กรมสุขภาพจิต จับมือ มรภ. 38 แห่ง ชู ‘โครงการคู่เครือข่ายดูแลจิตใจ ก้าวสู่คนไทยคุณภาพ’ เดินหน้าเชิงรุก เสริมจิตใจนักศึกษา

21.07.22 | 13:15 น.

หลายปีมานี้ โดยเฉพาะตั้งแต่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ประเด็นสุขภาวะทางจิตใจได้รับการหยิบยกมาพูดถึงอย่างกว้างขวางขึ้นเรื่อย ๆ ในสังคม ไม่เฉพาะคนวัยทำงาน ที่ต้องประสบปัญหาความเครียดจากภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้น ต้องออกจากงาน ขาดรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว แต่กลุ่มนักเรียนนักศึกษา ก็ต้องเผชิญความเครียดด้วยเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยผลจากความเครียดที่เพิ่มขึ้นในนักศึกษาว่า สามารถส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตในช่วงวัยทำงานตอนต้น 

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้นักเรียนนักศึกษา กรมสุขภาพจิต จึงประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงนามบันทึกข้อตกลง ‘โครงการคู่เครือข่ายดูแลจิตใจ ก้าวสู่คนไทยคุณภาพ’ พร้อมติดตามและพัฒนาระบบเชื่อมโยงการดูแลจิตใจให้นักศึกษาอย่างต่อเนื่องและเท่าเทียม โดยจัดพิธีลงนามไปเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา 

เมื่อลงลึกถึงรายละเอียด ซึ่งเป็นที่มา ‘โครงการคู่เครือข่ายดูแลจิตใจ ก้าวสู่คนไทยคุณภาพ’ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุว่า เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้นักเรียนและนักศึกษาไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องทำร่วมกันในชั้นเรียนได้ ทำให้ประสิทธิภาพทางการเรียนรู้ด้านผลการเรียน ด้านสังคม และด้านอารมณ์ ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้หลายคนเกิดความเครียดและความวิตกกังวลตามมา 

Advertisement

สอดคล้องกับผลการประเมินสุขภาพจิตคนไทยด้วย Mental Health Check In (MHCI) โดย กรมสุขภาพจิต พบว่า เด็กและวัยรุ่นมีความเครียดสูง โดยเฉพาะกลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปี มีปัญหาสุขภาพจิต ที่สำคัญ อาทิ มีความเครียดสูง เสี่ยงซึมเศร้าและเสี่ยงฆ่าตัวตายสูงกว่าทุกกลุ่มวัย ผนวกกับผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2563 ที่พบว่า วัยรุ่นและเยาวชน อายุ 15 – 24 ปี มีระดับสุขภาพจิตต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับกลุ่มวัยผู้ใหญ่และวัยสูงอายุ

 อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า จากข้อมูลทั้งหมดนี้ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหา มหาวิทยาลัยจึงต้องให้ความสำคัญในการหาแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อช่วยเหลือนิสิตนักศึกษาด้านสุขภาพจิต นำสู่ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับกรมสุขภาพจิต ซึ่งถือเป็นองค์กรที่มีกำลังทรัพยากรบุคคลที่เชี่ยวชาญ พร้อมด้วยเครื่องมือและแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่จะสามารถช่วยวางแผน ป้องกัน และแก้ไขปัญหาให้แก่นิสิตนักศึกษาได้อย่างเป็นระบบ 

เหตุนี้เอง จึงได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ในครั้งนี้ ภายใต้ชื่อ ‘โครงการคู่เครือข่ายดูแลจิตใจ ก้าวสู่คนไทยคุณภาพ’ พญ.อัมพร เผย 

ทั้งนี้ แผนการดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือในแต่ละฝ่าย จะดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน เพื่อผลักดันให้เกิดระบบ และขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการดังกล่าวผ่านการสื่อสาร เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่หน่วยงานในมหาวิทยาลัยราชภัฏ อีกทั้งยังวางแผนติดตามความก้าวหน้าผลลัพธ์การดำเนินงาน ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพต่อไปอีกด้วย

ใน ‘โครงการคู่เครือข่ายดูแลจิตใจ ก้าวสู่คนไทยคุณภาพ’ กรมสุขภาพจิตจะดำเนินการสนับสนุนองค์ความรู้และวิทยากร เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของสถาบันการศึกษา ให้สามารถดูแลช่วยเหลือด้านจิตใจให้นักศึกษา ควบคู่กับการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดโรงพยาบาล คู่เครือข่าย หรือหน่วยงานที่มีศักยภาพในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อการขับเคลื่อนการดำเนินงานในลักษณะบูรณาการ ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่ง ในการดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต 

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวปิดท้ายว่า ผู้ใหญ่ในสังคมทุกคนต่างเห็นว่า เยาวชน คือ อนาคตของประเทศชาติ ที่มีความหมายกับสังคม จึงอยากให้เด็กๆ อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่งดงามที่สุดเท่าที่จะเกิดขึ้นได้ และให้เขามีความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงความพร้อมด้านการรับผิดชอบต่อสังคม ที่จะคอยทำหน้าที่ดูแลสืบสานขับเคลื่อนสิ่งดีงามในสังคมไปข้างหน้าให้ได้มากที่สุด ภายใต้เงื่อนไขว่า เขาจะต้องมีความสุข 

การขับเคลื่อนสังคมให้เจริญก้าวหน้าต้องสอดคล้องกันทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถละเลยเรื่องสุขภาพจิตได้ หากว่ามีอะไรเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เขามีความสุขได้ในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม กรมสุขภาพจิตยินดีสนับสนุน และให้การช่วยเหลืออยู่เสมอ” พญ.อัมพร ย้ำสร้างความมั่นใจ