‘ดนตรี’ คือภาษาสากลที่ไม่ต้องการคำแปล แต่สามารถเข้าถึงหัวใจของผู้คนได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นเสียงเครื่องดนตรีที่พลิ้วไหว หรือท่วงทำนองที่สะท้อนอารมณ์ ดนตรีมีพลังในการเชื่อมโยงผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม ความคิด และประสบการณ์ให้มาพบกันในพื้นที่เดียวกัน นอกจากจะสร้างความสุขและความบันเทิง ดนตรียังเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร สะท้อนอัตลักษณ์ และเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับผู้ฟัง
ด้วยความหลากหลายทางดนตรีที่ไม่มีขีดจำกัด เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันของวัฒนธรรมและวิถีชีวิต จึงเป็นเวทีอันเหมาะสมในการเฉลิมฉลองเสียงเพลงในทุกรูปแบบ เป็นที่มาของงาน เทศกาลดนตรีกรุงเทพฯ ’68 (Bangkok World Music Day’ 25) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 ณ วันแบงค็อก และ สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ เทศกาลนี้เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมได้ฟรีตามเวทีต่างๆ เพื่อร่วมสัมผัสกับความหลากหลายของดนตรีจากศิลปินไทยและฝรั่งเศสรวมกว่า 28 วง นำเสนอดนตรีหลากหลายแนว ทั้งหมอลำ แจ๊ส ป็อป และเทคโน ไปจนถึงโชว์จากดีเจนานาชาติต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง
เทศกาลดนตรีกรุงเทพฯ ’68 จะเปลี่ยนเมืองให้กลายเป็นพื้นที่แห่งเสียงเพลง สร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ค้นพบแนวดนตรีใหม่ๆ ที่อาจกลายเป็นแรงบันดาลใจในหัวใจของผู้ฟัง

รวมพลังพันธมิตร สร้างพื้นที่ดนตรีไร้พรมแดน
เทศกาลดนตรีนับเป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้โปรแกรมเชิงวัฒนธรรมของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เทศกาล Fête de la Musique ซึ่งมีต้นกำเนิดที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นเทศกาลที่ชาวฝรั่งเศสกว่าล้านคนมาร่วมฉลองและเล่นดนตรีกันช่วงค่ำคืนของวันครีษมายัน หรือวันที่กลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี
ในปีนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ตั้งใจยกระดับงานให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ร่วมเฉลิมฉลองเสียงดนตรีอย่างเสรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายในงานจะพบกับบูธอาหาร และเวทีเปิดสำหรับศิลปินมือสมัครเล่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นมิตรและเข้าถึงได้สำหรับผู้ชมทุกเพศทุกวัย
เพื่อถ่ายทอดจิตวิญญาณของเทศกาลดนตรี Fête de la Musique สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง วัน แบงค็อก สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ และนายโปโล รูเอส แห่ง Live Promotions ซึ่งสนับสนุนศิลปินฝรั่งเศสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความร่วมมือนี้ทำให้เทศกาลดนตรีกรุงเทพฯ ’68 ขยายขอบเขตการจัดงานได้หลายเวที ครอบคลุมทั้งพื้นที่วัน แบงค็อก และสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กัน ทำให้งานครั้งนี้กลายเป็นเทศกาลดนตรีกลางกรุงที่มีความหลากหลายทั้งด้านแนวดนตรีและพื้นที่แสดง

Ms Astrid Renoux – Cultural Attache สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า เทศกาล Fête de la Musique เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1982 ในช่วงฤดูร้อนของประเทศฝรั่งเศส หลังมีการทำแบบสำรวจพบว่าชาวฝรั่งเศสกว่า 5 ล้านคนเล่นดนตรี แต่ยังไม่มีโอกาสนำความสามารถของตัวเองออกมาโชว์ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้กระทรวงวัฒนธรรมของฝรั่งเศสริเริ่มแนวคิดในการจัดเทศกาลดนตรีที่ทุกคนสามารถมาแสดงและพบกับผู้ฟังได้ตลอดค่ำคืนของฤดูร้อน
นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 เป็นต้นมา เทศกาล Fête de la Musique ได้ขยายออกไปนอกพรมแดนฝรั่งเศส ปัจจุบันจัดขึ้นในกว่า 120 ประเทศ จาก 5 ทวีปทั่วโลก โดยมีจุดร่วมคือเทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่จัดขึ้นเพื่อสาธารณชน

จรินทร์ทิพย์ ชูหมื่นไวย ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ และผู้อำนวยการฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรม โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า วัน แบงค็อก ให้ความสำคัญกับการทำ PlaceMaking มุ่งสร้างพื้นที่ซึ่งมีชีวิตชีวา เชื่อมโยงผู้คน และสร้างประสบการณ์ร่วมกัน จึงอยากเปลี่ยนพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับทุกคน ด้วยความเชื่อว่าดนตรีไม่ใช่แค่เสียงเพลง แต่ยังแสดงถึงวัฒนธรรมและเป็นหัวใจหลักของทุกกิจกรรม จึงตั้งใจทำให้เมืองแห่งนี้มีสีสันมากขึ้นด้วยการนำทุกคนมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกันผ่านเสียงดนตรี ท่ามกลางบรรยากาศแบบเดียวกับเทศกาลดนตรีฤดูร้อนของฝรั่งเศส พร้อมทั้งมุ่งสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับหน่วยงานด้านวัฒนธรรม
สีสันดนตรีหลากแนวจากศิลปินหลากสไตล์
เทศกาลดนตรีกรุงเทพฯ ’68 เต็มไปด้วยเสียงเพลงจากหลากหลายแนวเพลงและศิลปินหลากเชื้อชาติ โดยจะแบ่งพื้นที่การแสดงออกเป็นสองที่หลัก ได้แก่ ‘วัน แบงค็อก’ และ ‘สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ’ ซึ่งแต่ละเวทีจะมีบรรยากาศและแนวทางดนตรีที่แตกต่างกันอย่างลงตัว
วัน แบงค็อก เน้นบรรยากาศสนุกสนานแบบเฟสติวัลเมืองใหญ่ พบกับการแสดงจากศิลปินชื่อดัง ดนตรีอินดี้ ดนตรีแนวสตรีท เวทีเปิดสำหรับศิลปินมือสมัครเล่น และเซตดีเจนานาชาติที่พร้อมเปิดเพลงต่อเนื่องยาวนานถึง 12 ชั่วโมง ขณะที่ สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ จะพาเข้าสู่โลกของดนตรีแนวอะคูสติกและคลาสสิก ถ่ายทอดบรรยากาศที่อบอุ่น ลุ่มลึก และเปี่ยมเสน่ห์
รายชื่อศิลปินที่เข้าร่วมในปีนี้มีทั้งศิลปินไทยและฝรั่งเศสรวมกว่า 28 วง อาทิ Phum Viphurit, Gene Kasidit, Paradise Bangkok Molam International, Emile Londonien, KIKI, Landokmai, Réjizz, Mindfreakkk, Venn, Frank Herrgott, Bulletguyz, Jimmy Revolt, Mahidol Brass Band, Nuwave Trio, Omri Music Studio, PGVIM, Armani, Babyscash, Mizuyo, Justin Mills และอีกมากมายที่พร้อมมอบประสบการณ์ทางดนตรีที่หลากหลายให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน
เทศกาลดนตรีกรุงเทพฯ ’68 จึงไม่เพียงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงวัฒนธรรมดนตรีได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากยังเป็นเวทีส่งเสริมศิลปิน และจุดประกายความร่วมมือทางวัฒนธรรม เทศกาลนี้จะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของเสรีภาพทางศิลปะและความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง


