เคยตั้งข้อสังเกตบ้างไหมว่าพฤติกรรมของมนุษย์สงสัยบ้างไหมว่าอะไรเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมมนุษย์ อิทธิพลอะไรที่ทำให้ตัวเราและคนรอบข้างมีบุคลิก ลักษณะนิสัย ความรู้สึก หรือความคิดและความต้องการที่แตกต่างออกไป
แน่นอนว่าคำตอบเหล่านี้ต่างมีคำอธิบายออกมาแล้วมากมายแต่เพราะพฤติกรรมมนุษย์นั้นมีความซับซ้อนและซุกซ่อนด้วยเรื่องราวอีกมากมายที่รอการบอกเล่า ซึ่งเวที Book Talk แล้วทำไมเราเป็นคนแบบนี้ ในงาน ‘Knowledge Book Fair เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม’ ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ นักเขียนสาย Pop Science ผู้หยิบยกเรื่องยากอย่างวิทยาศาสตร์มาย่อยให้ได้อ่านง่ายและสนุก ได้มาร่วมไขให้เห็นถึงพฤติกรรมและมุมมองของมนุษย์ ผ่านมุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
‘ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์’ เจ้าของผลงาน Need to KNOW หนังสือซีรีส์แนว Pop Science เล่มใหม่ล่าสุด เริ่มต้นการเสวนาด้วยการอธิบายถึงปัจจัยที่ส่งผลให้มนุษย์มีพฤติกรรมแตกต่างกันออกไป ว่า การเกิดพฤติกรรมของมนุษย์แต่ละคนพฤติล้วนแล้วเป็นผลมาจากอิทธิพลของปัจจัยด้านจิตวิทยา ชีววิทยา จริยธรรมจรรยา รวมถึงปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งสิ้น
“สิ่งที่อยากสื่อสารออกไป คือ การนำเสนอมุมมองว่าอะไรเป็นอิทธิสำคัญที่ทำให้เกิดพฤติกรรมมนุษย์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยนำหลักการหรือข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาตอบคำถาม ซึ่งคิดว่าช่วยอธิบายกับคำถามที่คาใจหลายคนได้”
ความรัก-ความรู้สึก-อำนาจ และวิทยาศาสตร์

เวทีเสวนา Book Talk แล้วทำไมเราเป็นคนแบบนี้ แบ่งประเด็นหลักออกเป็น 3 เรื่อง คือ ความรัก ความกลัว และอำนาจ ซึ่งล้วนมีอิทธิพลมากพอที่ทำให้พฤติกรรมของคนเราเป็นอย่างที่เป็นอยู่
สำหรับประเด็นความรัก ‘ดร.นำชัย’ อธิบายเรื่องนี้ ว่า ความรักเป็นเรื่องของอารมณ์ ที่เกิดจากกระบวนการทำงานของสมอง มีความซับซ้อน เกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัสของมนุษย์ และสังคม ซึ่งบีบให้ผู้คนต้องเรียนรู้ หาประสบการณ์ต่างๆ จนกระทั่งพบคนที่เรารู้สึกและอยากสานสัมพันธ์ต่อ นั่นคือความรู้สึกของเรา
แต่ถ้าหากมองลึกลงไปในหลักทางชีววิทยามาช่วยอธิบายการใช้ประสาทสัมผัสเกี่ยวกับความรัก สิ่งที่เราได้เห็นคือ คนทุกคนต่างใช้ประสาทสัมผัสไม่เท่ากัน แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ในเรื่องการเลือกคู่ของคนเรานั้น มักใช้จมูกมากกว่าสายตา เพราะกลิ่นสามารถดึงดูดคนสองคนเข้าหากันได้ดีกว่ารูปลักษณ์ภายนอก
“คู่รักที่เกิดจากการจมูกสัมผัสเข้าหากัน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ตั้งแต่กระบวนการสร้างพันธุกรรม สารเคมี จนถึงการเกิดอารมณ์ความรู้ร่วมกันของคนสองคน ซึ่งตรงกับทฤษฎีของชาร์ลส์ ดาร์วิน ที่บอกว่า มนุษย์จะต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด”
เช่นเดียวกันกับ เรื่อง ‘รักแรกพบ’ สามารถอธิบายได้ว่าเป็นพฤติกรรมแรกเริ่มที่คนเรามักรู้สึกทันทีเมื่อเจอใครสักคนที่เรารู้สึกดีตั้งแต่เริ่มพบ ลักษณะคล้ายกับความรู้สึกของ ‘พรหมลิขิต’ ซึ่งล้วนเกิดจากการเลือกจำของสมอง และสั่งการให้เกิดอารมณ์และความรู้ของคนไปในมที่สุด
พฤติกรรมเหล่านี้ ตรงกับกฎทางจิตวิทยาเรื่องของ Confirmation Bias หรือการแสวงหา รับฟัง และตีความข้อมูลที่ได้มา และกฎ Selective Memory การเลือกจดจำในสิ่งอยากจำ เพื่อยืนยันความเชื่อหรือความคิดเดิมที่มีอยู่ให้ยิ่งเชื่อมากขึ้น

นอกจากเรื่องความรักแล้ว ‘ความกลัว’ เป็นหนึ่งเรื่องที่สะท้อนให้ถึงพฤติกรรมของมนุษย์ได้ชัด โดยเฉพาะการกลัวในสิ่งลี้ลับ วิญญาณ หรือผี ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ถือเป็นพฤติกรรมการกลัวผี คือ เรื่องที่แปลกมาก ด้วยนิสัยของมนุษย์แล้ว ไม่เชื่ออะไรกันง่ายๆ ต้องได้รับการพิสูจน์ก่อนจึงจะเชื่อ ‘ดร.นำชัย’ อธิบายเรื่องนี้ ว่า
“ความเชื่อเรื่องผี เป็นเรื่องที่มีความขัดแย้งในตัวเองสูง อธิบายง่ายๆ คือ การกลัวผี ถูกโยงไปเรื่องความกลัวเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะการกลัวตาย เพราะโลกหลังความตายเป็นสิ่งข้ามไปไม่ได้ ซึ่งสามารถโยงไปยังทฤษฎีของชาร์ลส์ ดาร์วิน ในเรื่องมนุษย์ทุกคนจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด”
พฤติกรรมการกลัวผี จึงเป็นเรื่องที่มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์อย่างมาก กล่าวคือ ความกลัวผีของหลายๆ คน หากอธิบายตามหลักความเป็นจริงแล้ว แท้จริงคือการกลัวในสิ่งที่อธิบายไม่ได้ต่างหาก ซึ่งส่งผลให้เกิดการจินตนาการต่างๆ นานา จนสมองสั่งให้เกิดความกลัวขึ้นมา ซึ่งวิธีเดียวที่จะทำให้เลิกกลัวผีได้ คือต้องเชื่อว่าผีไม่มีจริง
“เรื่องการสัมผัส ทั้งการได้รับกลิ่น รู้สึกมีลมเย็น เป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่มักเกิดขึ้นเวลาเรามีความรู้สึกกลัว หรือจินตนาอะไรสักอย่าง ประจวบเหมาะกับบริบทของสถานที่ จนทำให้เราได้กลิ่นธูป หรือรู้สึกมีลมเย็นๆ รอบตัว ไม่ต่างกับ ซิกซ์เซนส์ (Extrasensory perception) หรือสัมผัสที่หก เป็นความเชื่อที่ได้รับอิทธิพลจากความเชื่อในสังคมที่ได้ฝังลึกอยู่ในพันธุกรรมของมนุษย์แต่ละสังคม ซึ่งวิทยาศาสตร์อธิบายรูปแบบที่เกิดขึ้นนี้ว่า ฟิสิกส์ของการหลอกหลอน”
และปิดท้ายด้วยประเด็นเรื่องอำนาจ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเหตุสำคัญทำให้คนมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ‘ดร.นำชัย’ ได้หยิบยกประโยคเด็ดของ ‘จอห์น ดัลเบิร์ก-แอกตัน’ ที่กล่าวว่า ‘อำนาจทำให้ฉ้อฉล’ ก่อนจะเปรียบเปรย ว่า โดยธรรมชาติของคนมักเป็นการไหลลงที่ต่ำ โดยเฉพาะเมื่ออำนาจวางอยู่ในมือ ซึ่งมีการทดลองหลายชิ้น แสดงให้เห็นว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่บุคคลนั้นมีอำนาจอยู่ในมือ ภายใต้บริบททางสังคม โอกาส จังหวะที่เอื้ออำนวย ก็จะเกิดพฤติกรรมการวางอำนาจใหญ่ทันที
ตัวอย่างง่ายเลย คือ เมื่อตอนนักการเมืองมีอำนาจและมีโอกาส พฤติกรรมการโกงรูปแบบต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นทันที ยิ่งถ้าโกงแล้วคนจับไม่ได้ ไม่มีใครจับ มาตรการต่างๆ ในสังคมล้มเหลว ก็โกงสิ…ทุกคนทำได้ ถ้าไม่ทำเราเสียเปรียบไง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม ถ้าสังคมไม่มีขื่อไม่มีแป คนผิดจึงควรที่จะโดนลงโทษ
“พฤติกรรมการโกงหรือการวางอำนาจลักษณะนี้ จึงโยงเข้ากับทฤษฎีของชาร์ลส์ ดาร์วิน ที่อธิบายอย่างชัดเจนว่ามนุษย์ทุกคนล้วนแล้วต้องดิ้นรนเอาตัวรอดกันทั้งนั้น ซึ่งทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ คือ ต้องทำเหมือนประเทศเกาหลีใต้ หรือการใช้วิธี Check and Balance หรือ ตรวจสอบและถ่วงดุล” ดร.นำชัย ปิดท้าย

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนย่อยจากเวที Book Talk แล้วทำไมเราเป็นคนแบบนี้ ในงาน ‘Knowledge Book Fair เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม’ ที่มี ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เท่านั้น ผู้สนใจสามารถรับชม Live Book Talk แล้วทำไมเราเป็นคนแบบนี้ ย้อนหลังได้ที่ Facebook : Matichon Book – สำนักพิมพ์มติชน (คลิก) หรือ YouTube : matichon tv (คลิก)

