1 มิ.ย. วันดื่มนมโลก กรมปศุสัตว์ชวนคนไทยดื่มนม เสริมสุขภาพ – หนุนเกษตรกรไทย

1.06.25 | 09:30 น.

รู้หรือไม่ว่าทุกวันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี คือ “วันดื่มนมโลก” (World Milk Day) วันสำคัญที่เชิญชวนทุกคนหันมาดื่มนม   เพื่อสุขภาพที่ดีและสนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้แข็งแรงยั่งยืน

แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพในการผลิตน้ำนมดิบคุณภาพสูง แต่คนไทยกลับดื่มนมน้อยเกินไป โดยเฉลี่ยเพียง 2 แก้วต่อสัปดาห์เท่านั้น และมีคนที่ไม่ดื่มนมเลยถึง 13% ซึ่งเกิดจากความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประโยชน์ของนม และความไม่มั่นใจในคุณภาพ

กรมปศุสัตว์จึงรณรงค์ให้คนไทยดื่มนมอย่างน้อยวันละ 2 แก้ว หรือปีละ 25 ลิตร เพื่อเสริมสร้างสุขภาพ ที่แข็งแรงและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ สนับสนุนเกษตรกรโคนมไทยให้มีรายได้มั่นคง พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมนมไทยให้ได้มาตรฐานและแข่งขันได้ในตลาดโลก

การดื่มนมไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติ มาร่วมกันเปลี่ยนพฤติกรรม เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการดื่มนมทุกวัน เพื่อชีวิตที่ดีและเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่ง

Advertisement

ชวนรู้จัก ‘วันดื่มนมโลก’

การดื่มนมเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของคนทุกเพศทุกวัย ด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูง อาทิ โปรตีนคุณภาพดี แคลเซียม และวิตามินดี ที่มีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโตและเสริมความแข็งแรงของกระดูกนมจึงเป็นเครื่องดื่มที่ทุกคน ควรได้รับในชีวิตประจำวัน

นอกจากประโยชน์ด้านสุขภาพ การส่งเสริมให้คนไทยหันมาดื่มนมมากขึ้น ยังช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชนบทให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่เน้นลดความหิวโหย ส่งเสริมสุขภาพที่ดี และสร้างงานที่มีคุณค่าในสังคม

เพื่อรณรงค์และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของน้ำนม ในฐานะแหล่งอาหารสำคัญต่อสุขภาพ มนุษย์ทั่วโลก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) จึงได้กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายนของทุกปีเป็น วันดื่มนมโลก (World Milk Day)ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 (ค.ศ. 2001) โดยวันดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนทั่วโลกจะได้ตระหนักถึงคุณค่าของนม และกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคนมที่ดีต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง


กรมปศุสัตว์กับบทบาทการพัฒนาคุณภาพน้ำนมและส่งเสริมการบริโภคนมให้ประชาชน

ในปี 2568 นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ให้ความสำคัญต่อกิจกรรมการรณรงค์บริโภคนม เนื่องในวันดื่มนมโลก โดยเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนหันมาดื่มนมให้มากขึ้น พร้อมกับตั้งเป้าหมายให้คนไทย บริโภคนม 25 ลิตรต่อคนต่อปีภายในปี 2570 หรือการรณรงค์ให้ประชาชนดื่มนมอย่างน้อยวันละ 2 แก้วต่อวัน หรือประมาณ   400 มิลลิลิตรต่อวัน

กรมปศุสัตว์ไม่เพียงแต่รณรงค์ให้ประชาชนดื่มนม แต่ยังมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมทั้งระบบ ให้ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้นทางคือฟาร์มโคนมจนถึงปลายทางคือผลิตภัณฑ์นม โดยการส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาระบบการจัดการฟาร์มให้ได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี สำหรับฟาร์มโคนม (GAP) และการดูแลสุขภาพโคนม
ในด้านการควบคุมคุณภาพ กรมปศุสัตว์มีการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพน้ำนมดิบอย่างเข้มงวด ควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะและสารตกค้างในนม ตรวจสอบสารตกค้างต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตน้ำนมดิบที่สะอาด และได้มาตรฐานตามข้อกำหนดของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ รวมถึงการพัฒนาเครือข่าย การเก็บตัวอย่างและห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพน้ำนม

นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ยังส่งเสริมการใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำนมดิบ จากฟาร์มถึงผู้บริโภค และส่งเสริมการแปรรูปน้ำนมดิบเพื่อให้มีผลิตภัณฑ์จากน้ำนมโคที่มีความหลากหลาย เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในคุณภาพน้ำนมและผลิตภัณฑ์นมที่ผลิตภายในประเทศ ลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์นม จากต่างประเทศ และให้ประชาชนมีทางเลือกในการบริโภคนมที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์สุขภาพยุคใหม่

ไม่เพียงมีประโยชน์ต่อร่างกาย
แต่ยังส่งผลกระทบเชิงบวกต่อทั้งอุตสาหกรรม

การรณรงค์ให้คนไทยดื่มนมมากขึ้น ไม่ได้เป็นประโยชน์เพียงแค่กับผู้ดื่มเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อหลายด้าน ทั้งสุขภาพ ของประชาชนและความเข้มแข็งของเศรษฐกิจในประเทศ การดื่มนมช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง ของกระดูกและฟัน ป้องกันโรคกระดูกพรุน และส่งเสริมการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ทำให้คนทุกช่วงวัยมีสุขภาพที่ดี และแข็งแรงอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ การเพิ่มการบริโภคนมและผลิตภัณฑ์นม ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย เพิ่มรายได้และรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำนมดิบในประเทศ เมื่อความต้องการน้ำนมเพิ่มขึ้น จะช่วยดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกิน โดยเฉพาะในช่วงฤดูผลิตมาก ซึ่งช่วยรักษาราคาให้มั่นคงและสร้าง รายได้ที่ยั่งยืนแก่เกษตรกร

การขยายตลาดนมในประเทศยังเป็นการสร้างงาน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างเป็นระบบ อุตสาหกรรมนมเชื่อมโยงกับอาชีพหลายกลุ่ม ตั้งแต่การเลี้ยงโคนม การผลิตอาหารสัตว์ ไปจนถึงการแปรรูป และจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมในชุมชนและระดับประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยสร้างรายได้และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ ให้กับประชาชนในวงกว้างด้วยศักยภาพการผลิตน้ำนมโคสดแท้ของไทยที่โดดเด่นในภูมิภาคเขตร้อนชื้น ซึ่งสืบเนื่องจากพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 ที่ทรงส่งเสริมอาชีพนี้ให้แก่เกษตรกรไทย ประเทศไทยจึงมีโอกาสเป็นผู้นำในอาเซียนได้ แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมภายใต้ข้อตกลงการค้า การเพิ่มการบริโภคนมในประเทศจึงเป็นทางออกสำคัญในการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของอุตสาหกรรมนมไทย

มาร่วมกันเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการดื่มนมวันละ 2 แก้ว เพื่อเสริมสุขภาพที่แข็งแรงให้กับตัวเองและครอบครัว พร้อมส่งเสริมเกษตรกรไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเลือก ผลิตภัณฑ์นมคุณภาพจากเกษตรกรไทย แล้วคุณจะเห็นว่านมไม่ใช่แค่เครื่องดื่มแต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดี ของทุกคนและประเทศชาติ