ขณะที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับมิติการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง ด้วยการมาของนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว เหล่าธุรกิจพลังงานอันเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ จึงต้องปรับตัวรับมือกับความท้าทาย ตอบสนองรูปแบบการใช้พลังงานที่ต่างจากเดิม และให้สอดรับแนวทางการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นไปตามสัญญาในความตกลงปารีส (Paris Agreement) หรือ COP26
จุดยืนและแนวคิดการเคลื่อนไหวที่เป็นเทรนด์ใหญ่ขณะนี้ ทำให้ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรอย่าง บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ที่มี ปณิตา ควรสถาพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการรุ่นใหม่ไฟแรง เปี่ยมด้วยศักยภาพและความสามารถของผู้นำทัพ แสดงจุดยืนชัดเจนต่อการเดินหน้าสู่เป้าหมายองค์กรพลังงานและโลจิสติกส์ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
เปิดกว้างวิสัยทัศน์ ดำเนินธุรกิจควบคู่ดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ปณิตา เผยถึงความเป็นมาของธุรกิจพลังงานของ เอเชีย กรีน โดยย้อนไปถึงการดำเนินธุรกิจสมัยคุณปู่ว่า กลุ่มธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัว เริ่มต้นทำธุรกิจพลังงานเชื้อเพลิงจากการนำวัสดุหรือเศษเหลือจากโรงงานเฟอร์นิเจอร์ จำหน่ายเป็นเชื้อเพลิงไบโอแมส ครั้นเมื่อมาถึงสมัยของ พนม ควรสถาพร ผู้เป็นพ่อ ได้นำแนวคิดและการทำธุรกิจเหล่านั้นมาขยายให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งต่อยอดสู่การทำธุรกิจถ่านหินบิทูมินัส ซึ่งเป็นทั้งผู้จัดจำหน่ายและจัดส่งอย่างครบวงจร ตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบัน และได้มีการขยายออกเป็นบริษัทมาเพื่อจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
“ตั้งแต่เด็กเราโตมากับการทำธุรกิจของคุณพ่อ ซึ่งหลังจากจัดตั้ง AGE ก็ได้เข้ามาศึกษา เรียนรู้ และเข้ามาดูแลกิจการอีกแรงหนึ่ง ตรงนี้เองทำให้ได้ก้าวสู่ผู้บริหารและมองเห็นภาพกว้างขึ้น เห็นความเปลี่ยนแปลงและ การเติบโตของธุรกิจของบริษัท”
สำหรับมุมมองเรื่องพลวัตของอุตสาหกรรมพลังงาน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ AGE กล่าวว่า การใช้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากยังไม่มีเทคโนโลยีใหม่ที่มีประสิทธิภาพ เข้ามาทดแทนการเผาเชื้อเพลิงในเตาบอยเลอร์เพื่อผลิตไอน้ำ และปัจจุบันเชื้อเพลิงถ่านหินยังคงเป็นเชื้อเพลิงที่มีราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงชนิดอื่น อย่างไรก็ตามทางบริษัทได้มีการศึกษาถึงแนวทางการพัฒนาผสมผสานเชื้อเพลิงทางเลือก เพื่อตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้า และศึกษาแนวทางที่จะมุ่งหน้าสู่การดำเนินงานภายใต้กรอบของ ESG
AGE วางเป้าหมายชัดเจนตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทว่า จะเป็นองค์กรชั้นแนวหน้าที่ประกอบธุรกิจด้วยความยั่งยืน ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน เริ่มตั้งแต่การออกแบบคลังสินค้าให้มีกระบวนการในการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดต่อชุมชน เช่น ลานกองเก็บถ่านหินพื้นคอนกรีต ใช้ผ้าใบคลุมกองถ่านหิน โรงงานคัดแยกระบบปิด ปลูกต้นไม้บนคันดินรอบคลังสินค้า กว่า 50,000 ต้น เพื่อดักจับฝุ่นละอองที่จะฟุ้งกระจายสู่ชุมชน มีการตรวจวัดมลภาวะทางเสียง น้ำ อากาศ เป็นประจำทุก 3 เดือน ทั้งในบริเวณคลังสินค้า และชุมชนรอบคลังสินค้า
“เราให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมทั้งคลังสินค้าและท่าเรือ โดยมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ติดตาม และรายงานผลโดยตรงต่อผู้บริหารระดับสูงเป็นประจำทุกวัน”
นำร่อง EV Truck สู่องค์กรต้นแบบด้านจัดการพลังงาน

นอกจากภารกิจควบคุมและดูแลสินค้าที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างรัดกุมแล้ว ปณิตายังบอกอีกว่า สิ่งที่ AGE ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือ การนำพลังงานทดแทนเข้ามาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจในทุกมิติ โดยการติดตั้งโซลาร์รูฟบนหลังคาของโรงงานคัดแยก โดยชุดแรกติดตั้งในปี 2560 ขนาด 230 kWh ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประเภทที่ 2 ได้มากถึง 785 tonCO2eq. และประหยัดค่าไฟฟ้าได้ปีละกว่า 1 ล้านบาท และในปี 2565 ได้ติดดตั้งชุดที่สองเพิ่มเติมอีกขนาด 324 kWh ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เพิ่มเติมจากเดิมอีกกว่าเท่าตัว
“ช่วงกลางปีที่ผ่านมา เราติดตั้งโซลาร์รูฟบนหลังคาของโรงงานคัดแยกเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง เท่ากับว่าเรามีโซลาร์รูฟรวม 554 kWh เราเป็นองค์กรที่ยังไม่ใหญ่ การลงทุนจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบด้านว่ามีประโยชน์ทั้งด้านการลดต้นทุนและด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพร้อมเปิดรับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อลดการใช้พลังงานอยู่เสมอ”
นอกจากนี้ AGE ยังเกิดไอเดียใหม่ที่เรียกว่าเป็นการนำร่องของกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ทั้งด้านพลังงานและโลจิสติกส์ คือ การเดินหน้าสู่อนาคตด้วยการศึกษา ค้นคว้า และทดลองใช้รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า หรือ EV Truck เพื่อใช้ทดแทนรถบรรทุกประเภทสันดาปที่มีอยู่เดิม
“หากการทดลองที่ทำ ประกอบกับเทคโนโลยีต่างๆ ที่เราศึกษา สามารถใช้งานได้จริง คาดว่าภายใน 2-3 ปีต่อจากนี้ เราจะได้เห็นรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานทดแทน จาก AGE อย่างแน่นอน”
เชื่อมโยงสู่ชุมชน องค์กรเติบโต สังคมยั่งยืน

ไม่เพียงขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และรุดหน้าสู่ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานและโลจิสติกส์ ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อน อีกหนึ่งบทบาทสำคัญที่ AGE ทำอย่างต่อเนื่องเสมอมา คือ การเชื่อมองค์กรเข้ากับชุมชน เพื่อสร้างธุรกิจและชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ AGE กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า นิยามความหมายของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในมุมของ AGE คือ การขับเคลื่อนธุรกิจที่ได้รับการยอมรับจากชุมชน (Social license Operate) ด้วยการดำเนินกิจกรรมและสื่อสารกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการจัดโครงการ ‘AGE เปิดบ้าน’ เชิญตัวแทนชาวบ้านหรือผู้นำชุมชน และข้าราชการท้องถิ่น ทุกๆ 3 เดือน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น รับฟังปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมกับร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นทุกครั้ง
“เรามีนโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนควบคู่กัน อาทิ การส่งเสริมและสนับสนุนทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ การส่งเสริมสัมมาชีพในชุมชน เพิ่มขีดความสามารถและพัฒนาศักยภาพ เช่น การสอนทำบัญชี แพ็กเกจสินค้าและการนำ ‘ขนมกง’ ขนมมงคลไทยโบราณ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปเป็นสินค้า OTOP”
ในแง่มุมธุรกิจเพื่อสังคม ปณิตายังย้ำอีกว่า นอกจากการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมแล้ว นโยบายที่ AGE ยึดถือและปฏิบัติอย่างดีเสมอมา คือ การดำเนินธุรกิจที่ไม่ละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า AGE ให้ความสำคัญกับแนวคิด ESG อย่างมาก

ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยืนยันและตอกย้ำจุดยืนของ AGE ว่า ธุรกิจและสังคมต้องเติบโตไปพร้อมกัน และนั่นทำให้ AGE สามารถคว้ารางวัลที่เกี่ยวเนื่องมาครอบครองจากหลายเวทีด้วยกัน ไล่ตั้งแต่ CSR-DIW Continuous Award 11 ปีซ้อน, รางวัลหุ้นยั่งยืน 5 ปี ซ้อน ตั้งแต่ปี 2561-2565, รางวัล Rising Star Sustainability Awards ในปี 2561 พร้อมกันนี้ยังเป็นบริษัทแรก ในกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ขายถ่านหินที่ได้รับการรับรอง Green Industry Level 4 ในปี 2561 อีกด้วย



