กรมสุขภาพจิต เชิญชวนคนใกล้ชิดสังเกตสัญญาณเตือนในเด็ก พร้อมเผยเด็กมีสภาพจิตใจเปราะบาง ด้วยความไร้เดียงสาอาจทำให้เกิดการตีความเจตนาผิด สถานการณ์รอบข้างอาจเป็นตัวกระตุ้นสู่พฤติกรรมการฆ่าตัวตาย พร้อมเชิญชวนทุกฝ่ายให้การช่วยเหลือดูแลเด็กจากการบอบช้ำจากสภาพแวดล้อมทางสังคม ความกดดัน ความตึงเครียด และอาจรุนแรงถึงขั้นไม่สามารถรับมือได้ด้วยตัวเอง
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า แม้สถานการณ์โควิด-19 จะเบาบางลง แต่ยังคงจะทำให้คนไทยมีความเครียดสูงขึ้น โดยปัญหาดังกล่าวส่งผลกับคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งจากข้อมูลจากศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งชาติ กรมสุขภาพจิต พ.ศ. 2560-2564 พบว่า อัตราจำนวนผู้ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จและทำร้ายร่างกายตนเองในวัยเรียน และวัยทำงานตอนต้นหรือช่วงอายุ15-34 ปี เพิ่มมากขึ้นกว่าวัยทำงานที่อายุเกิน 34 ปีขึ้นไป ถึง 4 เท่า โดยอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จ ในกลุ่มวัยเรียนอายุ 15-24 ปี ในปี 2564 เสียชีวิต 439 คน ซึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในครอบครัวและบุคคล การเรียนด้วยระบบออนไลน์มายาวนาน หรือแม้แต่ความเครียดจากสภาพการเงิน เศรษฐกิจของครอบครัว ซึ่งสภาพแวดล้อมรอบตัวนั้นสามารถเป็นต้นเหตุของการฆ่าตัวตายได้แทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่เคยมีปัญหาแต่เดิม มีความสุ่มเสี่ยงแต่เดิม อาจต้องการความใกล้ชิดมากเป็นพิเศษ ต้องการการดูแล หรือการเปิดช่องทางต่างๆ ให้เด็กเข้าถึงครู หรือผู้ที่สามารถให้การช่วยเหลือในการดูแลใจ เพื่อให้บอกเล่าปัญหาได้ง่ายขึ้น ผู้ปกครองก็เช่นกัน หากมีลูกที่เปราะบาง ไม่อยากไปโรงเรียน มีปัญหาขัดแย้งกับเพื่อน ไม่ลงตัวด้านการเรียน ขอให้กำลังใจพ่อแม่ในการใกล้ชิดลูกมากขึ้น รับฟัง และทำความเข้าใจ หากมีข้อสงสัย มีปัญหาอาจจะต้องขอความช่วยเหลือคำแนะนำจากบุคลากรด้านสุขภาพจิต

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่ออีกว่า สัญญาณเตือนว่าเด็กมีความคิดฆ่าตัวตาย คือ การเตรียมการของคนๆ นั้น อาจรวมถึง การพูดถึงความตาย ความคิดความประสงค์อยากตายบ่อยๆ มีการมอบของรักของหวงตัวเองให้คนอื่น อาจฝากให้ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้หากตัวเองไม่อยู่ต่อไปในโลกนี้แล้ว ค้นหาข้อมูลวิธีการตาย หรือใส่ใจสนใจข่าวการตายของคนอื่นๆ มากเป็นพิเศษ ซึ่งคนใกล้ตัวเมื่อมาทบทวนหลังสูญเสียมักบอกว่ามีจุดสังเกตเหล่านี้ แต่บางครั้งก็เผลอมองข้ามไปไม่ทันได้คิด บางคนอาจรู้สึกแวบขึ้นมาแล้วกลบความรู้สึกนั้นไปด้วยความกลัว เพราะไม่รู้จะจัดการเหตุการณ์นั้นอย่างไร ซึ่งหากเห็นสัญญาณเตือน วิธีที่ดีที่สุดคือพยายามสื่อสารพูดคุยกับคนๆ นั้น เปิดโอกาสให้เขาบอกเล่าความรู้สึกหรือความต้องการของตัวเอง หากมีความชัดเจนหรือแนวโน้มว่ามีความคิดฆ่าตัวตาย ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยเหลือ กรมสุขภาพจิตมองเห็นสถานการณ์ที่ดูมีความเข้มข้นรุนแรงขึ้นเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เฉพาะประเทศไทย และได้เร่งทำความร่วมมือกับเครือข่ายมากขึ้น เช่น ในสถาบันการศึกษาก็มีระบบ School Health Hero รวมไปถึงการสร้างการสนับสนุนฝึกอบรมคนทำงานเกี่ยวกับเด็กและวัยรุ่นมีทักษะเข้าใจเด็กและรับฟังเด็ก ให้คำแนะนำปรึกษาแก่เด็กได้ดีขึ้น และเปิดช่องทางการรักษาได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีจิตแพทย์กระจายทั่วประเทศ มีทีมสุขภาพจิตทุกจังหวัด เพิ่มบริการโดยเด็กสามารถรับคำปรึกษาได้ด้วยตนเอง ใช้ระบบการแพทย์ทางไกลดูแลเด็กในสถานที่ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ให้การปรึกษาออนไลน์ทางโทรศัพท์ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ทีมเยียวยาจิตใจ (MCATT) รวมไปถึง ทีมปฏิบัติการพิเศษ Hope Task Force ที่จะช่วยช่วยเหลือผู้ส่งสัญญาณเสี่ยงฆ่าตัวตายในโลกออนไลน์ ที่พร้อมจะช่วยเด็กและผู้ปกครองและเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อแก้ปัญหาและเชื่อมโยงการส่งต่อเพื่อให้หน่วยบริการดูแลและร่วมป้องกันให้คนที่เรารัก ไม่เดินทางไปสู่ปลายทางที่ไม่สวยงามได้อีกด้วย


