วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผัก สมุนไพร และผลไม้ ต.บ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน

18.12.24 | 13:39 น.

การแปรรูปสินค้าเกษตรเป็นกระบวนการที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร นอกจากจะช่วยยืดอายุการเก็บรักษา สร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร และเปิดโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลายมากขึ้น

ว่าที่ ร.ต.ชนะ ไชยชนะ ประธานวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผัก สมุนไพร และผลไม้ ต.บ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เผยว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผักสมุนไพรและผลไม้ เป็นการรวมตัวของเกษตรกรในหมู่บ้านป่าป๋วย หมู่ที่ 3 ต.บ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน และหมู่บ้านใกล้เคียง ในปี พ.ศ. 2548 โดยผลผลิตส่วนใหญ่ของสมาชิก ได้แก่ ลำไย มะม่วง สตรอเบอรี่ กระเทียม หอมแดง และพืชผักสลัดต่าง ๆ โดยจุดประสงค์เริ่มต้นคือเพื่อแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ เริ่มจากการพัฒนาผลผลิตของกลุ่มให้มีคุณภาพ และมีการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า 

แต่หลังจากดำเนินการไประยะหนึ่ง พบว่าทางกลุ่มยังไม่สามารถกำหนดราคาได้อย่างที่ควรจะเป็น จึงได้ปรึกษากันเพื่อปรับแนวทาง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2555 ได้มีการส่งเสริมให้สมาชิกภายในกลุ่มปรับเปลี่ยนกระบวนการเพาะปลูกผลผลิตให้อยู่ในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากการปลูกลำไยก็มีการใช้สารเคมีและปุ๋ย ส่งผลต่อสุขภาพของคน และกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดแนวคิดส่งเสริมทำเกษตรอินทรีย์ขึ้นมา กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จึงได้เริ่มดำเนินการตามมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ จนได้รับการรับรองมาตรฐาน Organic Thailand ในที่สุด พร้อมกันนี้ในกลุ่ม ฯ ยังมีผลผลิตทางการเกษตรอีกหลายชนิด ทั้งมะม่วงมหาชนกอินทรีย์ ที่ได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น หอม และกระเทียมที่เป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดลำพูน ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากจากกระแสเรื่องการดูแลสุขภาพที่มาแรง เป็นต้น

Advertisement

จากนั้นทางกลุ่มฯ ก็เริ่มต่อยอดเรื่องของ “การแปรรูป” เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตขายไม่หมดจนเกิดความเสียหายจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยทางกรมส่งเสริมได้สนับสนุนงบประมาณจัดซื้อเครื่องฟรีซดราย เป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากลำไย ไปได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง ลำไยอบ Freeze Drying ลำไยสอดไส้สตรอเบอรี่ Freeze Drying มะม่วงอบแห้ง มะม่วงอบ Freeze Drying กระเทียมดำ และหอมแดงดำ เป็นต้น รวมทั้งพัฒนาโรงงานแปรรูปผลผลิตของกลุ่มให้ได้รับการรับรอง มาตรฐานการปฏิบัติทางสุขลักษณะที่ดี (Good Manufacturing Practices : GMP) ด้วย

ว่าที่ ร.ต.ชนะ เผยว่า การผลิตสินค้าเกษตรที่ได้รับการรรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และมาตรฐานอื่น ๆ นั้น สามารถช่วยขยายการส่งออกไปต่างประเทศได้มากขึ้น การดำเนินของกลุ่มฯ ได้มีการนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการฟาร์ม การทำเกษตร และการแปรรูปผลผลิต เพื่อนำเสนอผลผลิตทางการเกษตรที่มีประโยชน์และมีคุณภาพ รวมถึงมีความแตกต่างและเป็นที่ต้องการในตลาดจากผู้บริโภค ทั้งหมด จึงส่งผลให้ประธานวิสาหกิจชุมชนของเรามีการขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ในปีที่ผ่านมาได้มีการยกระดับและพัฒนาสถานประกอบการดังกล่าวให้พร้อมสำหรับขอการรรับรองตามมาตรฐาน โดยมีบทบาทในการพัฒนาบุคลากรของสถานประกอบการให้มีความรู้ความเข้าใจในมาตรฐาน การดำเนินงานภายใต้ข้อกำหนดตามมาตรฐาน ระบบควบคุมภายใน ช่วยพัฒนาเอกสารคู่มือระบบคุณภาพ (Standards Operating Procedure: SOP) รวมถึงให้คำแนะนำเพื่อเตรียมโครงสร้างสถานประกอบการให้พร้อมสำหรับขอการรับรองตามมาตรฐานสินค้าเกษตร

กลุ่มได้มีการดำเนินการตามมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงคัดบรรจุผักและผลไม้สด (มกษ. 9035-2563) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ ตั้งแต่การรับวัตถุดิบ การจัดเตรียม การคัดเลือก การตัดแต่ง การบรรจุ และการเก็บรักษา จนถึงการขนส่ง เพื่อให้ได้สินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยมีข้อกำหนด 7 ข้อกำหนด ดังนี้ 1.สถานประกอบการ (การออกแบบและสิ่งอำนวยความสะดวก) 2.การควบคุมการปฏิบัติงาน 3.การบำรุงรักษาและสุขาภิบาล 4.สุขลักษณะส่วนบุคคล 5.การขนส่ง 6.ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการสร้างความเข้าใจให้ผู้บริโภค 7.การฝึกอบรม

นอกจากนี้ มกอช.ยังได้พัฒนาระบบตามสอบสินค้าเกษตรบนระบบคลาวด์ (QR Trace on Cloud) ในรูปแบบ web Application ที่ครอบคลุมการใช้งานทั้งกลุ่มสินค้าพืช ผัก/ผลไม้ สินค้าข้าว สินค้าไข่ สินค้าประมง สินค้าปศุสัตว์ และสินค้าแปรรูป/อาหาร และมีการสร้างความเข้าใจและผลักดันให้เกิดการใช้ระบบ จัดเก็บข้อมูลตามสอบสินค้าเกษตร และบริหารจัดการการผลิตสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้เกษตรกรเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้มากขึ้น