ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างๆ ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทำให้มนุษย์มีสุขภาพแข็งแรง และมีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากในอดีต จึงทำให้อัตราผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย การเตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ หรือการรับมือกับวัยที่มากขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
กรมสุขภาพจิต ที่มีบทบาทส่งเสริมดูแลสุขภาพจิตใจของประชาชน เห็นถึงความสำคัญของกลุ่มผู้สูงอายุ ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมไทย จึงระดมแพทย์และนักวิชาการ มาร่วมพูดคุยและให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพจิตใจของผู้สูงอายุ ในบรรยากาศสบายๆ ย่อยเนื้อหาสาระให้เข้าใจง่าย ตลอด 4 วันในงาน ‘Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย’ จัดโดยเครือมติชน ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-3 กรกฎาคม 2565 ที่สามย่านมิตรทาวน์
เริ่มด้วย นพ.ดุสิต ลิขนะพิชิตกุล นายเเพทย์ทรงคุณวุฒิ เเละผู้ช่วยอธิบดีกรมสุขภาพจิต ที่มาไขทุกข้อสงสัย และเผยกลเม็ดเคล็ดลับสุขภาพจิตดีให้กับผู้สูงอายุ ผ่านเวที ‘เติมวัคซีน สุขใจ ให้กับผู้สูงวัย’
นพ.ดุสิต บอกว่า การรู้เท่าทันอารมณ์ที่เปลี่ยนไป อาจเริ่มจากสิ่งง่ายๆ อย่างเช่น ก่อนเข้านอนลองหันมาทำสมาธิทบทวนตัวเอง มองย้อนดูตัวเองภายในหนึ่งวันว่า วันนี้เราหงุดหงิดเรื่องอะไรบ้าง มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากที่ตัวเองเคยเป็นหรือไม่ เพราะทุกความเปลี่ยนแปลงสามารถสะท้อนให้เห็นถึงตัวตนที่เปลี่ยนไปของตนเองมากขึ้น

“นอกจากการสำรวจตัวเอง อีกหนึ่งสิ่งคือการรับฟังคนอื่น ลองเปิดใจรับฟังลูกหลาน ลองนั่งคุยกับเขา เพื่อให้เขาสะท้อนตัวตนเราออกมา เพราะบางครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา เราเองอาจจะไม่ทันได้รับรู้ และเมื่อเรายอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ ก็จะนำไปสู่การยอมรับตนเองมากขึ้น สิ่งสำคัญจึงเป็นการยอมรับตนเองและหมั่นคิดบวกเข้าไว้ คือ เคล็ดลับของการมีสุขภาพจิตที่ดี”
ผู้ช่วยอธิบดีกรมสุขภาพจิตบอกด้วยว่า สิ่งสำคัญของการเข้าสู่วัยสูงอายุ คือ การยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อยอมรับความจริงได้ จิตใจก็จะสบายมากขึ้น แต่หากการเปลี่ยนแปลงส่งผลต่อสภาพจิตใจและร่างกายเกินรับไหว ควรไปพบแพทย์ ซึ่งจะดูแลเราได้ทั้งร่างกายและจิตใจ ให้กลับมาเข้มแข็งได้มากขึ้น
นพ.ธิติพันธ์ ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ เผย ‘เคล็ด (ไม่) ลับ กับการดูแลใจ ผู้สูงวัย ให้แฮปปี้’ ว่า ปัญหาสุขภาพกายของผู้สูงอายุ เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ตามอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ใครจะรู้ว่าสุขภาพทางใจก็ควรได้รับการดูแลด้วยเช่นกัน และผลการวิจัยในผู้สูงอายุทั่วโลกพบว่า ปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อยในผู้สูงวัย คือ ภาวะซึมเศร้า และภาวะสมองเสื่อม
“หากผู้สูงอายุมีข้อสงสัย และรู้สึกได้ว่าตนเองมีอาการที่บ่งชี้ถึงภาวะซึมเศร้า หรือโรคซึมเศร้า สามารถทำแบบทดสอบทางเว็บไซต์ ที่คัดกรองและประเมินอาการเบื้องต้นได้หากทำออกมาแล้วคะแนนสูง ให้เดินทางไปพบแพทย์
“อย่างไรก็ดี ภาวะซึมเศร้าโดยทั่วไป หากอาการไม่รุนแรงมากนัก สามารถฟื้นฟูด้วยตนเองได้ เช่น ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวและฟื้นฟูตัวเองได้ดีมากขึ้น”
สำหรับผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุ นพ.ธิติพันธ์ แนะนำว่า อยากให้ทำความเข้าใจ และเรียนรู้ถึงพฤติกรรมต่างๆ ของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะเรื่องการถดถอยของร่างกาย เช่น สายตาที่อาจมองเห็นไม่ชัดเจน การได้ยินที่ไม่ชัดเจน ดังนั้น ผู้ดูแลจึงต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับผู้สูงอายุมากขึ้น เพื่อให้การใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเรื่องที่ง่ายและเข้าใจกันยิ่งขึ้น

ด้าน พญ.บุญศิริ จันศิริมงคล นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมสุขภาพจิต มาพร้อมหัวข้อ ‘การดูแลสุขภาพจิตผู้สูงวัย เรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม Dementia with BPSD’ โดยกล่าวว่า เมื่ออายุมากขึ้น สมองของคนเราก็เสื่อมถอยไปตามกาลเวลา จนนำไปสู่การเกิดโรคสมองเสื่อม
เมื่อผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคนี้ จะเกิดปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และความผิดปกติทางจิต หรือที่เรียกว่า Behavioral and psychological symptoms of dementia (BPSD) ทำให้เริ่มมีอาการถดถอยทางด้านความคิด สมาธิ และอารมณ์ผิดปกติ เริ่มมีอาการหงุดหงิดง่าย ไม่อยากพูดกับใคร รู้สึกซึมเศร้า และมีอาการเบื่อหน่าย
“โรคสมองเสื่อมไม่ใช่โรคทางพันธุกรรม แต่เป็นความผิดปกติทางสมอง ซึ่งทุกคนเมื่อเป็นโรคนี้แล้ว สามารถหาแนวทางป้องกันและดูแลตนเองได้ พยายามหากิจกรรมที่ไม่ควรเก็บตัวอยู่คนเดียว หรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมองมากขึ้น เช่น อ่านหนังสือพิมพ์ คิดเลขในใจ หรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้การคิด ซึ่งจะช่วยฝึกสมองให้เกิดการเรียนรู้และคิดอยู่สม่ำเสมอ” พญ.บุญศิริ แนะ

ส่วน คุณนันทาวดี วรวสุวัส ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต ขึ้นเวที ‘Happy Pre-Aging สุข สดใส ก่อนวัยเก๋า’ โดยบอกว่า เมื่อทำงานจนเกษียณอายุ ภาระงานหรือตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ที่เคยทำ ก็จะไม่มีอีกต่อไป บางคนอาจยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่การงานมากจนเกินไป ยังมีความคิดว่าตนเองยังมีตำแหน่งหน้าที่อยู่ ดังนั้นก่อนจะเกษียณตนเองออกมา ต้องมีการยอมรับและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
“เมื่อผู้สูงอายุเกษียณจากงาน มักคิดว่าตนเองว่างงาน และจมอยู่กับตนเอง จนนำไปสู่โรคซึมเศร้าในที่สุด เมื่อพบปัญหาใดๆ ก็ตามที่เข้ามาในชีวิต แม้แค่เพียงเล็กน้อยก็จะทำให้คิดวิตกกังวลได้”
วิธีการรักษาเมื่อผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคซึมเศร้า คือ เข้ารับการรักษา และรับประทานยา จะช่วยปรับเซลล์สมองในร่างกายให้ดีมากขึ้น อีกทั้งครอบครัวต้องดูแลผู้ป่วยด้วยความรักและความเข้าใจ พยายามอย่าใช้คำพูดที่บั่นทอนจิตใจของผู้ป่วย เช่นคำว่า สู้ๆ เพราะผู้ป่วยจะคิดว่าตนเองสู้ไม่ไหว ไม่มีแรงจะสู้ต่อ ซึ่งจะทำให้ความรู้สึกแย่ลงไปกว่าเดิม
กิจกรรม 4 วัน 4 เวทีของกรมสุขภาพจิต ในงาน ‘Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย’ จึงเป็นประโยชน์ต่อทุกคนในการดูแลสุขภาพจิตใจของผู้สูงวัย เพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุขอย่างแท้จริง


