หากพูดถึงโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปีนั้น คงต้องยกให้กับ “มะเร็ง” ซึ่งมีอยู่หลากหลายชนิด โดยมะเร็งทางโลหิตวิทยา ถือว่ามีโอกาสหายขาดสูงกว่ามะเร็งชนิดอื่น ๆ เพราะในปัจจุบันมีองค์ความรู้ที่ก้าวหน้า และมียาหลากหลายประเภทให้เลือกใช้ อีกทั้งมะเร็งชนิดนี้ยังตอบสนองต่อยาได้ดีมากด้วย
นพ. อุดมศักดิ์ บุญวรเศรษฐ์ อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านโรคเลือดและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลเมดพาร์ค ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษามะเร็งโรคเลือดในปัจจุบัน
“ตัวยาที่ใช้รักษามะเร็งในสมัยนี้ นอกจากยาเคมีบำบัดที่เรารู้จักกันดีแล้วก็ยังมี ยามุ่งเป้า (Targeted therapy) ซึ่งเป็นการรักษาที่มีความจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็งมากขึ้น ยามุ่งเป้าบางตัวเป็นยารับประทานที่มีผลข้างเคียงน้อย ไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างที่หลายคนกังวล และเรายังมีการรักษาด้วยยาชีววัตถุพวก Antibody อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนาไปหลายเจนเนอเรชั่นแล้ว”
โรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาหรือมะเร็งโรคเลือดจัดเป็น 1 ใน 10 โรคมะเร็งร้ายที่คร่าชีวิตคนไทย ซึ่งสาเหตุเกิดจากความผิดปกติในระดับยีน ที่ทำให้ร่างกายมีการสร้างเซลล์เม็ดเลือดเพิ่มมากขึ้นผิดปกติจนไม่สามารถควบคุมได้ และเซลล์ได้กลายเป็นมะเร็งขึ้นมา โดยมะเร็งโรคเลือดที่พบบ่อยก็คือ มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ ลูคีเมีย (Leukemia) และที่พบมากที่สุดก็คือ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma)

ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน จะรู้ตัวก็ต่อเมื่อเริ่มแสดงอาการรุนแรงแล้ว เช่น อ่อนเพลีย ติดเชื้อบ่อย ปอดอักเสบ ภาวะเลือดออกผิดปกติ ผิวหนังมีรอยแดงเป็นจุด จ้ำเลือดตามตัว เป็นต้น ในขณะที่ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังมักจะไม่ค่อยมีอาการ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองชนิดก็สามารถรักษาได้ และสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนคนปกติได้
ส่วนโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยานั้น สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกัน โดยจะเกิดเซลล์มะเร็งขึ้นในต่อมน้ำเหลือง
“อาการที่เจอบ่อยคือ ต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งส่วนมากจะเป็นก้อนโตนานเกิน 4 สัปดาห์ขึ้นไปแล้ว กินยาแล้วยังไม่หาย ซึ่งอาการต่อมน้ำเหลืองโตนี้เกิดได้หลายจุดในร่างกายของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ ช่องอก ช่องท้อง บางรายอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้สูง เป็นไข้นานแล้วไม่หาย เหงื่อออกมากตอนกลางคืน น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ เบื่ออาหาร ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยด้วยการตัดต่อมน้ำเหลืองมาตรวจ และเมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแล้ว ก็จะทำการตรวจ CT Scan หรือ PET/CT Scan เพื่อหาระยะการกระจายของโรคและวางแผนการรักษา”
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่เคยรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง ด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด รวมไปถึงยาภูมิคุ้มกันบำบัดแล้วกลับมาเป็นซ้ำอีกก็ยังมีโอกาสหายขาดได้ เพราะแพทย์สามารถรักษาได้ด้วยวิธีปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (สเต็มเซลล์) ที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก นพ. อุดมศักดิ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ กล่าว
“ช่วงแรก ๆ ที่เริ่มเข้ามาพัฒนาเรื่องมะเร็งโรคเลือด สมัยก่อนเราให้ผู้ป่วยดมยาสลบแล้วทำการเจาะไขกระดูกมารักษา ซึ่งเป็นวิธีการที่ยุ่งยาก ซับซ้อน แต่ปัจจุบัน เราทำได้ง่ายขึ้นมาก โดยการเก็บสเต็มเซลล์ทางเลือดแทน ซี่งสเต็มเซลล์ที่ได้ สามารถนำมารักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งระบบเลือดได้หลายชนิด รวมไปถึงโรคเลือดที่ไม่ใช่โรคมะเร็งด้วย”

หากย้อนไปในช่วงแรกของการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ นพ. อุดมศักดิ์ พบว่า ผู้ป่วยจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงการรักษาด้วยวิธีนี้ได้ เนื่องจากในผู้ป่วยหลายรายไม่สามารถใช้เซลล์ของผู้ป่วยเองในการรักษา จึงต้องใช้เซลล์จากญาติพี่น้องที่มียีนตรงกับผู้ป่วยแทน แต่กรณีที่เป็นพี่น้องท้องเดียวกัน มีโอกาสที่ยีนตรงกันเพียง 1 ใน 4 ดังนั้น แผนสำรองคือต้องใช้สเต็มเซลล์จากผู้อื่นที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งกรณีนี้ยิ่งมีโอกาสพบได้น้อยมาก เพียง 1 ใน 10,000 เท่านั้น
ทางศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย ได้มีการจัดตั้ง “ธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตแห่งชาติ” (Thai National Stem Cell Donor Registry : TSCDR) ขึ้น และได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนที่มาบริจาคโลหิต ให้มาร่วมลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ด้วย ซึ่งได้รับความสนใจและมีผู้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์จำนวนหลายแสนราย ทําให้ผู้ป่วยมะเร็งโรคเลือด มีโอกาสหายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์แล้ว อีกวิธีหนึ่งในการรักษามะเร็งทางโลหิตวิทยาที่มีการพัฒนาไปมาก คือการใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันบําบัด เรียกว่า CAR-T cell หรือ Chimeric Antigen Receptor T Cell นพ. อุดมศักดิ์ กล่าวเสริม
“ในช่วงแรกเราก็ใช้เซลล์ที่ไม่ได้รับการดัดแปลงทางพันธุกรรม ได้แก่ Lymphocyte และ Natural Killer Cells มาใช้รักษา ซึ่งผลการรักษาก็ยังมีข้อจํากัดอยู่หลายส่วน ต่อมาผมได้ทำงานร่วมกับ ทีมโลหิตแพทย์ และแพทย์ทางภูมิคุ้มกันวิทยาของคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ในการวิจัยและพัฒนาการรักษาขึ้นมาใหม่ โดยนำ Lymphocyte T cell มาดัดแปลงทางพันธุกรรม ให้มีความเฉพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็งที่เราต้องการเข้าไปกําจัด และสามารถรักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้สำเร็จ”
ปัจจุบัน นพ. อุดมศักดิ์ ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมแพทย์ของ Light of Day Oncology Center (ศูนย์อายุรศาสตร์โรคมะเร็งและโลหิตวิทยา) โรงพยาบาลเมดพาร์ค โดยเข้ามาเติมเต็มในส่วนของการรักษามะเร็งทางระบบเลือด นําวิธีการรักษาใหม่ ๆ เข้ามาใช้กับผู้ป่วยมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์และการรักษาด้วยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัด โดยเป้าหมายของคุณหมอก็คือ ผู้ป่วยทุกคนสามารถเข้าถึงการตรวจ การวินิจฉัย การรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องรอคิวการรักษาจากโรงพยาบาลภาครัฐเพียงอย่างดียว
“Light of Day Oncology Center มีทีมแพทย์โรคมะเร็งที่ครบถ้วนทุกสาขา สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ทุกประเภท และบริการครบวงจร แม้ว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่เพิ่งเปิดมาไม่กี่ปีแต่ในมุมมองของผม เชื่อว่าโรงพยาบาลเมดพาร์คมีศักยภาพสูงมากในการรักษาโรคยากซับซ้อน เรามีทีมแพทย์หลายท่าน ที่มีประสบการณ์สูง เป็นแกนหลักสำคัญในการรักษาผู้ป่วย และยังมีพยาบาลที่ชำนาญเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งอีกด้วย”

