บ้านจะโปะ, นครศรีธรรมราช ย่านท่าวัง-ท่ามอญ, สกลนคร ย่านเมืองเก่าสกลนคร ฯลฯ

และ ‘ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้นแบบ’ ซึ่งจะได้รับการพัฒนาในทุกมิติ มีเป้าหมายจำนวน 5 พื้นที่ เริ่มจาก กรุงเทพฯ ย่านเจริญกรุง, เชียงใหม่ ย่านช้างม่อย, ขอนแก่น ย่านศรีจันทร์, สงขลา ย่านเมืองเก่า และแพร่ ย่านเจริญเมือง

ในระดับเมือง หรือ ‘เมืองสร้างสรรค์’ เป้าหมายมีทั้งเมืองเดิมที่เป็นสมาชิกของยูเนสโกอยู่แล้ว เช่น ภูเก็ต  เชียงใหม่ สุโขทัย ฯลฯ ที่จะต้องทำกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงเมืองใหม่ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกอย่าง เชียงราย น่าน นครปฐม สุพรรณบุรี เป็นต้น ที่จะต้องผลักดันให้เกิดการเข้าร่วมเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ระดับโลก

ผลงานและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์  อธิบายถึงตัวอย่างของหนึ่งในย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้นแบบก็คือ ‘เจริญกรุง’ โดยมีศักยภาพของพื้นที่ความเป็นชุมชนเก่าแก่บนย่านการค้าที่เคยรุ่งเรืองในอดีต มีเรื่องราวจากเรื่องเล่าของวิถีชีวิตคนไทยเชื้อสายจีนจากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงเอกลักษณ์ของบ้านเรือนร้านรวงต่างๆ 

“ จากก่อนหน้านี้ที่ค่อนข้างซบเซา มีแต่ห้องแถวว่างกว่า 300 คูหา ไม่มีผู้คนสัญจรผ่าน แต่เมื่อเจริญกรุงได้รับการพลิกฟื้นให้กลับมามีชีวิตชีวาในแบบของย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์  ทุกวันนี้มีธุรกิจร้านค้าเปิดกันเกือบ 200 คูหา มีธุรกิจรูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย อย่างเช่นกลุ่มห้องแถวที่ในอดีตเป็นโรงงานเล็ก ๆ ผลิตเครื่องเงิน วันนี้กลายมาเป็นคอมมูนิตี้ ไลฟ์สไตล์ โพรดักส์ มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ และร้านขายเสื้อผ้า ”

หนึ่งในผู้ประกอบการในพื้นที่ กุลยา กาศกุล ผู้จัดการโครงการ Charoen 43 Art & Eatey บอกว่า ช่วงที่เจริญกรุง เริ่มจัดงานบางกอก ดีไซน์ วีค มีคนมาเที่ยวชมเยอะมาก ทำให้มีความคิดอยากทำอะไรที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับศิลปะหรืองานออกแบบเพื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่และรูปแบบการพัฒนา จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ Charoen 43 Art & Eatery โดยคัดเลือกผู้ประกอบการร้านค้าที่จะมาอยู่ด้วยกันว่าเป็นประเภทไหน ชอบอะไรที่เหมือนกันหรือไม่ ที่สำคัญคือจะต้องอนุรักษ์โครงสร้างเดิมของตึกให้ได้มากที่สุด ถ้ามีความคิดตรงกันก็มาทำธุรกิจเป็นเพื่อนบ้านกันได้

หรือย่านเซียงกงแหล่งค้าขายอะไหล่มือสองในอดีต ‘ตลาดน้อย’ ที่ถูกพัฒนาพื้นที่ตั้งแต่ปี 2558 ภายใต้การทำงานระหว่าง CEA ร่วมกับคนในพื้นที่ เครือข่าย และกลุ่มศิลปิน หลังจากเปลี่ยนโฉมให้เป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก็มีร้านค้าใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย มีอาคารอายุกว่าร้อยปีสไตล์เก๋งจีนกลายมาเป็นคาเฟ่ที่ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิค บรรยกาศตามตรอกซอกซอย ผนังกำแพงถูกจำลองให็เป็นแกลเลอรี่จัดแสดงผลงานศิลปะภาพถ่ายวิถีชีวิตผู้คนในย่านนี้ ตั้งชื่อว่า ‘Portrait of Charoenkrung’ กระทั่งเป็นจุดเช็คอินยอดฮิตโดยเฉพาะในช่วงวันหยุด สร้างรายได้หมุนเวียนในย่านนั้นไม่ใช่น้อย

จุฤทธิ์ กังวานภูมิ ประธานชุมชนตลาดน้อย และนักวิชาการด้านสถาปนิกชุมชน เล่าให้ฟังว่า การที่ CEA เข้ามาพัฒนาให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์นั้น ถือว่ามีเป้าหมายในทิศทางเดียวกันกับคนในชุมชน ก็คือต้องการพลิกฟื้นให้ที่นี่มีชีวิตชีวาและน่าอยู่ หากคนในพื้นที่ย้ายออกไปเรื่อยๆ ความเป็นย่านเก่าที่มีต้นทุนดีๆ ทางประวัติศาสตร์จะหายไปตามคน เขาอยากทำให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตในย่านนี้ให้คึกคักเหมือนในอดีต ซึ่งการเป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์จะทำให้เศรษฐกิจดี สิ่งแวดล้อมดี คนในชุมชนก็จะไม่ย้ายออกไป

อนาคตและทิศทางสู่เมืองสร้างสรรค์

สำหรับการทำเครือข่ายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ประเทศไทย (Thailand Creative District Network: TCDN) อภิสิทธิ์ เล่าว่า  เป็นการทำงานแบบประยุกต์ไปกับจังหวัดต่างๆ จากการทำงาน 3 ปี รับได้ประมาณ 30 พื้นที่ โดยภารกิจของ CEA คือเข้าไปช่วยเหลือในการจัดเตรียม ต้องศึกษาให้รู้ว่า ปัจจัยแบบไหนต้องใช้วิธีการอย่างไร นอกจากนี้ ก็ยังช่วยเติมแพลตฟอร์มใหม่ ๆ มีการทำกิจกรรมต่างๆ อย่างเช่น เชียงใหม่ ดีไซน์ วีค หรือ อีสาน ครีเอทีฟ เฟสติวัล ที่ขอนแก่น เป็นต้น เพื่อทำให้ย่านนั้นคึกคักมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยถึงการนำความคิดสร้างสรรค์ใส่เข้าไปในเมืองและธุรกิจต่างๆ ผลตอบแทนควรจะต้องดีขึ้นอย่างไร ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกับที่ต่างประเทศทำ เพราะฉะนั้นการนำความคิดสร้างสรรค์เติมเข้าไปในธุรกิจ ผลที่ได้ ร้านค้า หรือธุรกิจต่าง ๆ มียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 26%

“ นอกจากการนำความคิดสร้างสรรค์ใส่เข้าไปแล้ว บางพื้นที่ก็ต้องร่วมมือกับเขตทำให้ถูกสุขลักษณะ มีไฟส่องสว่าง ทำให้รู้สึกว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย  ต้องค้นหาว่ายังมีอะไรที่ขาดอยู่ ควรเติมอะไรเข้าไปบ้าง จัดเวิร์คช็อป เชิญชวนนักบริหารคนรุ่นใหม่ในพื้นที่มาร่วมกันระดมสมองออกไอเดียว่า ถ้าต้องการพัฒนาเมืองด้วยโมเดลของครีเอทีฟ ซิตี้ จะทำด้วยวิธีการอะไรเพื่อให้เมืองน่าสนใจ เหล่านี้เป็นส่วนประกอบของกระบวนการที่จะทำให้ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์เกิดขึ้น ”

นอกจาก เจริญกรุง – ตลาดน้อย ที่วันนี้ได้พลิกโฉมกลายมาเป็นต้นแบบของย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตามมาด้วยจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น และกำลังจะพัฒนาที่สงขลาเป็นแห่งที่ 4 อีกทั้งการทำเครือข่ายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ประเทศไทย  30 พื้นที่ มองดูจำนวนตัวเลขแล้วก็นับว่าไม่น้อย แต่ผู้อำนวยการ CEA บอกว่า ถ้าจะใช้คำว่าประสบความสำเร็จก็คงพูดได้ไม่เต็มปากนัก ด้วยเหตุผลที่เพิ่งเริ่มต้นเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมานี้เอง

“ แต่ในแง่ของทิศทางการก่อร่างสร้างตัว เพื่อทำให้คนที่อยู่ในพื้นที่หรือแม้แต่คนที่เข้ามาใหม่ สามารถใช้ปัจจัยของความคิดสร้างสรรค์ หรือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ แล้วทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้เพิ่มขึ้น มีความหลากหลายของกิจกรรม อีกทั้งจำนวนร้านที่เพิ่มขึ้นแต่ละในพื้นที่ ก็อยู่ในอัตราส่วนที่เราคาดหวัง เช่น เจริญกรุง มีเกือบ 200 รายที่เกิดขึ้นมาใหม่ ในเชียงใหม่เคยขึ้นมาเยอะมาก แต่มาชะงักเพราะโควิด สำหรับขอนแก่นก็กำลังเติบโต จึงต้องเรียกว่าอยู่ระหว่าง grooming ที่ทำให้ย่านนั้นสร้างสรรค์ ” 

ต้องถือเป็นความเปลี่ยนแปลง ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการทำงานของ CEA ซึ่งหากมีความร่วมมืออย่างจริงจังของเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน น่าจะเป็นโอกาสที่นำไปสู่การต่อยอดของการเป็นเมืองสร้างสรรค์เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศได้อย่างยั่งยืน

 

ติดตามได้จากรายงานชุดนี้ 

https://www.facebook.com/watch/?v=466124448536835 

https://www.facebook.com/watch/?v=372102231527645 

https://fb.watch/cQz-qRcSqc/ 

https://www.youtube.com/watch?v=7Ih4vdcwYTo