ตัวเลขยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงมิถุนายนของปีนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 7,637 คัน เห็นได้อย่างชัดเจนว่า รถไฟฟ้าเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
เรื่องจุดชาร์จก็มีความสะดวกมากขึ้นเรื่อย ๆ บางส่วนเกิดจากเจ้าของแบรนด์ที่มีตู้ชาร์จให้บริการ ยกตัวอย่าง MG Super Charge หรือ “ตู้แดง” ของค่าย MG ที่กระจายอยู่ 135 แห่ง ทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีจุดหรือสถานีชาร์จอื่นๆ เช่น กฟน. กฟภ. กฟผ. ปตท. และศูนย์การค้าต่างๆ รวมแล้วกว่า 1,400 แห่งทั่วประเทศ
ใครกำลังวางแผนจะซื้อรถไฟฟ้า ช่วงเวลานี้ก็ดูจะเป็นจังหวะที่ดี ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายแคมเปญที่แต่ละแบรนด์ใส่มาเต็มเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ มีตัวอย่างรถไฟฟ้าราคาต่ำกว่าล้านเพื่อเป็นอีกทางเลือก อย่าง “NEW MG4 ELECTRIC” รถยนต์ไฟฟ้าหนึ่งเดียวในคลาสที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ทางค่าย MG ชูจุดขายเรื่องการขับขี่ที่สนุกสนาน เร้าใจ ไว้เป็นจุดเด่นของโมเดลนี้ หากดูจากเทคโนโลยีที่ใส่ลงไป ก็ล้วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ทั้งสิ้น
ตัวเลขพละกำลังสูงสุด 170 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร มาพร้อมกับเทคโนโลยี RUBIK’s CUBE BATTERY ขนาดความจุ 51 kWh วิ่งในระยะทางไกลสูงถึง 425 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)
ออกแบบให้มีการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตรที่ 50:50 ตัวถังมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ (LOW CENTRE OF GRAVITY) ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังอิสระแบบ 5-Link Suspension ทั้ง 2 รุ่นย่อย ที่ไม่เพียงแค่ลด
แรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวท้องถนนได้ดีเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น คนขับจะรู้สึกมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น หลังจากที่สื่อสายยานยนต์ได้ทดลองขับ ต่างชื่นชมในการพัฒนารถ EV คันนี้ของ MG

โหมดขับขี่มีให้เลือกมากถึง 5 โหมด ได้แก่ SNOW, ECO, NORMAL, SPORT และ COSTOM สามารถตั้งได้ทั้งน้ำหนักพวงมาลัย + อัตราเร่ง + แรงที่ใช้ในการเหยียบเบรก นับเป็นรถไฟฟ้าที่ตั้งค่าได้ละเอียดมาก ๆ
จากรูปทรง และสัดส่วนดูจะตอบโจทย์ใช้งานในเมืองได้ดี ด้วยความอย่างคล่องแคล่ว รัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.3 เมตร บวกกับ Overhang ด้านหน้าและหลังของรถที่สั้น ช่วยให้เลี้ยวทางแคบได้อย่างไม่เป็นปัญหา
อีกทั้งแบตเตอรี่ที่มีความบางเพียง 110 มิลลิเมตร ติดตั้งเป็นชิ้นเดียวกับโครงสร้างตัวรถ ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร มอเตอร์ขนาดเล็กลงแต่ให้สมรรรถนะสูงถึง 16,500 รอบต่อนาที เหล่านี้ล้วนเป็นความก้าวล้ำของรถไฟฟ้าทั้งสิ้น
ชาร์จด้วย Quick charge จาก 10-80% ใช้เวลาเพียง 35 นาที ถ้าเทียบกับรถไฟฟ้าในกลุ่มเดียวกันถือว่าชาร์จได้รวดเร็วกว่า รองรับการชาร์จไฟกระแสตรง DC สูงสุดถึง 88kW
NEW MG4 ELECTRIC มี 2 รุ่นย่อย ราคาหลังหักส่วนลดจากมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐแล้ว รุ่น D อยู่ที่ราคา 869,000 บาท และรุ่น X ราคา 969,000 บาท ราคายังไม่ข้ามหลักล้าน
ใครที่กำลังเล็งรถ EV หากจองวันนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2566 ลูกค้า 1,000 คนแรก จะได้รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง นาน 3 ปี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม. การรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) มีรถบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีชุด MG HOME CHARGER รวมค่าติดตั้ง และพรมปูพื้น รวมมูลค่ากว่า 1.4 แสนบาท ซึ่งก็ถือว่าเป็นแคมเปญที่น่าสนใจไม่น้อย
สามารถไปทดลองขับก่อนตัดสินใจได้ที่โชว์รูม และจองผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://onlinebooking.mgcars.com/ หรือทางแอพพลิเคชั่น MG Thailand

และอีกแคมเปญโชว์เหนือสำหรับคนที่ใช้รถไฟฟ้า MG ทุกรุ่น ใช้บริการชาร์จรถที่ “MG SUPER CHARGE” ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2566 ได้ตลอด 24 ชม. ยอดชาร์จไฟเท่าไร เอ็มจีให้ CASH BACK คืน 100% โดยจะคืนผ่านทาง MG WALLET ภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ใช้บริการ ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ที่สถานี MG SUPER CHARGE ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 135 สถานี ทั่วประเทศ
หมายเหตุ – เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร.1267

