‘น้ำมันเครื่อง’ เรื่องสำคัญช่วยสู้วิกฤตน้ำมันแพง

19.08.22 | 14:30 น.

ในบรรดาพื้นฐานการดูแลรักษารถและเครื่องยนต์ ‘น้ำมันเครื่อง’ หรือน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ ถือว่ามีความสำคัญอันดับต้นๆ เพราะมีหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นคั่นระหว่างผิวของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ คอยลดการเสียดสีของชิ้นส่วนโลหะไม่ให้กระทบกันขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน โดยเฉพาะเวลาสตาร์ทรถหลังจากจอดรถทิ้งไว้หลายชั่วโมง

น้ำมันเครื่องยังมีส่วนช่วยระบายความร้อนภายในเครื่องยนต์ ป้องกันไม่ให้เกิดสนิมและคราบเขม่า เพราะระหว่างที่ขับรถ จะมีทั้งเขม่าและเศษผงโลหะขนาดจิ๋วกระจายออกมา แล้วก็มีโอกาสฝังตามชิ้นส่วนหรืออุดตันข้อต่อภายในเครื่องยนต์ สะสมไว้นานวัน แน่นอนว่าการทำงานของเครื่องยนต์ก็ต้องมีสะดุด ไม่ราบเรียบ นอกจากนี้ยังมีโอกาสเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ที่ส่งผลไปถึงคุณภาพของน้ำมัน

น้ำมันเครื่องถ้าเลือกใช้อย่างเหมาะสมกับลักษณะเครื่องยนต์และอายุการใช้งาน จะมีความหนืดในระดับที่ช่วยให้การหล่อลื่นเครื่องยนต์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เรียกว่าเป็นผู้ช่วยให้ทำงานได้อย่างฟิตปึ๋งปั๋ง

น้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพ ยังช่วยให้อัตราการบริโภคน้ำมันน้อยลง และยังทำให้รถขับเคลื่อนได้อย่างเต็มเปี่ยมประสิทธิภาพ อายุการใช้งานของเครื่องยนต์ก็จะทนทานนานยิ่งกว่าการใช้น้ำมันเครื่องเกรดต่ำราคาถูก โดยเฉพาะรถใช้งานหนัก อย่างรถบรรทุก รถพ่วง และรถแบคโฮ ที่จะต้องให้ความสำคัญกับน้ำมันเครื่องเป็นพิเศษ

เพื่อนตัวจริงสิงห์รถบรรทุกยุคใหม่

Advertisement

ในวงการรถบรรทุกงานหนัก จะรู้กันดีว่า ‘พีทีที ลูบริแคนท์ส’ (PTT Lubricants) เป็นแบรนด์ที่พัฒนาน้ำมันหล่อลื่นตอบโจทย์เครื่องยนต์ดีเซลงานหนัก วิ่งทางไกลกว่ารถทั่วไป โดยมีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายมาแล้วหลายรุ่น โดยล่าสุดได้รับการพัฒนาให้เปี่ยมประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภายใต้แพลตฟอร์ม ‘EVOTEC Technology’ ที่คำนึงถึงประโยชน์หลัก 3 ข้อ (3E Benefits) ได้แก่

‘Endurance’ ชะล้างสิ่งสกปรก พร้อมกับการปกป้องเครื่องยนต์ ให้ทนทานสูงสุดทุกสภาวะ ป้องกันการสึกหรอของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะชิ้นส่วนเล็กๆ อย่างโซ่ราวลิ้น ลูกเบี้ยว เพลา และ ‘Efficiency’ เติมสมรรถนะ เต็มพลังทุกอัตราเร่ง พร้อมประหยัดเชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพ ลดความเสียดทานของเครื่องยนต์ ช่วยประหยัดน้ำมัน สุดท้ายคือ ‘Environment’ มีส่วนช่วยรักษ์โลก เพราะลดการปล่อยมลพิษและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถรองรับเทคโนโลยีเครื่องยนต์ยุคใหม่ที่เน้นการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ

น้ำมันเครื่องตระกูล DYNAMIC รุ่นที่ขายดี เป็นน้ำมันเครื่องขวัญใจรถบรรทุกลุยงานหนัก ได้แก่ ‘DYNAMIC PLUS SAE 15W-40 และ 20W-50 ’ น้ำมันเครื่องเกรดรวมคุณภาพสูง มาตรฐานใหม่ API CI-4 ผสานเทคโนโลยี DDL Booster ทำให้เครื่องยนต์สะอาด ควบคุมเขม่า ป้องกันการเกิดโคลน ออกแบบสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลงานหนักสมรรถนะสูงทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุก รถลาก รถทัวร์ และเครื่องจักรกลหนัก ที่ไม่ได้ติดตั้งกรองเขม่าไอเสีย DPF (Diesel Particulate Filter) รองรับได้สูงสุดถึงเครื่องยนต์ยูโร 4 

คุณสมบัติหล่อลื่นได้รับการยอมรับว่าดีเยี่ยม ช่วยลดการสูญเสียกำลังเนื่องจากความฝืดของชิ้นส่วน ฟิล์มน้ำมันแข็งแรงและคงตัว เป็นเหมือนเกราะป้องกันการสึกหรอของเครื่องยนต์ ลดปัญหาการกินน้ำมันเครื่อง และยืดอายุการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องได้มากกว่า

ส่วนรถรุ่นใหม่เครื่องยนต์ดีเซล ตั้งแต่ยูโร 5 ขึ้นไปที่ติดตั้ง DPF (Diesel Particulate Filter) ซึ่งเป็นอุปกรณ์บำบัดไอเสีย  ช่วยลดการเกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เครื่องยนต์ดีเซลประเภทนี้จะต้องเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เนื่องจากน้ำมันเครื่องทั่วไปทำให้ DPF ตันเร็วกว่าที่ควรจะเป็น เลวร้ายที่สุดคือเครื่องยนต์อาจทำงานผิดปกติ เครื่องสั่น เร่งไม่ออก มีกลิ่นไอเสียเหม็น หรือมีปัญหาน้ำดันออกจากหม้อน้ำได้

ซึ่ง พีทีที ลูบริแคนท์ส ก็ได้พัฒนาน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลงานหนักรุ่นใหม่ที่ติดตั้ง DPF คือ ‘DYNAMIC ULTRA PLUS SAE 15W-40 เป็นน้ำมันเครื่องเกรดรวมคุณภาพสูง มาตรฐาน API CK-4 มีเทคโนโลยี EVOTEC ผสานนวัตกรรม ULTRA Shield Molecules ผสมสารเพิ่มคุณภาพพิเศษสูตรเถ้าต่ำ (Low SAPS) ลดมลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ และ PM2.5 ช่วยปกป้องตัวกรองอนุภาคไอเสียของเครื่องยนต์ดีเซลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มคุณสมบัติการทำความสะอาดเครื่องยนต์และป้องกันการเกิดคราบยางเหนียวได้อย่างดีเยี่ยม ชิ้นส่วนต่างๆ จะสะอาดเหมือนใหม่ และยืดอายุการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องได้มากกว่าเช่นกัน

จะเห็นได้ว่า การเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพดี เหมาะสมกับรถ จะช่วยให้ทำงานได้อย่างเต็มพละกำลัง อายุการใช้งานของเครื่องยนต์ก็ยาวนาน โดยเฉพาะคุณสมบัติด้านการขจัดคราบเขม่าเครื่องยนต์เป็นเลิศ ทำให้เครื่องยนต์สะอาดเต็มประสิทธิภาพ ช่วยให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงน้อยลง ลดต้นทุนการขนส่งให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ ตอบโจทย์สถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมันแพงยุคนี้ได้อย่างดี