แพทย์ย้ำกินไก่ไม่ใช่สาเหตุของโรคเกาต์

20.07.22 | 17:34 น.

เนื้อไก่เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญต่อร่างกาย ไขมันน้อย มากด้วยคุณประโยชน์ ราคาเข้าถึงได้ จึงเป็นเป็นที่นิยมสำหรับผู้บริโภค รวมถึงกลุ่มคนรักสุขภาพอีกด้วย แต่ยังมีผู้บริโภคบางคน สงสัยว่าการโรคเกาต์มีสาเหตุจากการรับประมาณเนื้อไก่มาก

ผศ.นพ.ต่อพล วัฒนา อาจารย์ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า โรคเกาต์เกิดจากการที่ร่างกายผิดปกติไม่สามารถควบคุมกรด uric acid ในร่างกายให้อยู่ในระดับสมดุลได้ เมื่อกรดยูริกสูงขึ้น จึงทำให้เป็นโรคเกาต์ ดังนั้น การรับประทานไก่มากๆ จึงไม่ใช่สาเหตุของโรคนี้ การกินไก่ไม่ได้ทำให้เกิดเป็นโรคเกาต์  อาหารที่เรากินจะมีพิวรีนเป็นส่วนผสม ซึ่งท้ายสุดร่างกายก็จะเผาผลาญจนกระทั่งกลายเป็น Uric Acid ทีนี้ร่างกายก็ต้องควบคุมระดับ Uric Acid ให้อยู่ในระดับปกติ ไม่สูงเกินไป คนที่เป็นเกาต์ก็คือร่างกายผิดปกติไม่สามารถควบคุมระดับ uric acid ในร่างกายให้อยู่ในระดับสมดุลได้ ปล่อยให้สูงผิดปกติขึ้นมา พอสูงมากๆเกิดอาการเป็นเกาต์เกิดขึ้น ปกติร้อยละ 80 ของกรดยูริกจะมาจากการสร้างในร่างกาย ส่วนอีกร้อยละ 20 มาจากอาหารที่รับประทาน จึงมีผลค่อนข้างน้อยต่อระดับกรดยูริกในร่างกาย คนทั่วไปจึงสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่สำหรับผู้ที่มีกรดยูริกในเลือดสูง รวมถึงผู้ป่วยโรคเกาต์ต้องระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้ระดับกรดยูริกในร่างกายเพิ่มขึ้น อาหารที่มีพิวลีนมาก ท้ายที่สุดจะทำให้เกิดเป็น uric acid กลุ่มแรกที่พบมากของพืช ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วเขียว รวมทั้งปลาดุก เครื่องใน เนื้อสัตว์ปีกต่างๆ กลุ่มที่สองที่มีระดับพิวลีนลองลงมา ก็จะเป็นเนื้อสัตว์ใหญ่ทั้งหลาย ปลากะพงก็มี ปลาหมึก ถั่วลิสง ใบขี้เหล็ก สะตอ ข้าวโอ๊ต ผักโขม เมล็ดถั่วลันเตา ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือมีปริมาณพิวลีนน้อยก็จะเป็นพวกนมต่างๆ ไข่เป็ด ไข่ไก่ ธัญพืช ผลไม้เปลือกแข็ง แล้วก็พวกที่มียีสต์ ก็เป็นพวกแอลกอฮอล์ต่างๆ ผู้ที่มีอาการปวดบวมบริเวณบริเวณข้อเท้า หรือหัวแม่เท้า ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าเป็นโรคเกาต์และรักษาอย่างถูกวิธี และย้ำว่าทุกคนควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีความหลากหลาย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานสำคัญเพื่อเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน