ท่ามกลางกระแสโลกในปัจจุบัน ภาคอุตสาหกรรมกำลังเร่งพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อให้ก้าวทันต่อการแข่งขันในตลาดโลก โดยมีอุตสาหกรรมการผลิต กลุ่มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ธุรกิจผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการค้า ที่ถือเป็นอุตสาหกรรมเส้นเลือดใหญ่ ในการขับเคลื่อนการเติบโตของ GDP ของประเทศ ทว่าแต่ละอุตสาหกรรมต่างก็เจอกับโจทย์ปัญหา ความท้าทายที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป ซึ่งตัวแปรที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้ คือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริการที่เหมาะสม
จุดนี้เอง AIS Business ในฐานะองค์กรที่มีความพร้อมในด้าน Infrastructure ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี 5G, Cloud, และ Digital Platform ซึ่งสามารถช่วยสนับสนุนธุรกิจได้ในทุกภาคอุตสาหกรรม ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน เพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จจากทั้งภาครัฐและเอกชน จึงเป็นที่มาของงาน ‘AIS Business Digital Future 2024: DIGITAL INDUSTRY EVOLUTION’
ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์สะเทือนภาคอุตสาหกรรมไทย ด้วยการวิวัฒน์ครั้งใหม่ของ Intelligence Infrastructure เพิ่มขีดโครงข่าย นวัตกรรม โซลูชันส์ และ Enterprise Platform สู่ “การใช้งานจริง” ที่ตอบโจทย์การทำงานขององค์กรภาคธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ระหว่างภาคอุตสาหกรรมแบบ Cross Industry Collaboration ตอกย้ำแนวคิดการเป็นดิจิทัลพาร์ทเนอร์ในใจองค์กรธุรกิจ และผู้ประกอบการที่มุ่งสร้างการเติบโต อุ่นใจ ไปด้วยกัน พร้อมส่งเสริม Sustainable Nation หรือการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืน

นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS เผยว่า AIS มุ่งมั่นยกระดับ Intelligence Infrastructure เพื่อให้รองรับการทำงานสำหรับกลุ่มธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร ซึ่งวันนี้มีความพร้อม ในการวิวัฒน์ภาคอุตสาหกรรมให้สามารถนำดิจิทัลเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของการทำงาน ในการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในอนาคต
“โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมหลักของประเทศที่เราพร้อมอย่างยิ่งในการส่งมอบบริการดิจิทัลและโซลูชันส์ให้กับอุตสาหกรรมการผลิต กลุ่มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงธุรกิจผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการค้า ซึ่งเป็น Sector สำคัญที่มีส่วนผลักดันการเติบโตของ GDP ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจในภาพรวม”
หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS กล่าวเสริมอีกว่า วันนี้ AIS Business เดินหน้าทำงานภายใต้แนวคิด Ecosystem Economy หรือ การสร้างเศรษฐกิจแบบร่วมกัน ในด้านของการเชื่อมต่อธุรกิจข้ามอุตสาหกรรม (Cross Industry Collaboration) ผ่านการทำงานร่วมกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ชั้นนำระดับโลก ดังเช่นความร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ไมโครซอฟท์ ที่พร้อมให้บริการไมโครซอฟท์ ทีมโฟน รวมถึงสุดยอดนวัตกรรมเจนเอไอ (genAI) ที่จะมาช่วยยกระดับการทำงานของโลกยุคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกับ Microsoft 365 Copilot for Enterprise

รวมไปถึงแพลตฟอร์มและโซลูชันส์เพื่อองค์กร ที่เปิดให้บริการแล้ววันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเอไอเอส พารากอน แพลตฟอร์ม (AIS PARAGON Platform) ที่เชื่อมต่อเครือข่าย 5G, Fibre, Edge Computing, Cloud, และ Software Application เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจอุตสาหกรรม และ CPaaS (Communications Platform-as-a-Service) แพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทุกการสื่อสารขององค์กรในรูปแบบของ Cloud-based, บริการคลาวด์พีซีสำหรับธุรกิจ (Cloud PC for Business) ที่เป็นการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์บนคลาวด์รูปแบบใหม่ มีความปลอดภัยสูง
“AIS ยืนยันถึงความพร้อมในการส่งมอบบริการดิจิทัลและโซลูชันส์ให้กับทั้ง 3 อุตสาหกรรมหลักไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมการผลิต กลุ่มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ธุรกิจผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการค้า เพื่อเสริมศักยภาพการทำงาน สร้างความมั่นใจ ตอบโจทย์การเติบโตของลูกค้าอย่างยั่งยืน” ธนพงษ์ ทิ้งท้าย

STM ใช้เทคโนโลยี 5G ตั้งเป้าสู่ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของภูมิภาค
ด้าน นายณรงค์ชัย บัณฑิตวรภูมิ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Siam Toyota Manufacturing ในฐานะดิจิทัลพาร์ทเนอร์ที่นำขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลจาก AIS เข้าไปยกระดับการทำงาน กล่าวเสริมว่า การนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในการทำงานขององค์กรมีความจำเป็นและเป็นสิ่งสำคัญ อย่างการนำแพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงาน(Energy Platform) มาใช้ในการกระบวนการผลิต ทำให้สามารถติดตามข้อมูลการใช้พลังงานได้แบบเรียลไทม์ หรือแม้แต่การตรวจสอบ และปรับปรุงข้อมูลการผลิตได้ตามความต้องการ เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการผลิต พร้อมสนับสนุนวิสัยทัศน์ระดับโลกของโตโยต้า และเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของภูมิภาค

HPT ท่าเรือแรกของโลกที่ใช้รถบรรทุกไร้คนขับ
ในขณะที่ผู้ให้บริการท่าเทียบเรือชั้นนำของท่าเรือแหลมฉบัง อย่าง ฮัทชิสัน พอร์ท โดย นายอาณัติ มัชฌิมา ประธานบริหารงานทั่วไป บริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย (HPT) ให้ข้อมูลอย่างน่าสนใจว่า ฮัทชิสัน พอร์ท ได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นความปลอดภัย สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ทั้งการร่วมกันพัฒนา 5G Private Network สำหรับการทำงานของท่าเรือ นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบ Smart Seaport ที่สามารถควบคุมเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือแม้แต่การนำรถบรรทุกอัตโนมัติไร้คนขับมาใช้งานในท่าเรือเป็นแห่งแรกของโลก และการให้บริการ Automated Gate ทำให้ลูกค้า รถบรรทุกตู้สินค้าสามารถผ่านเข้าออกท่าด้วยระบบ อัตโนมัติและดำเนินการได้ด้วยตนเอง
CPN-เดอะมอลล์ กรุ๊ป เร่งเดินหน้าสู่ Smart Retail
สำหรับกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการค้า 2 ผู้เล่นใหญ่ในตลาดอย่าง เซ็นทรัลพัฒนา และ เดอะมอลล์กรุ๊ป ก็มุ่งสู่การเป็น Smart Retail ด้วยการผสานขุมพลังของดิจิทัลเทคโนโลยีเข้าไปเสริมขีดความสามารถการทำงานในมิติต่างๆ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งให้กับลูกค้า

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ในฐานะองค์กรที่อยู่คู่กับประเทศไทยมามากกว่า 42 ปี เราให้ความสำคัญต่อความคิดการลงมือทำ ภายใต้วิสัยทัศน์ Imagining Better Futures for All โดยมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์อนาคตที่ดีและยั่งยืนให้กับทุกคน
“AIS คือหนึ่งในพันธมิตรสำคัญของเซ็นทรัลพัฒนา โดยร่วมพัฒนาให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล ต่อยอดให้เป็นศูนย์การค้าที่สร้างประสบการณ์แบบล้ำสมัย อาทิ การเปิดตัว Flagship Store แห่งแรก กับหุ่นยนต์อัจฉริยะ AIS 5G ที่เซ็นทรัลเวิลด์ รวมถึงบริการ Smart Mirror ที่มอบประสบการณ์การลองเสื้อผ้าในรูปแบบเสมือนจริงแบบ Virtual Fitting นับเป็นการทำงานร่วมกันที่ตอกย้ำศูนย์การค้าเซ็นทรัล สู่การเป็น Future of Retail ที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง”
ทางฟากฝั่ง เดอะมอลล์ กรุ๊ป นายจิรยุทธ์ กาญจนมยูร ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายไอที บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ให้ข้อมูลว่า เดอะมอลล์ ในฐานะกลุ่มบริษัทค้าปลีกชั้นนำ มุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีเข้าสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าอยู่อย่างสม่ำเสมอ พร้อมวางกลยุทธ์พัฒนาบริษัท ด้วยการนำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันมาเป็นตัวช่วยในการทำงาน ร่วมถึงพัฒนาแพลตฟอร์มการจำหน่ายสินค้าเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และร้านค้า
“ที่ผ่านมาเราและ AIS ได้ร่วมนำพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ 5G มาพัฒนาและต่อยอดการให้บริการลูกค้าในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การให้บริการอินเทอร์เน็ตตามที่ต้องการที่ยืดหยุ่นกับร้านค้า (Fibre to Shop), การให้บริการ 5G, Wifi และบริการให้ข้อมูลการตลาดเพื่อลูกค้า (Marketing Behavior Platform) นอกจากนี้เรายังตั้งเป้านำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งการจะทำให้ศูนย์การค้ามีความทันสมัยได้ตลอดเวลา มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมี Digital Partner ที่มี Infrastructure ที่แข็งแรงอย่าง AIS เข้ามาเสริมศักยภาพเพื่อต่อยอดการทำงานให้ดีมากยิ่งขึ้น”
นอกจากนี้ ในด้านเครือข่ายภาครัฐและองค์กรภาคประชาสังคม อาทิ ผู้บริหารจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI), การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.), ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย (THAiLOG)
ยังได้ร่วมผนึกกำลังผลักดันให้กลุ่มภาคอุตสาหกรรมทั้งอุตสาหกรรมการผลิต กลุ่มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ กลุ่มธุรกิจผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการค้านี้ เพื่อสร้างขีดความสามารถใหม่ๆ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศและการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

