‘คืนเวลาให้หมอ’ ด้วยเทคโนโลยี AI ‘PresScribe’ จาก Looloo Health ผู้ช่วยลดภาระงานเอกสาร เพิ่มเวลาดูแลผู้ป่วย

19.02.25 | 13:27 น.

การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในวงการแพทย์กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขไทย หนึ่งในเทคโนโลยีที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือ ‘PresScribe’ ระบบ AI ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดภาระงานเอกสารของหมอ ทำให้หมอมีเวลาดูแลผู้ป่วยมากขึ้น ทั้งยังเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้มากขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลทั่วประเทศ

เพื่อเจาะลึกถึงการพัฒนาเทคโนโลยี AI ในวงการแพทย์ วันนี้เราจึงได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายแพทย์จิรภัทร บุนนาค หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ หมอไอซ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Head AI Healthcare Specialist แห่ง Looloo Health บริษัทในเครือ Looloo Technology หนึ่งในผู้พัฒนา PresScribe ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ทางการแพทย์ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการรักษาและการดูแลสุขภาพในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การเดินทางของ ‘Looloo Health’ กับวิสัยทัศน์ที่เปลี่ยนารแพทย์ไทยด้วย AI

หมอไอซ์ ได้เล่าย้อนถึงการก่อตั้ง Looloo Health ว่า จากวิสัยทัศน์ของทีมงาน Looloo Technology ที่มองเห็นศักยภาพของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อระบบสาธารณสุขและวงการแพทย์ในประเทศไทย ซึ่งเดิมที Looloo Technology เป็นบริษัทที่ให้บริการโซลูชัน AI ในหลากหลายด้าน แต่เมื่อทีมผู้บริหารเล็งเห็นว่าความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ที่บริษัทมีสามารถนำไปต่อยอดเพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ จึงก่อตั้ง ‘Looloo Health’ ขึ้นมา เพื่อเป็นหน่วยงานเฉพาะที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี AI ด้านการแพทย์โดยตรง

Advertisement

จากความมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีด้าน AI ทางการแพทย์ Looloo Health จึงได้สร้างโปรเจ็กต์ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพในไทย โปรเจ็กต์แรกคือ ‘หมอคู่คิดส์’ แอปฯ หมอเด็กออนไลน์ซึ่งเป็น Telemedicine ที่มุ่งช่วยคุณแม่ยุคใหม่ดูแลลูก โดยเฉพาะในเด็กวัย 0-2 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่พ่อแม่มักเผชิญปัญหาและความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพลูก หมอคู่คิดส์ช่วยลดความไม่สะดวกในการเดินทางไปโรงพยาบาล ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เวลาไหนก็ถามได้ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน 

โดยมีทีมแพทย์และพยาบาลให้คำปรึกษาสุขภาพผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหลังจากเปิดตัวมา 1 ปี มีผู้ปกครองกว่า 10,000 รายเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพลูก และจากจำนวนนี้จะเห็นได้ว่าสูงกว่าที่แพทย์ทั่วไปสามารถดูแลคนไข้ได้ในเวลาเดียวกัน ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการผสมผสานเทคโนโลยีกับการแพทย์

อีกหนึ่งโปรเจ็กต์สำคัญที่ Looloo Health ภูมิใจนำเสนอ คือ ‘PresScribe’ นวัตกรรม AI นี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยสรุปบทสนทนาระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยในห้องตรวจ โดยสามารถแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ (Speech-to-Text หรือ ASR) พร้อมสรุปข้อมูลสำคัญในรูปแบบที่สามารถใช้งานได้ทันที ลดภาระงานด้านเอกสารของบุคลากรทางการแพทย์ และเพิ่มเวลาในการดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้เริ่มต้นจากความสำเร็จของ Looloo Technology ในการพัฒนา AI ชื่อ ‘ธนบุเรี่ยนวิสเปอร์’ (Thonburian Whisper) ซึ่งเป็นโมเดล AI : Speech-to-Text แบบ Open Source ที่ได้รับการยอมรับและใช้งานอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ทีม Looloo Health จึงได้นำโมเดลดังกล่าวมาต่อยอด เพื่อสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานด้านการแพทย์ โดยมุ่งหวังให้ PresScribe เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยในระบบสาธารณสุขไทย และเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้มากขึ้น

“Looloo Health ก่อตั้งขึ้นด้วยเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย รวมถึงพัฒนาระบบการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้สะดวก รวดเร็ว และมีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน

“ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ในไทยต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องการโซลูชันนี้ เพราะในต่างประเทศใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ในประเทศยังไม่มีใครพัฒนาขึ้นมา ทางทีมงานจึงได้นำองค์ความรู้ด้าน AI และด้านการแพทย์มาผสมผสานจนเกิดเป็นนวัตกรรม PresScribe ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวงการแพทย์ของไทยด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์” 

‘PresScribe’ เทคโนโลยี AI ที่ช่วยคืนเวลาให้หมอ ได้ทำหน้าที่หมอ

สำหรับชื่อ ‘PresScribe’ ได้รับแรงบันดาลใจจากการรวมคำสองคำ คือ ‘Press’ ซึ่งแปลว่า กด และ ‘Scribe’ ที่แปลว่า ผู้คัดลอกข้อความ โดยทีมงานต้องการเล่นคำให้คล้ายกับคำว่า ‘Prescribe’ ที่หมายถึง การสั่งจ่ายยา เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจว่าแค่กดปุ่มหนึ่งครั้ง ก็สามารถถอดเสียงเป็นข้อความได้ทันที

จากการตั้งชื่อที่สะท้อนหลักการทำงานที่ง่ายและตรงไปตรงมา ทำให้หลักการทำงานของ PresScribe ก็ไม่ซับซ้อน เพียงแค่กดปุ่ม หลังจากนั้นแพทย์และผู้ป่วยสามารถพูดคุยตามปกติ เมื่อคุยเสร็จก็กดปุ่มอีกครั้ง ตัว AI จะทำการถอดความจากเสียงพูดแล้วแสดงผลเป็นข้อความในทันที ซึ่งกระบวนการนี้เริ่มจากการประมวลผลเสียงให้กลายเป็นซับไตเติ้ล จากนั้นระบบจะสรุปข้อมูลสำคัญในรูปแบบที่นำไปใช้งานได้ตามที่แพทย์ต้องการ

สิ่งที่ทำให้ PresScribe น่าสนใจยิ่งขึ้นคือ เป็น AI ที่สามารถแยกเสียงจากหลายคนในการสนทนาได้แม่นยำ โดยรองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้การสนทนาระหว่างหมอกับผู้ป่วยเป็นไปอย่างครบถ้วน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ เมื่อผู้ป่วยไปหาหมอที่โรงพยาบาล ซึ่งในปัจจุบันหมอมักจะมองหน้าจอคอมพิวเตอร์และพิมพ์ข้อมูลขณะพูดคุยกับผู้ป่วย ทำให้บางครั้งผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าแพทย์ไม่ได้ให้ความสนใจ ดังนั้น การใช้ PresScribe จะช่วยลดภาระการกรอกข้อมูลและทำให้หมอมีเวลาในการรักษาผู้ป่วยมากขึ้น

นอกเหนือจากการลดภาระงานเอกสารแล้ว PresScribe ยังสามารถช่วยลดปัญหาการขาดแคลนหมอในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่มีจำนวนแพทย์น้อย ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า แพทย์ควรมีจำนวน 1 คนต่อประชากร 1,000 คน แต่ในประเทศไทยตัวเลขนี้ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยในกรุงเทพฯ ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 0.9 คนต่อ 1,000 คน ในขณะที่ในพื้นที่ชนบทตัวเลขอาจต่ำถึง 0.5-0.8 คนต่อ 1,000 คน ซึ่งหมายความว่า มีแพทย์ในระบบน้อยมากเมื่อเทียบกับประชากรที่ต้องดูแล

หมอไอซ์ ยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองที่น่าสนใจอีกว่า “ผมมองว่าเวลา 40% ที่หมอใช้ไปกับการทำเอกสาร ควรถูกนำกลับมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น ด้วยแนวคิด ‘คืนเวลาให้หมอ ได้ทำหน้าที่หมอ’ โดยใช้ PresScribe เพื่อช่วยลดภาระงานเอกสารของหมอและเพิ่มเวลาในการให้บริการผู้ป่วย

“หลายคนอาจมองว่า AI จะมาแย่งงานหมอ แต่สำหรับผม AI จะช่วยให้หมอได้ทำหน้าที่ของหมอมากขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาทำงานเอกสาร ทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” 

ความสำเร็จของ PresScribe และทิศทางการพัฒนาที่จะพาเทคโนโลยีนี้ไปสู่อนาคต

ปัจจุบัน PresScribe ได้รับการนำร่องใช้งานในโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ โดย หมอไอซ์ ได้เผยถึงผลตอบรับหลังการใช้งานว่า โซลูชันนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลมีความเป็นระบบมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มความละเอียดในการบันทึกข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการฟ้องร้องหรือการทบทวนการรักษา ข้อมูลที่บันทึกไว้อย่างชัดเจนและครบถ้วนจะช่วยลดปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการขาดข้อมูลสำคัญในการรักษา

ซึ่งก่อนที่ PresScribe จะเข้ามา การบันทึกข้อมูลของแพทย์มักเป็นแบบสั้นๆ ทำให้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาใช้ประโยชน์ได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ทางสถิติ หรือการนำไปพัฒนาเป็น AI ในอนาคต แต่การที่มี PresScribe เข้ามาเปลี่ยนแปลง ทำให้ข้อมูลในโรงพยาบาลมีความครบถ้วนและสามารถนำไปใช้พัฒนาเป็น AI Solution อื่นๆ ได้ ช่วยลดภาระงานของหมอและบุคลากรทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนข้อจำกัดที่เด่นชัดที่สุดในการใช้งาน PresScribe ในประเทศไทย คือ ภาษาและสำเนียงการพูดที่หลากหลาย เนื่องจากประเทศไทยมีหลายภาษาถิ่นและสำเนียงที่แตกต่างกัน ทำให้ Looloo Health ยังคงต้องพัฒนา AI ให้สามารถรองรับได้ครบถ้วนทุกภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ในแผนระยะยาวนั้น Looloo Health มีแผนที่จะพัฒนา AI ให้สามารถเรียนรู้และจดจำการใช้ภาษาถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ โดยในปี 2025 ทีมงานตั้งใจที่จะทำให้ PresScribe สามารถใช้งานได้ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงพื้นที่ท้องถิ่นในทุกภูมิภาค เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยทั่วประเทศมีคุณภาพเท่าเทียมกัน

เดินหน้าพัฒนาโซลูชันใหม่ เพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์

ท้ายที่สุด Looloo Health ไม่เพียงแค่พัฒนาโซลูชันสำหรับแพทย์ แต่ยังมีเป้าหมายที่จะขยายการพัฒนาไปสู่บุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ เช่น พยาบาลที่จะช่วยคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้น และเภสัชกรที่ช่วยให้การสั่งจ่ายยาเป็นระบบยิ่งขึ้น โดยในอนาคตบริษัทตั้งใจจะขยายการใช้งานไปในทุกแผนกที่สามารถใช้เทคโนโลยีนี้ได้ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในทุกภาคส่วน

“ตอนนี้ผู้คนในสังคมเริ่มตื่นตัวยอมรับและเปิดกว้างให้ AI เข้ามามีบทบาทในงานต่างๆ โดยเฉพาะในด้านการช่วยงานบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานหนัก ซึ่ง AI จะสามารถช่วยลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ โดยในอนาคต Looloo Health ยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายตัวที่เตรียมจะเปิดตัวเพื่อช่วยสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ให้ทำงานได้ดีขึ้น และผมหวังว่าจะมีส่วนช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพในระบบสาธารณสุขให้ดีขึ้น” หมอไอซ์ ฝากทิ้งท้าย

ขอบคุณภาพจาก โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ