ชลวิถีแห่งพระบารมี ‘สวนเปรมประชาวนารักษ์’ พื้นที่สีเขียวแห่งความสุขริมคลองเปรมประชากร 

19.12.24 | 13:00 น.

‘คลองเปรมประชากร’ หนึ่งในคลองสายสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ขุดขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าวัดโสมนัสวิหาร ไปจนถึง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รวมระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร ถือเป็นคลองสายหลักของกรุงเทพมหานคร ในอดีตและต่อเนื่องมาจวบจนทุกวันนี้ แต่ปัจจุบันคลองเปรมประชากรเผชิญปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ ปัญหาน้ำเน่าเสีย และการทิ้งขยะลงคลอง อันเป็นผลจากการขยายตัวของชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 จึงทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการ ‘พัฒนาคลองเปรมประชากร’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระบรมราโชบายในการฟื้นฟูแหล่งน้ำและคูคลอง ทั่วประเทศ โดยได้รับความร่วมมือ จากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันฟื้นฟูคลองเปรมประชากรให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ของชุมชนริมน้ำอย่างยั่งยืน

พระบรมราโชบายที่สำคัญในการฟื้นฟูคลองแห่งนี้ ประกอบด้วยการสร้างเขื่อนระบายน้ำ และขุดลอกคลอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วม และบำบัดน้ำเสีย รวมถึงจัดระเบียบที่อยู่อาศัยใหม่ การพัฒนาระบบสาธารณูปโภค การเพิ่มพื้นที่สีเขียวริมคลอง และการจัดทำลานกีฬา สถานที่สันทนาการ และแหล่งเรียนรู้สำหรับชุมชน โดยมีเป้าหมายที่จะฟื้นคืนความสมบูรณ์ให้แก่คลองเปรมประชากร และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน สำหรับคนรุ่นต่อไป

เสด็จฯ เปิดสวน ‘เปรมประชาวนารักษ์’ สวนที่นำความสุขและความเบิกบานใจมาสู่ปวงชน

Advertisement

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมุ่งมั่นพัฒนาสายน้ำ คูคลอง สิ่งแวดล้อมเมือง และคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงได้ร่วมพัฒนาพื้นที่บริเวณถนนกำแพงเพชร 6 แนวขนานคลองเปรมประชากร เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ที่จากเดิมเป็นพื้นที่รกร้างจำนวน 10 ไร่ นำมาจัดสรรและฟื้นฟูให้กลายเป็นสวนสาธารณะเพื่อประโยชน์ ของประชาชน

ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสวนสาธารณะแห่งนี้ว่า ‘สวนเปรมประชาวนารักษ์’ ซึ่งมีความหมายว่า สวนที่นำความสุข และความเบิกบานใจมาสู่ประชาชน โดยได้รับการดูแลรักษาด้วยความรักและความใส่ใจ เพื่อให้คงความร่มรื่นและงดงามตลอดไป

โดยเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ‘เปรมประชาวนารักษ์’ ซึ่งมีคณะองคมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานกลุ่ม ปตท. ข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทุกหมู่เหล่า เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จด้วยความปลื้มปีติ

ในการนี้ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรอาคารนิทรรศการ ‘ชลวิถีธีรพัฒน์’  ที่จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริตามแนวพระบรมราโชบาย เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม พัฒนาคุณภาพชีวิต และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

จากนั้นทอดพระเนตรนิทรรศการกลางแจ้ง ‘สายธารพระบารมีจักรีวงศ์’ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความมุ่งมั่นของ ปตท. ในการสนองแนวพระราชดำริเพื่อพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชน

ปิดท้ายด้วยการทอดพระเนตรการแสดงละครเพลง ‘สายนทีแห่งราชัน เดอะ มิวสิคัล’ ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตริมสายน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณ การแสดงครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ด้วยความร่วมมือจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินศิลปาธร พร้อมด้วยการบรรเลงดนตรีจากวง Royal Bangkok Symphony Orchestra (RBSO) และนักแสดงกว่า 60 ชีวิต ผสมผสานการใช้เทคนิคมัลติมีเดียสุดล้ำอย่าง 3D Mapping เต็มรูปแบบ

แลนด์มาร์กใหม่ริมคลองเปรมประชากร เชื่อมธรรมชาติ-วิถีชีวิตเมือง

ภายในสวนเปรมประชาวนารักษ์ ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย ได้แก่ สวนสาธารณะ อาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘ชลวิถีธีรพัฒน์’ และ ท่าเรือ ที่ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อการสัญจร โดยสวนแห่งนี้มีระบบการเดินทางเชื่อมโยงหลายรูปแบบ ทั้งระบบล้อจากถนนวิภาวดีรังสิต ระบบรางจากสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง-ทุ่งสองห้อง ระบบเรือผ่านคลองเปรมประชากร และเส้นทางจักรยานที่ลัดเลาะโดยรอบ

โดยโครงสร้างหลักของสวน หากมองจากมุมสูงจะเห็นเป็นรูปเลข 10 ไทย (๑๐) ที่หันหน้าไปทางคลองเปรมประชากร มีแนวคิดการออกแบบเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และการหันทิศทางไปยังด้านคลองนั้นยัง สื่อถึงบทบาทสำคัญของลำคลองในอดีตในฐานะเส้นทางสัญจรหลัก ซึ่งเปรียบเสมือนหน้าบ้านที่ใช้ต้อนรับผู้มาเยือน

‘ต้นไทรย้อย’ ขนาดใหญ่ปกคลุมให้ร่มเงาใจกลางสวน
‘ต้นไทรย้อย’ ขนาดใหญ่ปกคลุมให้ร่มเงาใจกลางสวน

ที่สำคัญสวนแห่งนี้ยังได้รับการออกแบบให้คงอนุรักษ์พรรณไม้เกียรติประวัติและพรรณไม้ดั้งเดิมของกรุงเทพมหานคร อาทิ ต้นไทรย้อย เคียงคู่ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ใจกลางสวน และพรรณไม้พื้นถิ่น อาทิ ตะเคียนทอง ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนเล่าเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงจากอดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งภายในสวนยังมีการปลูกพรรณไม้หลากหลายชนิด โดยมีไม้ยืนต้นกว่า 39 สายพันธุ์ รวมจำนวน 272 ต้น และไม้พุ่มอีก 19 สายพันธุ์ ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศเมือง เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชน

บรรยากาศต้นไม้เขียวขจีภายในสวน
บรรยากาศต้นไม้เขียวขจีภายในสวน

นอกจากจะเป็นพื้นที่สีเขียวแล้ว สวนแห่งนี้ยังได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ พื้นที่นันทนาการ และสถานที่เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชน รวมถึงเป็นจุดเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชน ทำให้สวนแห่งนี้กลายเป็นต้นแบบของ Community Green Space หรือพื้นที่สีเขียวสร้างสรรค์เพื่อชุมชน ทั้งยังเป็นพื้นที่แลนมาร์กแห่งใหม่ริมคลองเปรมประชากรอีกด้วย

สัมผัสสายน้ำแห่งพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านนิทรรศการ ‘ชลวิถีธีรพัฒน์’

อาคารนิทรรศการ ‘ชลวิถีธีรพัฒน์’
อาคารนิทรรศการ ‘ชลวิถีธีรพัฒน์’

อาคารนิทรรศการ ‘ชลวิถีธีรพัฒน์’ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของสวนเปรมประชาวนารักษ์ มีความหมายว่า ‘การพัฒนาสายน้ำโดยผู้เป็นปราชญ์แห่งแผ่นดิน’ อาคารแห่งนี้ถูกจัดสร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่ และเฉลิมพระเกียรติในโครงการพระราชดำริต่างๆ ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มุ่งเน้นการสืบสาน รักษา และต่อยอดการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชน โดยเฉพาะในด้านการจัดการและพัฒนาแหล่งน้ำทั่วประเทศ ซึ่งภายในอาคารนิทรรศการ แบ่งออกเป็น 3 ห้องหลัก ที่ได้นำเสนอเนื้อหาอย่างลึกซึ้งและเชื่อมโยงกัน ดังนี้

ห้องที่ 1 ชลวัฏวิถี
ห้องที่ 1 ชลวัฏวิถี

ห้องที่ 1 ชลวัฏวิถี แสดงถึงวัฏจักรของสายน้ำที่มีผลต่อมวลมนุษยชาติ บอกเล่าความสำคัญ ของสายน้ำต่อชีวิต เมื่อวิถีของน้ำเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ด้วยสภาพอากาศแปรปรวน คุณภาพชีวิตของประชากรโลกย่อมได้รับผลกระทบ นำมาสู่การแก้ไขและบรรเทาปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานไว้ในพิธีเปิดการประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 10 เมื่อปี พ.ศ. 2551
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานไว้ในพิธีเปิดการประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 10 เมื่อปี พ.ศ. 2551

ในส่วนนี้ยังนำเสนอพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทูลเชิญมาประทับไว้ ซึ่งทรงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเร่งด่วนและการร่วมมือกันจากทุกภาคส่วน โดยพระราชดำรัสนี้พระราชทานไว้เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในพิธีเปิดการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 10 เมื่อปีพุทธศักราช 2551

ห้องที่ 2 ชลธีร์ราชทรรศน์
ห้องที่ 2 ชลธีร์ราชทรรศน์

ห้องที่ 2 ชลธีร์ราชทรรศน์ ห้องนี้แสดงถึงมุมมองอันกว้างไกล และแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ

ไฮไลต์ของห้องนี้คือการฉายภาพยนตร์สารคดีพาโนรามากลางบรรยากาศของสายน้ำ เล่าเรื่องราวถึงความโชคดีของประชาชนไทยที่มีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงห่วงใย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาด้านน้ำ ซึ่งนำมาสู่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มากมายที่สร้างประโยชน์แก่ประชาชนทั่วประเทศ

ห้องที่ 3 ชลวิวัฒน์เพื่อประชา
ห้องที่ 3 ชลวิวัฒน์เพื่อประชา

ห้องที่ 3 ชลวิวัฒน์เพื่อประชา ห้องสุดท้ายนี้เน้นการนำเสนอผลสำเร็จ ของโครงการพระราชดำริจำนวน 10 โครงการ ที่เกิดขึ้น ภายใต้พระบรมราโชบายของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมุ่งแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับน้ำในทุกมิติ ทั้งด้านกายภาพและภูมิสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความยั่งยืนและความผาสุกให้แก่ประชาชน

แท่นหน้าจอบริเวณกลางห้อง สามารถกดเลือกชมผลสำเร็จ ของโครงการพระราชดำริด้าน การบริหารจัดการน้ำทั่วไทย
แท่นหน้าจอบริเวณกลางห้อง สามารถกดเลือกชมผลสำเร็จ ของโครงการพระราชดำริด้าน การบริหารจัดการน้ำทั่วไทย

กล่าวได้ว่า นิทรรศการ ‘ชลวิถีธีรพัฒน์’ ไม่เพียงแต่บอกเล่าเรื่องราวของสายน้ำ หากยังสะท้อนให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถและความใส่พระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมุ่งมั่นสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ อย่างยั่งยืน เพื่อมอบความสุขและความสมบูรณ์ ให้กับแผ่นดินไทยตลอดไป

ด้วยวิสัยทัศน์ของ ปตท. ที่มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้เติบโตเคียงข้างกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน ‘สวนเปรมประชาวนารักษ์’ จึงถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่แห่งการเฉลิมพระเกียรติฯ และเป็นศูนย์รวมของความสุข ความร่มรื่น ตลอดจนเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ของคนในชุมชนโดยรอบและประชาชนทั่วไป ซึ่ง ปตท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสวนแห่งนี้ จะเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ อย่างแท้จริง เพื่อสร้างสังคมที่ดีและส่งเสริมคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน