ปิดฉากยิ่งใหญ่! เทศกาลอาหาร SX FOOD FESTIVAL 2023

‘อาหาร’ คือหนึ่งในปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ในแต่ละวันร่างกายต้องใช้พลังงานเพื่อสร้างการเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ จึงควรได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสมและเพียงพอ แต่นอกเหนือจากการบริโภคอาหารเพื่อการดำรงชีวิตในแต่ละวัน สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม ทั้งยังเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก นั่นก็คือ การบริโภคอาหารอย่างยั่งยืน

ภายหลังปิดฉากความสำเร็จของงาน SUSTAINABILITY EXPO 2023 (SX2023) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน กับการปลุกกระแสด้านความยั่งยืนในมิติต่างๆ เพื่อสร้าง “สมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีกว่า” Good Balance, Better World จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน – 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นอกจากในงานจะอัดแน่นด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านความยั่งยืน รวมถึงต้นแบบโมเดลด้านความยั่งยืนทุกรูปแบบจากองค์กรพันธมิตรชั้นนำของไทยและต่างประเทศ ที่จะช่วยปรับพฤติกรรม เปลี่ยนทัศนคติ และการลงมือทำเพื่อส่วนรวม เพื่อโลกแล้ว ยังมีอีกหนึ่งโซนกิจกรรมดีๆ ที่มุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ และปลูกจิตสำนึกการบริโภคแบบยั่งยืน กับเทศกาลอาหารเพื่อโลก SX FOOD FESTIVAL 2023  

โดยเนรมิตพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตร ภายในศูนย์ฯ สิริกิติ์ ให้กลายเป็นดินแดนแห่งความอร่อยที่ยั่งยืน พรั่งพร้อมไปด้วยเมนูอาหารกู้โลกสารพัด จากเหล่าเซเลบริตีเชฟชื่อดัง ทั้งไอรอนเชฟ – ท็อปเชฟ – มาสเตอร์เชฟ และร้านอาหารชั้นนำมากมาย ทำให้ตลอดระยะ 10 วันของการจัดงานมีผู้ที่สนใจตบเท้าเยี่ยมชมงานอย่างคับคั่ง

Advertisement

คุณต้องใจ ธนะชานันท์ ผู้อำนวยการคณะทำงาน  SUSTAINABILITY EXPO 2023 กล่าวถึงความสำคัญของงาน เทศกาลอาหารเพื่อโลก SX FOOD FESTIVAL 2023 ตลอดจนไฮไลต์ที่น่าสนใจต่างๆ ว่า ความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน เป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้ การกินจะดีต่อโลกและดีต่อตัวเองได้ เริ่มตั้งแต่การเลือกกิน เลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อาหารที่คาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำ หรืออาหารที่มีบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เช่นเดียวกับอาหารทุกร้านใน SX FOOD FESTIVAL ที่ไม่ใช้กล่องโฟม หากเป็นพลาสติกก็เลือกเป็นพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ และยังมี Food Waste Station ให้ทุกคนฝึกแยกขยะ เพื่อนำไปรีไซเคิล หรือเศษอาหารที่เหลือก็สามารถนำไปทำปุ๋ยได้ เพราะฉะนั้นกินดีก็ช่วยโลกได้ ทำให้เรื่องราวของการกินกับความยั่งยืนเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันอย่างลงตัว

“นอกจากเซเลบริตีเชฟ 20 ท่านที่มา ในงานยังมีร้านอาหารชื่อดังมากมายหลายเจ้า ที่คุ้นชื่อกันดี มีอาหารเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นอาหารโซเดียมต่ำ อาหารไขมันต่ำ อาหารน้ำตาลต่ำ เป็นต้น มีเรื่องของอาหารกู้โลก เช่น โปรตีนจากพืช หมูสามชั้นจากพืช เกี๊ยวกุ้งจากพืช โปรตีนจากแมลง และอาหารออร์แกนิก ทั้งยังมีกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสร้างพลังงานสะอาด ซึ่งล้วนเกี่ยวเนื่องกับความยั่งยืนทั้งสิ้น

“ถามว่าทำไมถึงใช้ธีมสตรีทฟู้ด มันเกี่ยวอะไรกับความยั่งยืน ต้องบอกว่าความยั่งยืนมีมิติของสังคมด้วย ไม่ใช่มีแต่มิติสิ่งแวดล้อม ซึ่งสตรีทฟู้ดของไทยนี่แหละเป็นสิ่งที่ดังไปทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของเมืองไทย เป็นความยั่งยืนในมิติสังคม หากเราทำดีสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยได้มหาศาล”

ตกแต่งแลนด์มาร์ก เชื่อมบรรยากาศไทยสตรีทฟู้ด 

สำหรับ SX FOOD FESTIVAL ปีนี้นำเสนอภายใต้แนวคิด “THAI STREET FOOD MUSEUM : ไทยสตรีทฟู้ด ไทยสตรีทกู้ด ดีต่อไทย ดีต่อโลก” ถนนสายที่รวบรวมแต่ของดี อาหารอร่อย ไว้มากมาย ซึ่ง “ดีต่อไทย” ทั้งในแง่ของอาหารที่สร้างสุขภาพที่ดีเพื่อคนไทย และการสนับสนุนความยั่งยืนในรูปแบบของ Street Food อันเป็นเอกลักษณ์ของไทย รวมทั้ง “ดีต่อโลก” โดยจุดเล็กๆ ของทุกร้านค้าไทยสตรีทฟู้ดจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนมิติความยั่งยืนด้านอาหารเพื่อโลก

ตลอดทั้งงานสร้างความน่าสนใจด้วยบรรยากาศและการตกแต่งสไตล์ไทยสตรีทฟู้ด ผ่านการจำลองสถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองสำคัญของไทยมารวมไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น ราชดำเนิน เฉลิมกรุง พระนคร หัวลำโพง บ้านสุริยาศัย ตลาดน้ำ เมืองเก่า และเยาวราช อีกทั้งยังนำวัสดุเหลือใช้และวัสดุรักษ์โลกอย่าง ‘ลังกระดาษ’ มาจัดทำเป็นชุดโต๊ะเก้าอี้เพื่อใช้อำนวยความสะดวกในพื้นที่อีกด้วย

ขนทัพเซเลบริตีเชฟดัง รังสรรค์เมนูเลิศรส

ไฮไลต์ของงานครั้งนี้อยู่ที่การรวมตัวของเหล่าเซเลบริตีเชฟชื่อดัง และได้รับการยอมรับอย่าง ไอรอนเชฟ – ท็อปเชฟ – มาสเตอร์เชฟ กว่า 20 คน ผนึกกำลังสร้างสรรค์เมนูอาหารจานพิเศษ แนว Zero-Waste Cooking และอาหารยั่งยืน Sustainable Food ประเภทต่างๆ พร้อมเสิร์ฟความอร่อย ดีต่อคุณ ดีต่อไทย ดีต่อโลก อาทิ  เชฟพฤกษ์ – พฤกษ์ สัมพันธวรบุตร กับเมนู ‘เสือเผ่น’ เนื้อย่างหอมๆ คลุกกับแจ่ว รับประทานพร้อมเครื่องเคียง เนื้อวัวที่ใช้มาจากเกษตรกรรายย่อยในท้องถิ่นที่ใช้วิธีการเลี้ยงแบบฟาร์มเปิด นอกจากจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายเต็มที่ ยังเป็นการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชนและโลกใบนี้อีกด้วย เชฟไก่ – ธนัญญา ไข่แก้ว กับเมนู ‘ขนมจีนน้ำยากะทิใต้กรรเชียงปู’ โดยรับซื้อปูจากชาวประมงพื้นบ้าน การันตีว่า สด สะอาด ปลอดภัย ส่วนน้ำยากะทิใต้นั้นเลือกใช้สมุนไพรไทยพื้นบ้าน และผักออร์แกนิก ที่ส่งตรงจากฟาร์ม เป็นการช่วยสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยได้อีกทางหนึ่ง  

เชฟเทียน – เทียนชัย พีรพงศธร กับเมนู ‘ข้าวขาหมูด้ง’ เลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิก โดยใช้วัตถุดิบที่ส่งตรงจากฟาร์ม ปลูก และเลี้ยงโดยธรรมชาติ สนับสนุนเกษตรกรรายย่อย ยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น เชฟแก้ว – ปวีณ์นุช ยอดปรีชาวิจิตร กับเมนูเครื่องดื่ม ‘น้ำส้มฉุนเปลี่ยนสี’ ที่ใช้สีธรรมชาติจากสมุนไพรไทย รสชาติหวานน้อยดีต่อสุขภาพ และเชฟเฟิร์ส – ธนภัทร สุยาว กับเมนู ‘บัวลอยนมสดน้ำผึ้งป่าทรัฟเฟิล’ เมนูของหวานเพื่อสุขภาพ ปรุงด้วยหญ้าหวานเพื่อลดน้ำตาลให้ความหวานที่ดีต่อสุขภาพ เป็นต้น

แหล่งรวมร้านเด็ดชื่อดัง-สารพัดอาหารกู้โลก

ตลอดระยะเวลา 10 วัน ผู้คนต่างหลั่งไหลมาเยี่ยมชมงานอย่างคับคั่ง พร้อมลิ้มลองอาหารรสเลิศนานาชนิด ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีจากร้านอาหารชั้นนำมากมาย มัดรวมไว้ที่งานนี้โดยเฉพาะ ครบครันทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน ตั้งแต่อาหารว่างทานเล่น เครื่องจิ้ม ยำ ตำ แกง ต้ม ผัด คั่ว ทอด เผา ย่าง ไปจนถึงของหวาน กระจายอยู่ตามโซนต่างๆ ให้เลือกชิม ชอป ชิล อย่างเพลิดเพลิน ถูกใจสายกิน ฟินจนต้องซื้อกลับบ้านกันเป็นแถว 

นอกจากนี้ยังชวนทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์และความอร่อยที่ยั่งยืน ผ่านเมนูอาหารกู้โลกสารพัด ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงหรือให้คุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ และดีต่อความยั่งยืนของโลก ตามแนวคิด ‘Sustainable Food’ หรืออาหารยั่งยืน…เทรนด์อาหารใหม่ของโลก อาทิ อาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Food) อาหารอินทรีย์ (Organic Food) อาหารทางการแพทย์ (Medical Food) และอาหารอนาคต (Future Food) รวบรวมไว้ให้เลือกชอปกันแบบชิลๆ

แยกทิ้งอย่างถูกวิธี ผ่านสถานี ฟู้ด เวสต์

เพื่อตอกย้ำความยั่งยืนครอบคลุมทุกมิติ ภายในงานได้จัด สถานี ฟู้ด เวสต์ ‘Food Waste Station’ หรือจุดคัดแยกขยะเศษอาหาร และบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว ประจำตามจุดต่างๆ ทั่วทั้งงาน เพื่อส่งเสริมความรู้เรื่องการแยกทิ้งอย่างถูกวิธีและการนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ โดยแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้ เศษอาหาร นำส่งต่อให้บริษัท โอ๊คลิน (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับเปลี่ยนให้เป็นปุ๋ย, ถังเทน้ำ ถูกนำไปเทรวมในถังบำบัด, กระป๋องอะลูมิเนียม-ขวดแก้ว-ขวดพลาสติก ส่งให้บริษัท บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด (TBR) เพื่อทำการรีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่, พลาสติกรวม นำส่งต่อให้ N15 Technology เพื่อทำเชื้อเพลิงพลังงาน และ ขยะทั่วไป นำส่งต่อให้ กทม. ซึ่งหลังแยกขยะผู้ร่วมงานยังได้รับวิตามินบำรุงพืชคุณภาพสูงจากขยะเศษอาหารไปฟรีๆ อีกด้วย

จุดเด่นอยู่ที่โซน Bangkok Food Waste Station ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมสนุกๆ ชักชวนให้ทุกคนขยับเข้าถึงความยั่งยืนเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ตู้เก็บกลับ-รีไซเคิล ที่ชวนให้ผู้ร่วมงานนำขยะ 3 ประเภท ได้แก่ กระป๋องอะลูมิเนียม, ขวดแก้ว และขวดพลาสติก มาหย่อนใส่ตู้พร้อมรับคะแนนสะสมไว้สำหรับแลกของที่ระลึก, กิจกรรมปั่นจักรยานผลิตกระแสไฟฟ้า ที่ชวนทุกคนมาร่วมปั่นจักรยาน ระยะทาง 2 กิโลเมตร เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าส่งไปใช้บริเวณโดยรอบ โดยจุดนี้ได้รับคะแนนสะสมถึง 40 พอยท์ และคาเฟ่พลังงานสะอาด ที่อาศัยพลังงานไฟฟ้าจากการปั่นจักรยาน พร้อมเสิร์ฟกาแฟดอยผาฮี้รสชาติอร่อยละมุน กลิ่นหอมกรุ่นกันถึงที่ 

เรียกว่าเป็นการปิดฉากเทศกาลอาหารเพื่อโลก SX FOOD FESTIVAL 2023 ที่มอบประสบการณ์อิ่มอร่อย แถมยังส่งต่อความรู้ ความเข้าใจ และปลูกจิตสำนึกด้านการบริโภคอย่างยั่งยืนได้ครอบคลุมทุกมิติอีกด้วย 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image