“อุบัติเหตุทางถนน” ยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาระดับโลก ที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ทั้งยังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศชาติอย่างมหาศาล โดยองค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า ทั่วโลกมีคนตายจากอุบัติเหตุทางถนนปีละกว่า 1.2 ล้านคน และบาดเจ็บปีละ 50 ล้านคน ทั้งนี้ จากรายงาน Global Status Reports on Road Safety 2023 (ใช้ข้อมูล 2021) พบว่าอุบัติเหตุทางถนน ได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกถึง 1.19 ล้านราย โดยสัดส่วนมากที่สุด (28%) เกิดในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความสูญเสียสูงถึง 63 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม พบว่าภาพรวมคนตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลง 16% เกินกว่าครึ่งของประเทศต่างๆ
ในส่วนของภาพรวมประชากรไทย จากตัวเลขรายงานองค์การอนามัยโลกฉบับล่าสุด 2023 พบว่า คนไทยเสียชีวิต 18,218 ราย หรือคิดเป็น 25 คนต่อประชากร 1 แสนคน ลดลงจากปี 2561 ที่มีอัตราเสียชีวิต 24,728 ราย หรือคิดเป็น 35 คนต่อประชากร 1 แสนคน แม้ว่าสถานการณ์จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แนวโน้มการเสียชีวิตที่ลดน้อยลง แต่ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนยังคงเป็นเรื่องท้าท้ายสำหรับทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมบูรณาการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2565 -2570 แผนแม่บทฉบับใหม่ ซึ่งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) จัดทำขึ้นเพื่อเป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการรร่วมขับเคลื่อนการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือเพียง 12 คนต่อประชากร 1 แสนคน ภายในปี 2570

นายณัฐพงศ์ บุญเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจกว่า 77 ปี วิริยะประกันภัยไม่เพียงแต่ทำหน้าที่บริหารความเสี่ยงให้กับผู้เอาประกันภัย แต่บริษัทฯ ยังยึดมั่นในอุดมการณ์แห่งการแบ่งปันและสร้างสรรค์ประโยชน์แก่สังคมไทย ในฐานะองค์กรภาคเอกชนที่เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในสังคมทุกมิติ โดยเฉพาะการดำเนินงานด้านการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน

“การดำเนินงานด้านรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน ถือเป็นภารกิจหลักที่บริษัทฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 40 ปี โดยบริษัทฯ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมบูรณาการขับเคลื่อนกิจกรรมหรือโครงการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนต่างๆ ร่วมกับ หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายรณรงค์ พร้อมทั้งสร้างกลุ่มเครือข่ายวิริยะจิตอาสาทั่วประเทศ เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมในทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง อาทิ โครงการอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ โครงการตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว โครงการอาสาตาจราจร รวมไปถึงการมอบอุปกรณ์จราจรสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร”
บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวไปสู่สังคมแห่งความปลอดภัย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลงตามเป้าหมายของแผนแม่บทดังที่กล่าวมาข้างต้น บริษัทฯ จึงยังคงดำเนินงานสานต่อภารกิจและสร้างสรรค์กิจกรรมโครงการอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567บริษัทฯ ได้ดำเนิน “โครงการแก้ไขจุดเสี่ยงเพื่อลดอุบัติภัยบนท้องถนน” เพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุทางถนน โดย ศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของวิริยะประกันภัยที่มีอยู่ทั่วประเทศ ได้ทำการคัดเลือกและรวบรวมข้อมูลจุดเสี่ยงจากทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะฐานข้อมูลซึ่งมาจากการที่วิริยะประกันภัยได้ดูแลเคลมสินไหมทดแทนให้ผู้เอาประกันภัยในแต่ละปี จึงทำให้มีคลังข้อมูลรวบรวมจุดเสี่ยงที่มีการเกิดอุบัติเหตุ นำมาวิเคราะห์ พร้อมทั้งลงไปสำรวจพื้นที่ เพื่อหาแนวทางในการดำเนินงาน รวมถึงสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการลดอุบัติเหตุในพื้นที่ต่างๆ อาทิ การจัดทำป้ายเตือนก่อนถึงบริเวณจุดเสี่ยงหรือการติดตั้งไฟกระพริบ เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถมองเห็นได้ชัดเจน และเป็นการช่วยเตือนให้ผู้ขับขี่ระมัดระวังในการใช้เส้นทางต่างๆ การจัดทำป้ายไฟสามเหลี่ยมบริเวณด่านตรวจยาเสพติด เพื่อให้ประชาชนที่สัญจรบนท้องถนน สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุจากการชนป้ายด่านตรวจหรือชนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ การติดตั้งแถบชะลอความเร็ว เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วของยานพาหนะเมื่อต้องขับผ่านบริเวณที่จำเป็นต้องระมัดวัดระวัง เช่น ทางโค้ง ทางเลี้ยว ทางแยก หรือในเขตชุมชน

สำหรับการดำเนินโครงการแก้ไขจุดเสี่ยงฯ ในปี 2567 มีการสำรวจพื้นที่และคัดเลือกจุดเสี่ยงทั้งหมด 61 จุด แบ่งเป็น ภาคเหนือ 11 จุด, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จุด, ภาคตะวันออก 10 จุด, ภาคกลางและภาคตะวันตก 15 จุด และ ภาคใต้ 13 จุด ทั้งนี้บริษัทฯ ได้มีการส่งมอบจุดเสี่ยงตามโครงการฯ ในบางพื้นที่แล้ว เช่น ในพื้นที่ภาคใต้ โดยบริษัทฯ ร่วมกับ แขวงทางหลวงตรัง ติดตั้งป้ายเตือน พร้อมอุปกรณ์ควบคุมโซลาเซลล์ บริเวณ โค้งสวนส้ม อ.นาโยง จ.ตรัง ส่วนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริษัทฯ ร่วมกับ แขวงทางหลวงสกลนครที่ 1 ติดตั้งป้ายเตือนจุดเสี่ยงบริเวณถนนทางโค้งหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร เป็นต้น

โครงการแก้ไขจุดเสี่ยงเพื่อลดอุบัติภัยบนท้องถนน ในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการสำรวจและคัดเลือกจุดเสี่ยงจากทั่วประเทศ เพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบในการดำเนินการแก้ไขและป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบ ซึ่งเมื่อดำเนินการในระยะหนึ่งแล้ว บริษัทฯ จะยกระดับโครงการฯ ขยายไปยังจุดเสี่ยงอื่นๆ ต่อไป
“ความปลอดภัยบนถนน เป็นสิ่งที่ทุกคนในสังคมควรมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน หากผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ว่าจะเป็นขนส่งสาธารณะหรือยานพาหนะส่วนบุคคล ตระหนักในความสำคัญกับการรักษากฎวินัยจราจรอย่างเคร่งครัด และหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองโดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่รับประทานยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอนทั้งก่อนและขณะเดินทาง ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ลดลง และควรหมั่นตรวจเช็กยานพานะให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานก่อนออกเดินทางเสมอ รวมถึงการศึกษาเส้นทางและวางแผนเลือกใช้เส้นทางที่ปลอดภัย ย่อมช่วยป้องกันอุบัติเหตุและลดความสูญเสียหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุได้” นายณัฐพงศ์ฯ กล่าว

สิ่งหนึ่งที่วิริยะประกันภัยเน้นย้ำอยู่เสมอในทุกๆ กิจกรรมการรณรงค์ที่บริษัทฯ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วน คือ “ง่วงไม่ขับ เมาไม่ขับ ขับไม่โทร” สามคำนี้ท่องให้ขึ้นใจ

