‘เนสกาแฟ’ แบรนด์กาแฟระดับโลกภายใต้บริษัทเนสท์เล่ ยังคงครองใจผู้บริโภคชาวไทย ด้วยความเชื่อมั่นว่า “ทุกคนควรได้รับประสบการณ์การดื่มกาแฟคุณภาพดี” โดยเนสกาแฟไม่เพียงแค่เป็นผู้นำตลาดกาแฟในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังครองความนิยมในระดับโลกด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 80 ปี โดยในประเทศไทยมีการบริโภคเนสกาแฟกว่า 250 แก้วในทุกวินาที สะท้อนถึงความไว้วางใจและความนิยมของผู้บริโภคไทยในเนสกาแฟอย่างต่อเนื่อง
ต้นกำเนิดแบรนด์ระดับโลกที่พัฒนาด้วยนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญ
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2481 ท่ามกลางภาวะกาแฟล้นตลาดในประเทศบราซิล นักวิจัยเนสท์เล่ได้จุดประกายการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการกาแฟโลก ในการพัฒนา “กาแฟผงละลายน้ำได้” ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อตอบโจทย์ปัญหาที่มีผลผลิตกาแฟล้นตลาดในเวลานั้น ผลลัพธ์ที่ได้คือต้นกำเนิดของ “เนสกาแฟ” แบรนด์กาแฟที่ไม่เพียงเป็นทางรอดของผลผลิตกาแฟส่วนเกิน แต่กลายเป็นนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็ว และในวันนี้ ภายใต้การบริหารของเนสท์เล่ เนสกาแฟยังคงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกาแฟระดับโลกที่ไม่มีใครไม่รู้จัก
จากจุดเริ่มต้นของการคิดค้นเพื่อตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจ เนสกาแฟได้ยกระดับตัวเองสู่การเป็นผู้นำด้วยเทคโนโลยีการผลิตอันทันสมัย ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นในการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ เพื่อให้ได้กาแฟที่ยังคงรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัวไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นกาแฟผงแบบดั้งเดิม กาแฟแคปซูล กาแฟพร้อมดื่ม หรือแม้แต่เครื่องชงอัตโนมัติในบ้านและออฟฟิศ ทุกผลิตภัณฑ์ของเนสกาแฟล้วนถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ พร้อมส่งต่อความสุขผ่านแก้วกาแฟแก่ผู้คนทั่วโลกจนถึงวันนี้

เส้นทางของเนสกาแฟในประเทศไทยและการบริหารจัดการธุรกิจ
สำหรับในประเทศไทย เนสกาแฟ เป็นหนึ่งในกาแฟไม่กี่แบรนด์ที่ยืนหยัดผลิตในเมืองไทย โดยในช่วงปี พ.ศ. 2533 – 2567 เนสท์เล่ได้ร่วมทุนกับตระกูลมหากิจศิริ ตั้งโรงงาน ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด (QCP) เพื่อผลิตเนสกาแฟ โดยเนสท์เล่เป็นผู้บริหารจัดการแบรนด์และกระบวนการผลิตทั้งหมดด้วยตนเอง รวมทั้งเป็นเจ้าของสูตรกาแฟและเทคโนโลยีในการผลิตทั้งหมด
หลังสิ้นสุดสัญญาระหว่างเนสท์เล่กับ QCP ในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 เนสท์เล่ยังคงยืนยันที่จะส่งมอบกาแฟคุณภาพให้กับผู้บริโภคไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าลงทุนเพื่อผลิตเนสกาแฟในประเทศไทยต่อไปในระยะยาว

เนสกาแฟกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการสื่อสารที่โดดเด่นผ่านกลยุทธ์ “NES”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เนสกาแฟได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ที่ใช้เทคโนโลยีเฉพาะของเนสท์เล่, เนสกาแฟ โกลด์ เครมา ที่ยกระดับตลาดกาแฟพรีเมียมในประเทศ, และเนสกาแฟ ทริปเปิล เอสเพรสโซ ที่รวมเอสเพรสโซ 3 ช็อตพร้อมวิตามินในหนึ่งเดียว รวมถึงกาแฟแคปซูลที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค

นอกจากนี้ เนสกาแฟยังสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคผ่านแคมเปญการตลาดที่สร้างสรรค์และกิจกรรมร่วมสนุกมากมาย เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ให้เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยอย่างใกล้ชิด
เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดและตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนสกาแฟได้วางแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์หลัก “NES” ซึ่งประกอบด้วย 3 แกนสำคัญ ได้แก่
กลยุทธ์ที่ 1 N: NESCAFÉ Brand คือ การพัฒนาจุดยืนของแบรนด์เนสกาแฟให้เป็นเครื่องดื่มที่สร้างแรงบันดาลใจ ด้วยการเปิดตัวแคมเปญระดับโลก “Make Your World” ซึ่งเป็นแคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเนสกาแฟในรอบ 10 ปี พลิกโฉมแบรนด์จากการเป็นเครื่องดื่มประจำวันที่ทำให้ผู้คนตื่น มาเป็นเครื่องดื่มที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่า
กลยุทธ์ที่ 2 E: Experience มอบประสบการณ์การดื่มด่ำกาแฟสุดพิเศษผ่านนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ปรับสูตรใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การดื่มกาแฟชั้นเลิศให้กับผู้บริโภค ด้วยการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
กลยุทธ์ที่ 3 S: Sustainability ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ เนสกาแฟจะมุ่งพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน ผ่านการเกษตรเชิงฟื้นฟู หรือ Regenerative Agriculture ภายใต้โครงการระดับโลก “เนสกาแฟ แพลน 2030” ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพิ่มผลผลิตและคุณภาพของเมล็ดกาแฟ รวมทั้งปกป้องและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติ

สนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
นอกจากการขับเคลื่อนการเกษตรเชิงฟื้นฟู เนสท์เล่ยังให้ความรู้และสนับสนุนเกษตรกรไทยด้านเทคนิคในการทำสวนกาแฟอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการจัดทำหลักสูตร Farmer Business School นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังพัฒนาต้นกล้ากาแฟที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกในประเทศไทย และได้กระจายต้นกล้ากาแฟพันธุ์ดีเหล่านี้ให้กับเกษตรกรมาแล้วมากกว่า 4.7 ล้านต้น และที่สำคัญที่สุดคือการรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทยมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี โดยในปัจจุบัน เมล็ดกาแฟที่ใช้ผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย ผ่านการรับรองมาตรฐานการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ 100% ตามมาตรฐานสากล 4C (Common Code for the Coffee Community)
จากจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหากาแฟล้นตลาด สู่การเป็นแบรนด์กาแฟระดับโลกที่ครองใจคนไทยมายาวนาน เนสกาแฟพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของนวัตกรรม การสื่อสารแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และความมุ่งมั่นในความยั่งยืน ทั้งหมดนี้รวมอยู่ภายใต้กลยุทธ์ “NES” ที่ไม่ได้เป็นเพียงแผนธุรกิจ แต่คือวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนวงการกาแฟไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมทำให้ “ช่วงเวลาดีๆ เริ่มต้นที่เนสกาแฟ” เป็นจริงในทุกแก้วที่ยกขึ้นดื่ม ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันข้างหน้า


