กรมชลประทานเปิดเวทีระดมนักวิชาการเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยปี 2567

20.05.24 | 14:00 น.

จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งถึงการเข้าสู่ฤดูฝนของไทยในปลายเดือนพฤษภาคมนี้ แต่ด้วยสภาวะโลกร้อนกับปรากฏการณ์เอนโซ ประกอบกับมีพายุหมุนเขตร้อนพัดผ่าน จึงส่งผลกระทบให้เป็นอีกปีที่ประเทศไทยมีโอกาสเผชิญกับอุทกภัย 

กรมชลประทาน จึงได้ร่วมกับสมาคมนักอุทกวิทยาไทย และสมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทานในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดประชุมเสวนาวิชาการ “ชี้ชะตาสถานการณ์น้ำประเทศไทย 2024 ในภาวะภูมิอากาศแปรปรวน” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อเตรียมพร้อมวางแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ท่ามกลางสภาวะภูมิอากาศแปรปรวนรุนแรงในปีนี้ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ทั้งในแบบออนกราวน์ ณ หอประชุมชูชาติ กำภู และออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting

นายวิวัธน์ชัย คงลำธาร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา กรมชลประทาน ประธานเปิดงาน กล่าวว่า สภาพอากาศของโลกปัจจุบันได้รับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน ทำให้มีความแปรปรวนรุนแรง โดยเฉพาะในทศวรรษที่ผ่านมา เกิดปัญหาทั้งภัยแล้งและอุทกภัยรุนแรงในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับอิทธิพลจากสภาวะโลกร้อนนี้ด้วย รวมถึงได้รับอิทธิพลโดยตรงจากปรากฏการณ์เอนโซ เกิดเป็นปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังแรงตั้งแต่ช่วงกลางปี 2566 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงมากผิดปกติ ส่งผลให้เกิดปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่ 

“ปัจจุบันปรากฏการณ์เอนโซได้อ่อนกำลังลงและเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะเป็นกลางในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน และมีความน่าจะเป็นที่จะเข้าสู่สภาวะลานีญาในเดือนมิถุนายนต่อเนื่องไปจนกระทั่งสิ้นสุดฤดูฝนปี 2567 ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสที่จะเกิดฝนตกมากกว่าค่าปกติ รวมทั้งมีโอกาสสูงมากที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนพัดผ่านเข้าประเทศไทยในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม อาจทำให้ฤดูฝนปี 2567 เกิดปัญหาอุทกภัยขึ้นได้”

Advertisement

นายวิวัธน์ชัยยังได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดงานในวันนี้ว่า เป็นการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุอุทกวิทยา และหน่วยงานกําหนดนโยบายในการบริหารจัดการน้ำของประเทศ รวมถึงหน่วยปฏิบัติงานหลักด้านการบริหารจัดการน้ำ มานําเสนอการคาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้น และการเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์น้ำ โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำและประชาชนทั่วไปที่สนใจ เพื่อหาข้อสรุปในการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ 

เริ่มจากท่านแรก ดร.สมชาย ใบม่วง ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยา และกรรมการสมาคมนักอุทกวิทยาไทย อธิบายในหัวข้อความหมายการผันแปรและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Variability and Climate Change) สภาวะหรือรูปแบบของปริมาณฝนและอุณหภูมิในระดับภาคและของประเทศไทยในปีนี้ โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์ความคล้ายคลึงของ ENSO CODE และรูปแบบภูมิอากาศของประเทศไทย

ดร.สุทัศน์ วีสกุล ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)บรรยายถึงข้อมูลข้อเท็จจริงของสภาพอากาศในประเทศไทย ระบบคาดการณ์ของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ที่ใช้อยู่ และผลการใช้แบบจำลอง จากหัวข้อบรรยายมีการเผยถึงผลสรุปการคาดการณ์ฝนเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม 2567 ว่า ดัชนี ONI (ENSO) มีสถานะเป็นเอลนิโญ จาการคาดการณ์ของ IRI พบว่า มีโอกาสเปลี่ยนสถานะเป็นกลางระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม และจะเปลี่ยนเป็นลานีญาระหว่างเดือนสิงหาคม 2567-มกราคม 2568 และจากการวิเคราะห์ดัชนี ONI PDO และ DMI ล่าสุด คาดการณ์ว่า สถานการณ์ฝนปี 2567 จะคล้ายคลึงกับปี 2516

ในฐานะหน่วยงานหลักในการศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ชี้แจงถึงการเตรียมการของรัฐบาลและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พร้อมทั้งเผยถึงมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2567 จำนวน 10 มาตรการ เป็นต้นว่า คาดการณ์ชี้เป้าและแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและพื้นที่เสี่ยงฝนทิ้งช่วง, ทบทวน ปรับปรุง เกณฑ์บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำ อาคารควบคุมบังคับน้ำอย่างบูรณาการในระบบลุ่มน้ำและกลุ่มลุ่มน้ำ, เตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือ อาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ โทรมาตร บุคลากรประจำพื้นที่เสี่ยง และศูนย์อพยพให้สามารถรองรับสถานการณ์ในช่วงน้ำหลากและฝนทิ้งช่วง ฯลฯ 

ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน รายงานถึงสถานการณ์น้ำในภาพรวม ปริมาณน้ำใช้การในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เปรียบเทียบวันเดียวกันของปี 2566 กับปี 2567 พร้อมคาดการณ์ปริมาณน้ำต้นฤดูฝน ทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง น้ำใช้การใน 4 เขื่อนหลัก และการเตรียมความพร้อมเครื่องจักร-เครื่องมือช่วยเหลือในช่วงฤดูฝนปีนี้ทั่วประเทศ ได้แก่ เครื่องสูบน้ำ 2,289 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 617 เครื่อง และเครื่องจักรกลสนับสนุนอื่นๆ 2,476 หน่วย

ปิดท้าย ผศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ จากภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ นำเสนอเรื่องของผลกระทบภาวะภูมิอากาศแปรปรวนต่อมิติสังคม และกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากเป็นภาคอีสานส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดศรีสะเกษ ยโสธร สกลนคร ส่วนภาคเหนือจะเป็นเขตชายแดน ซึ่ง ผศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ มีความเป็นกังวลว่า ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมจะเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างไร

นายสัญชัย เกตุวรชัย นายกสมาคมนักอุทกวิทยาไทย ประธานกล่าวปิดงาน กล่าวว่า จากข้อสรุปเบื้องต้น แนวโน้มภาพรวมประเทศไทยจะมีฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูฝนนี้ บางพื้นที่อาจมีปริมาณฝนใกล้เคียงหรือสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อย ยกเว้นภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่อาจมีฝนสูงกว่าค่าปกติมาก อาจทำให้เกิดปัญหาอุทกภัยได้ 

“ปัจจุบันได้มีการเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้ โดย สทนช. จะเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการน้ำของประเทศ กรมชลประทานที่มีเครื่องมือต่างๆ ในการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ได้เตรียมเครื่องมือ เครื่องจักรกล และเจ้าหน้าที่ไว้พร้อมรับสถานการณ์อย่างเต็มกำลัง มีคณะอนุกรรมการติดตามวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำที่ประกอบไปด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำของประเทศ จะทำหน้าที่ติดตามวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไขสถานการณ์น้ำ ก่อนนำเสนอให้ สทนช.รับทราบและพิจารณากำหนดแนวทางดำเนินการต่อไป”

นายกสมาคมนักอุทกวิทยาไทย กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ในการร่วมมือนำพาประเทศไทยให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้ จำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องบูรณาการร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเกิดจากน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อบรรเทาและลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด