ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สถิติผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสุรินทร์เพิ่มสูงขึ้นทุกปี นับตั้งแต่โรงพยาบาลสุรินทร์เริ่มต้นให้บริการฉายรังสีในปี 2557 มีผู้ป่วย 400 ราย เมื่อเทียบกับ 2 ปีล่าสุด ยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์ COVID-19 เริ่มแพร่ระบาดในไทย มีผู้ป่วยที่เข้ารับการฉายรังสี 900 -1,000 รายต่อปี โดยเฉพาะในปี 2564 ที่สถานการณ์ COVID-19 แพร่ระบาดหนัก ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องการรักษาด้วยการฉายรังสีสูงถึง 1,100 รายต่อปี ขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1,200 รายต่อปี
ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลสุรินทร์มีเครื่องฉายรังสีเพียงเครื่องเดียว จึงไม่สามารถรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นทุกปีได้ ทำให้คิวรอคอยฉายรังสีเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเครื่องฉายรังสีดังกล่าวยังใช้งานมานาน 11 ปี ด้วยเหตุนี้ทางโรงพยาบาลสุรินทร์จึงได้นำเครื่องฉายรังสี Harmony Pro มาใช้เพิ่มอีก 1 เครื่อง ซึ่งนอกจากจะสามารถให้บริการผู้ป่วยต่อวันได้มากขึ้นแล้ว ยังมีเทคนิคการรักษาใหม่ที่หลากหลาย และแม่นยำมากยิ่งขึ้น ช่วยลดผลข้างเคียงในการรักษา และลดระยะเวลาในการรอคอยคิวเข้ารับบริการฉายรังสีจาก 1-2 เดือน เหลือเพียงประมาณ 4-5 สัปดาห์ ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์กระทรวงสาธารณสุข คือ ไม่เกิน 42 วัน หรือ 6 สัปดาห์ อีกทั้งยังลดการส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และนครราชสีมา เนื่องจากปัจจุบันโรงพยาบาลสุรินทร์มีศักยภาพในการรักษา

น.พ.ชุมนุม วิทยานันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวว่า โรงพยาบาลสุรินทร์เปิดให้บริการเป็นเวลากว่า 70 ปีแล้ว โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2494 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลได้มุ่งมั่นในการพัฒนาในทุกด้าน ทั้งด้านอาคารสถานที่ บุคลากร และการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดโรงพยาบาลฯ ได้ใช้เครื่องฉายรังสี Harmony Pro อย่างเป็นทางการ นับเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทย และแห่งแรกในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกที่ใช้เครื่องรุ่นนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการให้บริการรักษาผู้ป่วยมะเร็งของกลุ่มรังสีวิทยาของโรงพยาบาลสุรินทร์ ซึ่งนอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาแล้ว ยังสามารถรักษาผู้ป่วยต่อวันได้มากขึ้น
พญ.สุภาพรรณ วิทยานุวัฒน์ หัวหน้างานรังสีรักษา กลุ่มงานรังสีวิทยา โรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวว่า โรงพยาบาลสุรินทร์เลือกใช้เครื่องฉายรังสี Harmony Pro ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการฉายรังสีบำบัด โดยผสานคุณสมบัติที่สำคัญได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งประสิทธิภาพการทำงาน ความแม่นยำ และความสามารถรอบด้าน ที่จะช่วยให้แพทย์สามารถใช้เทคนิคล้ำสมัยที่หลากหลาย ทั้งเทคนิค 3 มิติ การปรับความเข้ม และฉายรังสีเทคนิคเฉพาะจุด รวมทั้งการผ่าตัดด้วยรังสี ซึ่งเป็นเทคนิคที่ Advance มากขึ้นได้ โดยกลุ่มรังสีวิทยากำลังพัฒนาบุคลากรให้สามารถรองรับการรักษาคนไข้ทางด้านนี้

“เหตุผลที่เลือกใช้เครื่องฉายรังสี Harmony Pro อันดับแรก คุณสมบัติตอบโจทย์ เนื่องจากมีเทคนิคและพลังงานที่ต้องการใช้ครบถ้วนที่น่าสนใจ มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย ใช้งานง่าย และมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ที่ทำให้กระบวนการใช้งานรวดเร็วขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ 30-50% ด้วยข้อจำกัดของเรา คือ บุคลากรทางการแพทย์น้อย เราจึงอยากได้เครื่องที่ช่วยให้บุคลากรของเราสามารถ Fast Track ได้เร็วขึ้น ซึ่งเครื่องรุ่นนี้มี Option ที่ตอบโจทย์ ช่วยลดเวลาการจัดตำแหน่งผู้ป่วยและตั้งค่าก่อนการฉายรังสีได้มากถึง 50% ทำให้กระบวนการฉายรังสีรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ใช้งานง่าย คาดว่าเครื่องฉายรังสีใหม่นี้ จะให้บริการคนไข้ได้ 60 -70 คนต่อวัน และเมื่อรวมกับเครื่องเดิมที่มีอยู่ โรงพยาบาลก็จะให้บริการคนไข้ได้ราว 100-120 รายต่อวัน” พญ.สุภาพรรณ กล่าว
จุดเด่นของเครื่องฉายรังสี Harmony Pro คือ ประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยการใช้งานภายในห้องแบบรวดเร็ว หรือ FastTrack แบบใหม่ ซึ่งใช้เวลาในการรักษาที่รวดเร็วขึ้น ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนคนไข้ที่ได้รับการฉายรังสีต่อวันได้ ลดระยะเวลารอคอยคิว และลดการส่งต่อคนไข้เพื่อไปรักษายังโรงพยาบาลอื่นๆ อีกทั้งยังมีความแม่นยำ สามารถเข้าถึงเป้าหมายในการฉายรังสี และสอดคล้องกับการหดตัวของเนื้องอกในความละเอียดระดับมิลลิเมตร ด้วยเทคนิคการรักษา รวมทั้งรูปแบบการถ่ายภาพที่หลากหลาย ทำให้เครื่อง Harmony Pro มีคุณสมบัติที่จำเป็นในการรักษามะเร็ง ที่พบได้บ่อย ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งอุ้งกระดูกเชิงกราน มะเร็งศีรษะและคอ
พ.ญ.สุภาพรรณ กล่าวว่า โรงพยาบาลสุรินทร์ได้นำเครื่องฉายรังสี Harmony Pro มาให้บริการคนไข้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันมีคนไข้ที่เข้ารับบริการแล้ว 15 คน จากประสบการณ์ในการใช้เครื่องฉายรังสี Harmony Pro พบว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาคนไข้มะเร็งหลัก ๆ คือ สามารถลดผลข้างเคียงของการฉายรังสี โดยสามารถฉายตรงตำแหน่งก้อนเนื้องอก ส่งผลให้รังสีไปโดนตำแหน่งของเนื้อเยื่อปกติน้อยลง ทำให้คนไข้สุขสบายมากขึ้น และไม่หยุดพัก (Break out) ในระหว่างคอร์สการรักษา และเข้ารับการรักษาจนครบคอร์ส ทำให้โอกาสในการรักษาโรคมะเร็งให้หายขาดมีมากขึ้น ซึ่งเป็นยกระดับการรักษาคนไข้มะเร็ง เนื่องจากได้มีการศึกษาหลายโรคแล้วพบว่า หากใช้เทคนิคการฉายรังสีที่ดีขึ้น จะทำให้คนไข้มีโอกาสหายขาดจากโรคมากยิ่งขึ้น
“ขณะนี้คิวคนไข้มะเร็งที่ต้องเข้ารับบริการเครื่องฉายรังสีอยู่ที่ 2 เดือน ถ้าเราเปิดเครื่องฉายรังสีอัตราเต็มกำลังทั้งสองเครื่อง น่าจะลดระยะเวลาการรอคอยคิวฉายแสงได้มากกว่า 50% ระยะเวลาในการรอคอยคิวน่าจะเหลือเพียง 4-5 สัปดาห์ ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์กระทรวงสาธารณสุข คือ 6 สัปดาห์” พ.ญ.สุภาพรรณ กล่าว
น.พ.ชวลิต ชยางศุ หัวหน้าศูนย์ความเชี่ยวชาญ สาขาโรคมะเร็ง โรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวถึงสถานการณ์มะเร็งในประเทศไทยว่า มีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่มากเป็นอันดับ 1 รองลงมา ได้แก่ มะเร็งตับและท่อ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งช่องปาก ซึ่งตามสถิติจะเป็นในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ แต่สิ่งที่แตกต่าง คือ ในพื้นที่ภาคอีสาน มีผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดีเพิ่มขึ้นมาพอสมควร
ด้านราเนียล ซาร์เมียนโต้ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ ด้านมะเร็งวิทยา ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก บริษัท Elekta ผู้ผลิตเครื่องฉายรังสี Harmony Pro จากประเทศสวีเดน กล่าวว่า นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีการใช้เครื่องฉายรังสี Harmony Pro ในประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม และตุรกี ซึ่งฉายรังสีผู้ป่วยโดยเฉลี่ยวันละ 75 คน ทั้งที่เป็นเทคนิคทั่วไป และเทคนิคขั้นสูง เช่น IMRT, VMAT และ Hypofractionated Treatments โดยออกแบบกระบวนการที่มีการตรวจสอบคุณภาพเครื่องแบบอัตโนมัติและขั้นตอนการลงทะเบียนผู้ป่วยแบบ Fast Track ทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานให้รวดเร็วเพิ่มขึ้นถึง 50%
เครื่องฉายรังสีรุ่น Harmony Pro ออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ป่วยเป็นสำคัญ ทำให้มีรูปลักษณ์ และตัวเครื่องที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบาย และผ่อนคลายขณะรับบริการ นอกจากนี้ยังทำงานรวดเร็ว และมีระบบจดจำใบหน้าอีกด้วย การที่โรงพยาบาลสุรินทร์มีเครื่องรุ่นนี้ ทำให้โรงพยาบาลฯ ได้บรรลุถึงเป้าหมายที่ต้องการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพ ขยายขีดความสามารถในการบริการ และยกระดับการรักษาผู้ป่วยมะเร็งให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

