เชื่อเลยว่าหนึ่งในกิจวัตรของคนเลี้ยงสัตว์ทุกคน คือการเดินเข้าร้านเพ็ทช็อป เพื่อตุนเสบียงให้เหล่าสัตว์เลี้ยงแสนรักไม่ว่าจะเป็น อาหารมื้อหลัก วิตามิน ขนมขบเคี้ยว แต่สิ่งที่ทุกคนต่างเผชิญคือปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ในท้องตลาดจำนวนมากเสียจนนับนิ้วไม่ถูก แต่รู้กันหรือไม่ว่าอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงมีความสำคัญอย่างสูงต่อพัฒนาการและการเติบโต หากเลือกอาหารไม่ถูกหมวดหรือไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดผลร้ายกับเหล่าสัตว์ที่คุณรักได้
เพื่อทำความเข้าใจเรื่องอาหารสัตว์ให้มากขึ้น ชวนพูดคุยกับ สพ.ญ.ณัฐวดี ทองเกื้อ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ ที่จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารสัตว์ตั้งแต่ประเภทของอาหารสัตว์เลี้ยง วิธีการอ่านฉลาก จำนวนขนมขบเคี้ยวที่สามารถให้ได้ในแต่ละวัน ที่จะทำให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตดีขึ้น รวมถึงการลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอีกด้วย

สารพัดเรื่องฉลากอาหารสัตว์เลี้ยง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญของเหล่าสัตว์เลี้ยงคือเรื่องของ ‘อาหาร’ แต่รู้กันหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วอาหารที่เราให้น้องๆ ได้ทานกัน ทุกวันนี้เป็นอาหารที่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการหรือไม่ ซึ่ง สพ.ญ.ณัฐวดี ได้อธิบายเรื่องอาหารสัตว์เลี้ยงว่า หลักๆ แล้วอาหารสัตว์เลี้ยงที่วางขายอยู่ในท้องตลาดจะประกอบไปด้วยกัน 4 ประเภท
1.อาหารที่มีโภชนาการครบถ้วน – อาหารชนิดนี้เหมาะสำหรับให้สัตว์เลี้ยงกินเป็นอาหารมื้อหลัก ซึ่งถูกคิดค้นมาแล้วว่ามีโภชนาการที่เหมาะสม
2.อาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง – อาหารเพื่อใช้เสริมโปรตีน แร่ธาตุ วิตามิน ไขมัน
3.อาหารขบเคี้ยว/อาหารว่าง – อาหารชนิดนี้จะไม่สามารถให้เป็นมื้อหลักได้ เพราะมีโภชนาการไม่ครบถ้วน
4.อาหารประกอบการรักษาโรค – อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงเพื่อประกอบการรักษาโรค โดยต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์เพียงเท่านั้น
เมื่อทราบถึงประเภทของอาหารสัตว์แล้ว สพ.ญ.ณัฐวดี ได้แนะนำวิธีการอ่านฉลากอาหารสัตว์ไว้ว่า
ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงทุกบริษัท จะต้องระบุฉลากข้อมูลให้ครบถ้วน ตามประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องการกำหนดฉลากและข้อความในฉลากสำหรับอาหารควบคุมเฉพาะ โดยทุกครั้งที่จะซื้ออาหารให้สัตว์เลี้ยงเจ้าของต้องดูเลขทะเบียนอาหารสัตว์ ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ได้เข้ามาควบคุมกำกับดูแลเกี่ยวกับเรื่องการขึ้นเลขทะเบียนอาหารสัตว์ ว่าได้รับรองหรือไม่ โดยเลขทะเบียนสำหรับอาหารสัตว์จะประกอบไปด้วยเลข 10 หลัก ดังนี้

XX ตัวเลขสองหลักแรก จะบ่งบอกถึงฐานที่ผลิต
- กรณีเป็น 01 หมายถึง อาหารสัตว์ชนิดนี้ผลิตอยู่ในประเทศไทย
- กรณีเป็น 02 หมายถึง อาหารสัตว์ชนิดนี้นำเข้าจากต่างประเทศ
XX ตัวเลขสองหลักถัดไป หมายถึงชนิดของอาหาร
- กรณีเป็น 07 หมายถึง อาหารสัตว์ที่มีโภชนาการครบถ้วน
- กรณีเป็น 08 หมายถึง อาหารประเภทอาหารเสริม
- กรณีเป็น 09 หมายถึง อาหารขบเคี้ยว อาหารว่าง
- กรณีเป็น 10 หมายถึง อาหารประกอบการรักษาโรค
XX ตัวเลขสองหลักถัดไปคือตัวเลขที่บ่งบอกปีที่ผู้ผลิตได้รับการขึ้นทะเบียน
XXXX ตัวเลขสี่ลำดับสุดท้าย เป็นลำดับของเลขทะเบียนอาหารสัตว์นั้น
“นอกจากนี้ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ ได้มีระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยให้ประชาชนได้ตรวจสอบข้อมูล ผ่านระบบสืบค้นใบอนุญาต ใบแจ้ง ใบสำคัญ การขึ้นทะเบียน ใบรับรอง และใบรับแจ้ง อาหารสัตว์ ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของกรมปศุสัตว์”
โดยสามารถเช็กข้อมูลบนฉลากว่าอาหารสัตว์เลี้ยงนั้นปลอดภัยและได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมปศุสัตว์เรียบร้อยแล้วได้ที่ : http://eservice.afvc.dld.go.th/dld-afvc/search_lc/view.do

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าน้องหมาน้องแมว สามารถกินขนมได้มากน้อยแค่ไหนต่อวัน?
อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่คนเลี้ยงสัตว์มักสงสัย คือเรื่องปริมาณการให้ขนมกับเหล่าสัตว์เลี้ยงแสนรัก เพราะบางครั้งพวกเหล่า 4 ขา ต่างส่งสายตาออดอ้อนขอของกินอยู่บ่อยๆ ซึ่ง สพ.ญ.ณัฐวดี ให้ความรู้ในเรื่องนี้ว่า
“จริงๆ แล้วน้องสามารถทานขนมขบเคี้ยวของสัตว์ได้เป็นปกติ แต่หากทานในปริมาณที่มากก็อ้วนเหมือนคนเรา ซึ่งมีวิธีการดูได้ง่ายๆ ว่าน้องหมาน้องแมวที่เลี้ยงอยู่สามารถทานได้มากน้อยแค่ไหน เพียงพลิกซองดูฉลาก ทางกรมปศุสัตว์จะมีปริมาณการควบคุมไว้ให้แล้วว่า น้องๆ น้ำหนักเท่าไหร่สามารถทานขนมชนิดนี้ได้มากน้อยแค่ไหนและเหมาะสมหรือไม่ แต่ที่สำคัญเราไม่ควรให้น้องๆ ทานเกิน 15 % ของพลังงานที่เขาจะได้รับต่อวัน ซึ่งถ้ามีเลขทะเบียนดูแลวางใจไปได้เลยว่าเขาจะไม่ได้กินเกินตามที่เขาจะได้รับ”
สำหรับผู้เลี้ยงสัตว์หากมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องฉลากหรืออาหารสัตว์เลี้ยง สามารถติดต่อมาได้ที่ ศูนย์ส่งเสริมอาหารสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร สำนักพัฒนาระบบรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ หรือโทร 02 653 4444 ต่อ 3181-3182
Facebook caption :
คนเลี้ยงสัตว์ฟังทางนี้! รู้กันหรือไม่ว่าอาหารที่ให้น้องๆ อยู่ทุกวันนี้เป็นอาหารหลัก อาหารเสริม อาหารประกอบการรักษาโรค หรือ ขนมขบเคี้ยว แล้วผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ผ่านมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์หรือไม่ หากยังไม่รู้รีบเข้ามาหาคำตอบในบทความนี้ เพื่อให้น้องๆ ที่เรารักได้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น รวมถึงลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
#กรมปศุสัตว์ #อาหารสัตว์เลี้ยง #สัตว์เลี้ยง #เลือกอาหารสัตว์

