เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน แถลงข่าวสรุปการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2566/67 พร้อมรับมือฤดูฝนปี 2567 เพื่อนำเสนอข้อมูลการบริหารกิจการน้ำในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมา และแสดงถึงความพร้อมของหน่วยงานต่างๆ ที่จะเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนปีนี้ ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC)

นายชูชาติกล่าวถึงสถานการณ์ช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมาว่า มีการใช้น้ำเป็นไปตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้ นับเป็นผลสำเร็จในการควบคุมบริหารจัดการน้ำทั้งในส่วนของกรมชลประทานและหน่วยงานต่างๆ ทำให้มีน้ำต้นทุนสำรองเพียงพอ ในช่วงต้นฤดูฝนเดือนพฤษภาคมมีน้ำประมาณ 4,600 ล้านลูกบาศ์กเมตรถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี
“สำหรับการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ช่วงฤดูฝนนั้น ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าสภาวะเอลนีโญจะอ่อนกำลังลงและเปลี่ยนเข้าสู่ภาวะเป็นกลางในช่วงเดือนมิถุนายน โดยมีความน่าจะเป็นถึงร้อยละ 69 ที่จะเปลี่ยนสู่สภาวะลานีญา ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้นในเดือนกรกฎาคม-กันยายน และจะคงสภาวะนี้ต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศให้ปฏิบัติตาม 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2567 ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนดอย่างเคร่งครัด”
ใน 10 มาตรการรับมือฤดูฝนของ กอนช. กรมชลประทานได้วาง 6 แนวทางปฎิบัติ โดยแนวทางแรกเริ่มจากการกำจัดสิ่งกีดขวางในลำน้ำไม่ว่าจะเป็นกำจัดวัชพืช ขุดลอก และให้เร่งดำเนินการเแล้วเสร็จก่อนช่วงฝนตกหนักในเดือนสิงหาคม-กันยายน แนวทางที่ 2 เป็นการตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทานซึ่งเป็นเรื่องที่ทำกันทุกปี แต่ปีนี้ขอให้มีมาตรการที่เข้มข้น ให้ลงไปตรวจสอบ-เตรียมความพร้อมในการซ่อมแซมอาคารต่างๆ และเครื่องสูบน้ำ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน
แนวทางที่ 3 การเตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือ ประเมินจุดเสี่ยงที่จะเกิดอุทกภัยแล้วนำเครื่องจักรเครื่องมือลงพื้นที่เตรียมความพร้อม เพราะเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤตจะได้ดำเนินการแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที แนวทางที่ 4 จะต้องติดตามการพยากรณ์อากาศพร้อมนำข้อมูลมาประเมินสถานการณ์น้ำในลำน้ำต่างๆ ล่วงหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จะต้องมีการคาดการณ์ปริมาณน้ำที่จะไหลลงอ่าง จัดทำ Dynamic Operation Curve ตามกฎเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำซึ่งจะต้องปรับให้สอดคล้องเป็นประจำทุกสัปดาห์
“แนวทางที่ 5 การติดตามประเมินเกณฑ์การบริหารต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้ กับการควบคุมปริมาณน้ำ ต้องการให้มีการตรวจวัดปริมาณน้ำที่ผ่านจุดต่างๆ เป็นตัวเลขที่แท้จริง และแนวทางสุดท้าย จะต้องช่วยกันแจ้งข้อมูลประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนตลอดจนสื่อมวลชนได้รับรู้สถานการณ์ว่า จะระบายน้ำหรือเก็บกักน้ำ หรือจะดำเนินการสิ่งใดๆ โดยให้สำนักงานชลประทานที่ 1-17 ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ กับในพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดกับประชาชนได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์”

นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ร่วมแถลงข่าวพร้อมนำเสนอการคาดการณ์ฝนในช่วงปีนี้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม รวมถึงปรากฏการณ์เอลนีโญที่เข้าเกณฑ์ภาวะเป็นกลางเพิ่มมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเป็นปรากฏการณ์ลานีญาในช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไปจนถึงปลายปี
“ประเทศไทยได้มีการประกาศเข้าฤดูฝนตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม โดยคาดว่าตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงตุลาคม ปริมาณการกระจายของฝนจะมีต่อเนื่อง และจะมีบางช่วงในเดือนมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคม ลักษณะร่องความกดอากาศต่ำมีแนวโน้มเคลื่อนตัวแถวประเทศจีนตอนใต้ ปริมาณการกระจายของฝนก็จะลดไปบ้าง และคาดว่ามีพายุเข้าประเทศไทย 1-2 ลูก”

ด้าน นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน รายงานถึงการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2566/2567 โดยสรุปการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2566/67 ทั้งประเทศ ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2566-30 เมษายน 2567 ว่า ในช่วงต้นฤดูแล้ง มีปริมาณน้ำเก็บกัก 61,191 ล้านลูกบาศก์เมตรปริมาณน้ำใช้การ 40,387ล้านลูกบาศก์เมตรด้านการวางแผนมีแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 24,985 ล้านลูกบาศก์เมตรผลจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 23,832ล้านลูกบาศก์เมตรและสรุปการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2566/67 เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ช่วงต้นฤดูแล้งมีปริมาณน้ำเก็บกัก 17,781 ล้านลูกบาศก์เมตรปริมาณน้ำใช้การ 11,085 ล้านลูกบาศก์เมตร ด้านการวางแผนมีแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 8,700 ล้านลูกบาศก์เมตร และผลจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 8,586 ล้านลูกบาศก์เมตร
“วันที่ 1 พฤษภาคม ปริมาณน้ำเก็บกักอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศมีปริมาณน้ำรวม 41,765 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังสามารถรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนได้อีกกว่า 34,572 ล้านลูกบาศก์เมตรเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 11,256 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนได้อีกกว่า 13,615 ล้านลูกบาศก์เมตร”
รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวย้ำในตอนท้ายว่า มีการวางมาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝน เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอใช้จนถึงฤดูแล้งหน้า ด้วยการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศอย่างเพียงพอ ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้น้ำฝนเป็นหลักในการเพาะปลูก บริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำ รวมทั้งวางแผนป้องกันอุทกภัย เพื่อลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ ในงานแถลงข่าวสรุปการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งฯ ได้มีการถ่ายทอดผ่านระบบ VDO Conference กับ Facebook Live กรมชลประทาน เพื่อให้สำนักงานชลประทานทั่วประเทศรับฟังและรับแนวทางไปดำเนินการต่อไป สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารกลุ่มชลประทานตามช่องทางต่างๆ รวมถึงชลประทานใกล้บ้าน

