โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 จากการรวมตัวของชาวบ้านเพื่อระดมทุนและบริจาคที่ดินในการก่อสร้างโรงพยาบาล โดยมีผู้อำนวยการคนแรก คือ นายแพทย์สุมน แก้วปิ่นทอง ตั้งแต่นั้นโรงพยาบาลบ้านแพ้วได้พัฒนาและขยายฐานบริการเป็นโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลอำเภอ
ต่อมาในปี พ.ศ 2540-2543 ในยุคที่มีการปฏิรูประบบราชการ และเกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้โรงพยาบาลบางแห่งเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลในกำกับของรัฐ หนึ่งในนั้นคือ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ทำให้ในปี พ.ศ. 2543 มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารจัดการ และแก้ไขชื่อเป็น ‘โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน)’
โรงพยาบาลบ้านแพ้วมีความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกยุคทุกสมัย ภายใต้การนำของผู้อำนวยการ ซึ่งมีการเปลี่ยนวาระทุก 4 ปี หรือ 8 ปี โดยมีการแต่งตั้ง พญ.เสาวณีย์ เกิดดอนแฝก เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้วคนปัจจุบัน (แต่งตั้งในเดือนธันวาคม 2566)

พญ.เสาวณีย์ เกิดดอนแฝก สำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และศึกษาต่อกุมารแพทย์ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จากนั้นเรียนต่อเฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้ ก่อนเริ่มต้นการทำงานที่โรงพยาบาลศรีสงคราม ต่อมาได้ย้ายเข้าทำงานที่โรงพยาบาลตำรวจ เป็นระยะเวลาประมาณ 9 ปี
หลังจากนั้นได้เข้าทำงานที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20 ปี ด้วยหน้าที่ส่วนใหญ่คือการดูแลเด็กและดูแลคนไข้ที่มีโรคภูมิแพ้ ตลอดระยะเวลาในการทำงาน พญ.เสาวณีย์ ได้เรียนรู้งานด้านบริหาร จึงเข้ารับการสมัครเป็นผู้อำนวยการ และได้รับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้วในเวลาต่อมา
พญ.เสาวณีย์ เกิดดอนแฝก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว เผยว่า โรงพยาบาลบ้านแพ้วได้ให้ความสำคัญกับปัญหาเด็กเกิดใหม่ที่มีจำนวนน้อยลง พร้อมกับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงจัดตั้งศูนย์พัฒนาการเด็ก เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดใหม่ปลอดภัยจากยาเสพติดและมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการสร้างความตระหนักรู้ และจิตสำนึกที่ดีให้แก่ครอบครัวและชุมชน พร้อมกันนี้ยังสนับสนุนการพัฒนาคลินิกดูแลผู้สูงอายุ โดยเน้นไปที่การลงพื้นที่ดูแลคนไข้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุ และลดปัญหาเตียงรักษาไม่เพียงพอในอนาคต

เทคโนโลยีกับการรักษาโรค
ท่ามกลางความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของโลกยุคใหม่ นำมาสู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการ ทุกองค์กรต่างต้องปรับตัว พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุด เช่นเดียวกับ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ที่ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยได้ร่วมมือกับบริษัทญี่ปุ่นในการนำเทคโนโลยีมที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการรักษา เพื่อยกระดับและพัฒนาการให้บริการดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ
การรักษาดวงตา โดยเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้สามารถวินิจฉัยและรักษาโรคทางดวงตาได้อย่างหลากหลายและครอบคลุม รวมไปถึงการทำเรตินาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การพัฒนากระดูกและข้อ มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดโอกาสเกิดแผลใหญ่ในการผ่าตัด และสามารถรักษาคนไข้ให้เสร็จภายใน 1-2 วัน
การรักษามดลูก และนิ่ว มีการใช้ Endoscope ซึ่งเป็นการทำหัตถการขนาดเล็ก เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วในระยะเวลาสั้น นอกจากนี้ยังสามารถตรวจและวินิจฉัย ควบคู่ไปกับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดได้
การรักษาโรคหัวใจ มีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ สามารถดำเนินการผ่าตัดหัวใจ โดยใช้การผ่าเปิดหน้าอกเพียง 6 เซนติเมตรเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคนิคใหม่ๆ ที่ช่วยลดขนาดแผลผ่าตัดให้เล็กลง
“นอกจากที่กล่าวมา เรายังมีการใช้แอปพลิเคชัน QMobile ซึ่งเป็นตัวช่วยให้คนไข้สามารถจองคิวรักษาได้ด้วยตนเอง โดยระบบจะแจ้งรายละเอียดให้คนไข้ทราบลำดับของตนเอง คนไข้สามารถทำธุระอื่นขณะรอคิวได้ อีกทั้งสามารถเลือกวัน-เวลาในการนัดหมายครั้งถัดไปได้เอง รวมถึงชำระค่ารักษาได้อย่างสะดวก หากเป็นข้าราชการเพียงเสียบบัตรประชาชน ระบบจะหักเงินโดยอัตโนมัติ หรือหากค่ารักษาเกินจำนวน สามารถจ่ายผ่านระบบออนไลน์ หรือบัตรเครดิต และรอรับยาในขั้นตอนถัดไป” ผอ.รพ.บ้านแพ้ว กล่าว

ยกระดับ 3 เป้าหมาย สู่การพัฒนาด้านสุขภาพที่ยั่งยืน
โรงพยาบาลบ้านแพ้ว มุ่งยกระดับ 3 เป้าหมายสำคัญ ในการพัฒนาด้านสุขภาพอย่างเต็มศักยภาพและครอบคลุม เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน ดังนี้
- สร้างอาคารรองรับผู้ป่วยโรคหัวใจ : โรงพยาบาลบ้านแพ้วทุ่มทุนสร้างอาคารใหม่ เพื่อรองรับผู้ป่วยเสริมอีก 100 เตียง รวมทั้งห้องผ่าตัดเฉพาะอีก 4 ห้อง ห้องสวนหัวใจ 3 ห้อง พร้อมขยายห้องพักฟื้นจาก 14 เตียงเป็น 24 เตียง
- คัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพ : โรงพยาบาลบ้านแพ้วให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษาและงานวิจัย จึงมุ่งพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ เพื่อก้าวสู่ความยั่งยืน
- สร้างโอกาส สร้างคน สร้างชุมชน : โรงพยาบาลบ้านแพ้วสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในพื้นที่ รวมถึงบุคลากรของโรงพยาบาลที่สนใจ เพื่อศึกษาต่อในคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แบบโควตาพิเศษ ที่ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือในการร่วมผลิตบุคลากรทางการแพทย์คุณภาพ โดยมุ่งหวังให้เยาวชนในพื้นที่ และบุคลากรของโรงพยาบาลได้ศึกษาต่อในสถาบันที่มีคุณภาพ เมื่อจบการศึกษาก็มีอาชีพรองรับ และยังสามารถนำความรู้ที่มีใช้ในการดูแลครอบครัวและชุมชนได้อีกด้วย
มุมมองและวิสัยทัศน์ต่อสุขภาพคนไทย
แม้ว่าปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่เริ่มหันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์กันมากขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มีผู้คนบางกลุ่มที่ยังละเลยการดูแลตนเอง นำมาสู่ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้คนไทยเข้าใจสาเหตุของโรค และรีบแก้ไขที่ต้นเหตุ พร้อมทั้งสนับสนุนให้คนไทยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา ตัวอย่างเช่น ฝุ่น PM 2.5 ที่มีผลกระทบต่อการเกิดโรคปอด เรื่องของอาหารปลอดภัย ที่พบว่าสมัยก่อน ผู้ชายจะเป็นมะเร็งตับ ผู้หญิงจะเป็นมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม แต่ในปัจจุบัน มะเร็งลำไส้ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ที่เกิดขึ้นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
ด้วยความตระหนักถึงปัญหาสุขภาพนี้เอง โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จึงสนับสนุนการจัดตั้งโครงการ ‘Food Choice Check’ เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการ และการปรุงอาหารปลอดสารเคมีแก่ผู้คนในชุมชน สอนให้ผู้คนเลือกบริโภคอาหารที่ไม่หวานเกินไป รวมถึงส่งเสริมการออกกำลังกายในองค์กร
“ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นในโรงพยาบาล และสนับสนุนโรงพยาบาลมาโดยตลอด ทั้งด้านการเงินและอุปกรณ์ ซึ่งบางครั้งอาจจะมีความล่าช้าในการตรวจรักษาไปบ้าง เนื่องจากมีคนเข้ารับการตรวจเป็นจำนวนมาก ทางเรามุ่งมั่นในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดระยะเวลาการรอ พร้อมยกระดับคุณภาพการรักษาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด” พญ.เสาวณีย์ ทิ้งท้าย

