เป็นที่คาดการณ์กันว่า ฤดูร้อนประเทศไทยปีนี้ อุณหภูมิจะพุ่งปรี๊ดไปถึง 44.5 องศาเซลเซียส ตามมาด้วยความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยด้วยโรคลมร้อน ถ้าเป็นเด็กหรือวัยหนุ่มสาวที่สภาพร่างกายแข็งแรง ก็อาจจะยังชู 2 นิ้วไหว
แต่หากเป็น ‘กลุ่มเสี่ยง’ อย่างผู้สูงอายุกับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ฯลฯ จะมีความอ่อนเพลียจากอากาศและสภาวะความร้อนมากเป็นพิเศษ จนอาจเป็นอันตรายถึงขั้นลาโลกใบร้อนๆ นี้ได้
โรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรก (Heatstroke) เกิดจากภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิความร้อนสูง จนส่งผลกระทบต่ออวัยวะและระบบการทำงานต่างๆ ทำให้มีอาการตัวร้อน วิงเวียน ปวดมึนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย เหงื่อออกมากกว่าปกติ หัวใจเต้นแรง เป็นลมหมดสติ บ้างก็มีอาการทางระบบประสาท เช่น ชัก พูดจาสับสน หรือตอบสนองช้า

ก่อนฝนแรกจะมาถึง ระหว่างนี้เราต้องระวังโรคลมร้อนให้ดี โดยเฉพาะใครที่มีกลุ่มเสี่ยงอยู่ในครอบครัว เพราะจากข้อมูลกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่า เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี จะมีรายงานผู้เสียชีวิตที่เข้าข่ายการเฝ้าระวังการเสียชีวิตจากภาวะอากาศร้อน ล่าสุดระหว่างวันที่ 5 มีนาคม-22 พฤษภาคม 2566 มีผู้ป่วยจากภาวะอากาศร้อน 10 ราย เสียชีวิตถึง 37 ราย
ผู้ป่วย 10 ราย อายุ 13-75 ปี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รองลงมาเป็นอาชีพรับจ้าง บางคนมีโรคประจำตัว ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ หลอดเลือด และเป็นผู้ป่วยติดเตียง มีปัจจัยเสี่ยงจากการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ดื่มแอลกอฮอลล์
ส่วนผู้เสียชีวิต 37 ราย อายุ 17-81 ปี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง ในภาคกลางมีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศร้อนสูงที่สุด บางคนมีโรคประจำตัว มีปัจจัยเสี่ยงจากการดื่มแอลกอฮอลล์ และส่วนใหญ่เสียชีวิตกลางแจ้ง
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีคำแนะนำมาฝาก เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตจากโรคลมร้อน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ รวมไปถึงเด็กเล็กและหญิงตั้งครรภ์ ด้วย 5 ข้อดังนี้
1.ไม่อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องไม่สวมเสื้อผ้าชุดสีเข้ม อย่างที่รู้กันว่าสีเข้มจะดูดความร้อนได้มากกว่าสีอ่อน
- จิบน้ำสะอาดเป็นระยะ อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน หรือดื่มเครื่องดื่มประเภทเกลือแร่ในกรณีเสียเหงื่อมาก
3.ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ทั้งเบียร์ เหล้า ไวน์ สาโท กระแช่ ฯลฯ รวมถึงผู้สูงอายุไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนด้วย
4.หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่อากาศร้อนอบอ้าว อับ ถ่ายเทอากาศไม่ดี
5.ห้ามเด็ดขาดกับการนั่งในรถที่จอดอยู่กลางแดดและไม่เปิดแอร์ เพราะอาจช็อคจนเสียชีวิตได้ภายใน 10-20 นาที
เพียงเท่านี้ เราก็สามารถป้องกันโรค ‘ร้อนตาย’ ได้ และถ้าเราพบเจอใครที่มีอาการบ่งบอกว่ากำลังเป็นฮีทสโตรก ถ้าอยู่กลางแจ้งให้รีบนำตัวเข้าที่ร่ม ห้องที่มีความเย็น ดื่มน้ำมากๆ วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้นอนราบ คลายเสื้อผ้าให้หลวม ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัว ซอกคอ รักแร้ และศีรษะ ร่วมกับใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน ถ้าผู้ป่วยหมดสติไปแล้ว จับนอนตะแคงเพื่อไม่ให้โคนลิ้นอุดตันทางเดินหายใจ และให้รีบนำส่งโรงพยาบาล หรือโทรแจ้งสายด่วน 1669

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
#โรคลมแดด #ฮีทสโตรก #กรมควบคุมโรค

