ก้าวเข้าสู่ปักษ์สุดท้ายของปีเชื่อว่าหลายคนคงนับวันรอคอย เตรียมความพร้อมสู่เทศกาลแห่งความสุข เพื่อเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเมื่อพูดถึงการสังสรรค์ กิจกรรมที่อยู่ในหัวแรกๆ คงหนีไม่พ้นกิจกรรมกินดื่ม
คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ดื่มด่ำบรรยากาศท้ายปีไปกับอาหารเลิศรส จับคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ชื่นใจ ฟังเรื่องเล่าสนุกๆ จากคนที่คุยถูกคอ เคล้าเสียงเพลงอย่างสนุกสนาน
และกิจกรรมแห่งการสังสรรค์ ที่มีอาหารพร้อมเครื่องดื่มสุดพิเศษในช่วงนี้ หนึ่งในนั้นคืออีเวนต์ใหญ่ที่มีชื่อว่า Beer and Food Pairing Festival 2023 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16 ธันวาคม 2566 เวลา 11.00 -15.00 น. ณ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง พระราม 3
เพราะการกินคือเรื่องใหญ่ จึงอยากชวนรู้จักการ Food Pairing
วัฒนธรรมการกินเป็นหนึ่งในสิ่งขับเคลื่อนวิวัฒนาการของมนุษยชาติมาช้านานเมื่อพูดถึงอาหารและการกิน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอาหารนอกจะจะเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตในฐานะ ปัจจัย 4 จนมีคำกล่าวว่า “คนเรากินเพื่ออยู่” ซึ่งหมายถึงการกินคือหนึ่งในพฤติกรรมสำคัญเพื่อการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์
ทว่าพัฒนาการทางด้านอาหารได้เดินทางควบคู่ไปกับวัฒนธรรมของมนุษย์ ตั้งแต่การเก็บของป่าล่าสัตว์ การค้นพบไฟ การปรุงอาหาร การใช้เครื่องเทศ การแลกเปลี่ยนวัตถุดิบและการผสมผสานของรสชาติเข้าด้วยกัน ซึ่งล้วนเป็นความรู้ และประสบการณ์ที่ค่อยๆ สั่งสมมาพร้อมกับอารยธรรมของมนุษย์ จนทำให้มิติของอาหารกว้างไปกว่าแค่เรื่องของการกินเพื่อดำรงอยู่ แต่ยังมีเรื่องของรสชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ คลุกเคล้าอยู่ในอาหารทุกจาน ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดได้ค่อยๆ เปลี่ยนความหมายของวลีคุ้นหูอย่าง “คนเรากินเพื่ออยู่” สู่ “คนเราอยู่เพื่อกิน” ไปโดยปริยาย
และหากพูดถึงเรื่องวัฒนธรรมการกินแล้ว หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้น วัฒนธรรมการจับคู่อาหารกับเครื่องดื่มหรือ ‘Food Pairing’ ซึ่งเมื่อเอ่ยคำนี้ออกมาหลายคนคงนึกถึงการจับคู่ ไวน์แดงเสิร์ฟคู่กับเนื้อ ไวน์ขาวเคียงข้างเนื้อปลา แต่ในความจริงแล้วโลกของการจับคู่อาหารกว้างกว่านั้นมาก ตั้งแต่ ไวน์ แชมเปญ วิสกี้ เบียร์ หรือแม้กระทั่งน้ำเปล่า เข้าคู่กับอาหารต่างๆ
ซึ่งการจับคู่ระหว่างอาหารกับเครื่องดื่มเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัมผัส รส กลิ่น หรือแม้กระทั่งเวลาในการรับประทาน โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มและเสริมรสชาติของกันและกัน
เพื่อเปิดประสบการณ์ สร้างความรู้ ความเข้าใจ ในศิลปะแห่งการกินดื่ม จากผู้เขี่ยวชาญตัวจริง พร้อมผลักดันเบียร์ไทยให้เป็น Cutural Product หรือสินค้าทางวัฒนธรรมสู่ระดับโลก กลายเป็นที่มาของอีเวนต์ใหญ่ท้ายปีในชื่อ Beer and Food Pairing Festival 2023
![]() |
![]() |
เขย่าวงการกินดื่มกับอีเวนต์ Beer and Food Pairing Festival 2023
ครั้งแรกในไทยกับประสบการณ์ลิ้มลองการจับคู่อาหารกับเครื่องดื่ม ที่รังสรรค์จากเชฟชื่อดังระดับประเทศ ทั้งเชฟจารึก ศรีอรุณ อาจารย์ประจำหลักสูตรเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และผลงาน Top 5 TOP CHEF Thailand 2023 พร้อมเสริมทัพความเข้มข้นด้วย กุ๊กขี้เมา – ธีรนัย จินดานุภาจิตต์ ยูทูบเบอร์อาหารสายฮาชื่อดังของไทย เจ้าของร้านอาหารกุ๊กขี้เมา มาร่วมรังสรรค์อาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จับคู่เครื่องดื่ม 4 รสชาติ ได้แก่ Lager Beer (เบียร์ลาเกอร์), Dunkel Beer (เบียร์ดุงเกล), Weizen Beer (เบียร์ไวเซ่น) และ Rose Beer (เบียร์โรเซ่) เคล้าบรรยากาศแห่งความสุขช่วงท้ายปี
เมนูปูไข่ดองน้ำปลากวน เผ็ดแซ่บ ปูตัวดองตัวใหญ่เสิร์ฟคู่กับ Weizen Beer สีเหลืองทองสดชื่น ช่วยดึงรสเค็มและรสหวานจากอาหารทะเลออกมาได้เป็นอย่างดี ชูรสสัมผัสรสชาติอาหารทะเลได้อย่างแท้จริง
เมนูไก่บ้านตุ๋นตะไคร้ ไก่บ้านไซส์ใหญ่ ตุ๋นกับสมุนไพรไทย 2 ชั่วโมงจนเนื้อนุ่มหลุดออกจากระดูก เสิร์ฟคู่กับ Lager Beer ที่มีความนุ่ม ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นถูกปากคนไทย ช่วยชูอาหารประเภทเนื้อ จะทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหาร อีกทั้งยังยังตัดรสชาติด้วยความอมเปรี้ยวนิดๆของน้ำจิ้มกระเทียมดอง เพิ่มความอยากอาหารให้ทานได้มากขึ้นอีกด้วย
เมนูหมูฮ้องสูตรภูเก็ต สามชั้นชิ้นใหญ่ ตุ๋นกับเครื่องเทศจีน ทานคู่กับซีอิ้วสูตรเฉพาะของภูเก็ตนาน รสออกหวานเล็กน้อย เสิร์ฟคู่กับ Dunkel Beer “เบียร์ดำ” หมักบ่มนาน 28 วัน มีรสหวานเจือรสขมจางๆ ของมอลต์ที่คั่วจนหอม เหมาะเจาะกับอาหารประเภทเนื้อ หรือจะจับคู่เข้ากับของหวานก็เข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ
ปิดท้ายด้วยเบียร์รสหวาน กับ เมนูหอยท้ายเพลาต้มสุกกับเครื่องต้มยำ จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด เสิร์ฟคู่กับ Rose Beer ซึ่งถูกจัดอยู่ในประเภทของ “Wheat Beer” ผสมราสเบอร์รี่ที่มีความหวานอ่อนๆ สีกุหลาบชมพุสวยงาม ตัดกับรสชาติของอาหารทะเลได้อย่างน่าลิ้มลอง
นอกจากเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเชฟระดับแนวหน้า กิจกรรมครั้งนี้ยังพร้อมเสิร์ฟอาหารเลิศรสจากโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง กว่า 6 เมนู สุดพิเศษได้แก่ กุ้งเรือนแก้ว, กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา, เกาเหลาเย็นตาโฟทรงเครื่อง, ปลากะพงทอดน้ำปลา, ข้าวผัดปู, ขาหมูทอดตะวันแดง อีกด้วย

เพิ่มความรื่นรมย์ชมดนตรีและการแสดงกับโชว์สุดตระการตาในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ บนเวทีขนาดใหญ่ ภายใต้ระบบภาพ แสง สี เสียง ที่สมบูรณ์ที่สุด ปิดท้ายด้วยศิลปินระดับตำนานกับ แอ๊ดคาราบาว ที่จะมาขับขานเพลงเพื่อชีวิต สร้างบรรยากาศแห่งความสุข เคล้าอาหารเลิศรสพร้อมเครื่องดื่มชื่นใจ ในวันที่ 16 ธันวาคม 2566 เวลา 11.00 -15.00 น. ณ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง พระราม 3



