กรมปศุสัตว์ เล็งเป้าเดินหน้าสู่ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง

31.05.24 | 18:00 น.

ในยุคที่สังคมเมืองมีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว ผู้คนมีแนวโน้มที่จะหันมาเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้น พร้อมยกระดับเหล่าสัตว์เลี้ยงให้เป็นหนึ่งในสมาชิกสำคัญในครอบครัว การดูแลสัตว์เลี้ยงในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่การให้อาหารในแต่ละมื้อ แต่ยังคงต้องคำนึงถึงการเอาใจใส่เรื่องสุขภาพ ความเป็นอยู่ของพวกเขาร่วมด้วย ด้วยเหตุนี้ เทรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงจึงกลายเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล

นอกจากนี้ น.สพ.โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ฉายภาพโอกาสของประเทศไทยในการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ด้วยรายงานที่น่าสนใจว่า ปี 2566 ประเทศไทยมียอดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมากกว่า 7 แสนตัน มูลค่าสูงถึงราว 81,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเติบโตในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง จึงกลายเป็นที่มาของการตั้งศูนย์ส่งเสริมอาหารสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจรเพื่อรุกตลาดโลก 

รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของกรมปศุสัตว์ว่า ภายในกรมฯ มีหลายหน่วยงาน ที่มีหน้าที่กำกับดูแลด้านอาหารสัตว์เลี้ยง ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่มีกองสารวัตรและกักกัน ช่วยดูแลเกี่ยวกับวัตถุดิบเนื้อสัตว์ที่จะนำเข้า หรือวัตุดิบอื่นๆ ที่จะนำมาใช้ผลิต แปรรูปภายในประเทศ กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ คอยควบคุมกำกับดูแลผู้ประกอบการที่ต้องการตั้งโรงงานผลิตอาหารสัตว์ หรือนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยง ตลอดจนตรวจสอบอาหารสัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้คุณภาพ และเมื่อส่งไปยังต่างประเทศจะมีสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ เป็นผู้ควบคุมดูแลในเรื่องของโภชนาการอาหารสัตว์ ความปลอดภัยของอาหาร ระบบประกันคุณภาพ มาตรฐานต่างๆ รวมถึงการออกหนังสือรับรองการถูกสุขอนามัยของอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะสามารถส่งถึงมือผู้บริโภคได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัย 

“ในอนาคตกรมปศุสัตว์จะมีการพัฒนาในส่วนของการให้บริการประชาชนที่สะดวก รวดเร็ว ทันสมัย โดยมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในหลายๆ ส่วนงานมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการอาหารสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจะสามารถดำเนินกิจการได้สะดวกรวดเร็ว รวมทั้งกรมปศุสัตว์จะมีการควบคุมกำกับดูแล เกี่ยวกับอาหารสัตว์ให้มีมาตรฐาน สามารถแข่งขันได้ ในระดับโลก เชื่อมั่นว่าในปีนี้และปีต่อๆ ไป ปริมาณและมูลค่า การผลิตการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง องประเทศไทย จะเติบโตพร้อมก้าวไปเป็นผู้นำในระดับโลกในอนาคต”  น.สพ.โสภัชย์ กล่าว

Advertisement

ด้าน น.สพ.อุดม จันทร์ประไพภัทร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอาหารสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ได้เผยถึงบทบาทของศูนย์ส่งเสริมอาหารสัตว์แบบครบวงจร ที่จะมาช่วยเสริมแกร่งสร้างความมั่นใจในคุณภาพอาหารสัตว์ภายในประเทศว่า ทางศูนย์ฯ ดำเนินงานภายใต้สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ ซึ่งประกอบไปด้วย 4 ฝ่าย

  1.ฝ่ายทะเบียนอาหารสัตว์เลี้ยง ทำหน้าที่เกี่ยวกับการขออนุญาตขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการตลอดจนประชาชนทั่วไป โดยการใช้ระบบการขอยื่นขอจดทะเบียนผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ผู้ประกอบการหรือประชาชนที่จะขอขึ้นทะเบียนไม่ต้องมาถึงที่สำนักงาน ก็สามารถเที่ยงยื่นคำร้องผ่านระบบ NSW ได้อย่างสะดวก 

2.ฝ่ายตรวจสอบมาตรฐานด้านอาหารสัตว์เลี้ยง กำกับดูแลเรื่องของกระบวนการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง เพื่อให้สอดคล้องตามมาตรฐานกฎหมายและข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าของไทย 

3.ฝ่ายรับรองมาตรฐานด้านอาหารสัตว์เลี้ยง ทำหน้าที่รับรองเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกในการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง รับรองระบบ HACCP รับรองสถานประกอบการที่ถูกต้องตามหลักสุขอนามัยที่เป็นมาตรฐานสากล หรือผู้ที่มีความสนใจต้องการให้กรมปศุสัตว์รับรองมาตรฐาน ก็สามารถที่จะยื่นคำร้องเข้าไปในระบบอิเล็กทรอนิกส์ NSW ได้เช่นเดียวกัน

4.ฝ่ายออกหนังสือรับรองสุขอนามัยอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นฝ่ายที่จะออกหนังสือรับรองให้กับประเทศคู่ค้านำเข้าสินค้าของประเทศไทย

“ท้ายที่สุดสัตว์เลี้ยง ในฐานะสมาชิกในครอบครัว อยากให้ทุกคนตระหนักถึงความมีสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยง อาหารที่ดีจะส่งเสริมให้สุขภาพเขาแข็งแรงในระยะยาว เราไม่ควรจะนำอาหารสุนัข ไปเลี้ยงกับแมว เพราะความต้องการในสัตว์ทั้งสองชนิดนี้แตกต่างกัน การเลือกซื้ออาหารสุนัขหรืออาหารสัตว์เลี้ยง ก่อนซื้อจึงต้องดูฉลากสักนิดว่าเหมาะสมกับวัยและสัตว์เลี้ยงของเราหรือไม่” น.สพ.อุดม ทิ้งท้าย

ติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์ส่งเสริมอาหารสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ โทร 02-653-4444 ต่อ 3181 – 3182 เมลล์ [email protected]

#กรมปศุสัตว์ #อาหารสัตว์เลี้ยง #สัตว์เลี้ยง #ศูนย์ส่งเสริมอาหารสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร