ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไทยคมมีการปรับกลยุทธ์องค์กร จากผู้ให้บริการดาวเทียมสื่อสาร มาเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีอวกาศชั้นนำในภูมิภาค (Regional Space Tech Company) เพื่อสร้างความเติบโต ทั้งในธุรกิจดาวเทียมสื่อสาร ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก และในธุรกิจด้านเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ ที่ไทยคมนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอวกาศ มาสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
โดยในปี 2566 ไทยคมยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Space-Tech มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเทคโนโลยีด้านดาวเทียมและอวกาศมาพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ข้อมูล Big Data จากอวกาศ มาวิเคราะห์ร่วมกับ Artificial Intelligence (AI) และMachine Learning (ML) พร้อมทั้งร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อช่วยกันคิดค้น วิจัย และพัฒนาบริการใหม่ๆ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน สังคม และประเทศชาติ
ความสำเร็จที่เห็นได้ชัดจากการนำโซลูชันเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ให้เกิดประโยชน์ คือ การที่ไทยคม ร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำแพลตฟอร์มคาร์บอนเครดิตที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประเมินปริมาณมวลชีวภาพในพื้นที่ป่าชุมชน ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกร่วมกับชุมชนอยู่ เพื่อให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดไปใช้สร้างประโยชน์ในการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคป่าไม้ของประเทศไทย
นายปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม กล่าวว่า การร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ นับเป็นก้าวสําคัญในการนำโซลูชันด้านการประเมินคาร์บอนเครดิต ที่ใช้ความเชี่ยวชาญของเราในด้านดาวเทียมสำรวจระยะไกล และข้อมูลภูมิสารสนเทศ มาวิเคราะห์ร่วมกับเทคโนโลยี AI และ ML เพื่อตรวจสอบสุขภาพป่าไม้ และประเมินปริมาณมวลชีวภาพในพื้นที่ป่าชุมชนของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ซึ่งนับเป็นโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายของเราที่มุ่งขับเคลื่อนให้องค์กรและประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ในอนาคต

อีกหนึ่งเคสที่ไทยคมขยายความสำเร็จจากโครงการที่ผ่านมา คือ การร่วมมือกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อร่วมกันพัฒนาการนำระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการประกันภัยพืชผล ด้วยการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลก และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น ข้อมูลแปลงเกษตรกร พันธุ์ข้าว พื้นที่ประสบภัยพิบัติ และอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติให้ได้รับเงินสินไหมทดแทนได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง อีกทั้งยังช่วยให้ภาครัฐมีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ เพื่อนำใช้ในการวางแผนรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างทันถ่วงที และช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม กล่าวว่า การผนึกกำลังกับกรมส่งเสริมการเกษตร และสมาคมประกันวินาศภัยไทย เป็นการตอกย้ำพันธกิจของไทยคม ที่ได้นำความเชี่ยวชาญในธุรกิจดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศ มาต่อยอดให้เกิดเป็นแพลตฟอร์มในการประกันภัยพืชผล เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้
นับเป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จของไทยคม ที่ในวันนี้ได้ก้าวสู่การเป็น Space-Tech Company อย่างเต็มตัว และพร้อมที่จะนำโซลูชันจากเทคโนโลยีอวกาศ ไปพัฒนาความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วน


