ความเจ็บปวดของผู้ป่วยระยะสุดท้าย นับเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากทั้งสำหรับผู้ป่วยเอง ครอบครัว และผู้ดูแล จึงเกิดเป็น ‘โครงการชุมชนกรุณา’ ขึ้น เป็นแนวทางพัฒนาชุมชนที่ส่งเสริมให้สมาชิกในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่กำลังเผชิญกับความเจ็บป่วย การตาย หรือความสูญเสียต่างๆ

โครงการนี้เติบโตจากแนวคิดของ ‘การตายดี’ และ ‘สุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ’ ภายใต้การผลักดันของกลุ่มขะไจ๋ (KAJAI) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
โรงพยาบาลลำปาง ถือเป็น 1 ใน 21 พื้นที่นำร่องขับเคลื่อนงานชุมชนกรุณาเพื่อการอยู่และตายดี จนเกิดอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะท้ายในระดับตำบลและชุมชนกว่า 20 คน ช่วยให้ความรู้ ความเข้าใจผู้ป่วยในโรงพยาบาลลำปาง ถึงสิทธิในการแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้าย เพื่อให้ผู้ป่วย ‘อยู่อย่างมีความหมายและตายอย่างมีศักดิ์ศรี’ ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจและทัศนคติในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาวะ เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้ทุกคนในสังคมมีสุขภาพดีทุกมิติ

นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ เลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาชุมชนกรุณา สนับสนุนโดย สสส. กล่าวถึงการดำเนินงานโครงการฯ ดังกล่าวว่า ชุมชนกรุณา ทำงานร่วมกับบุคลากรสุขภาพ บุคลากรในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ และผู้ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ โดยมีกลุ่ม KAJAI (ขะไจ๋) เป็นภาคีเครือข่ายแนวหน้า ขับเคลื่อนงานชุมชนกรุณาเพื่อการอยู่และตายดี โดยทำงานเชิงพื้นที่และฝึกอบรมนักสื่อสารสุขภาวะ โดยใช้กระบวนการสุขภาวะทางปัญญาของ สสส. ผ่านกลยุทธ์การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ การพัฒนาพื้นที่ปฏิบัติการ การบริหารจัดการความรู้ และการพัฒนาทีมเครือข่าย เพื่อปรับปรุงนโยบายชุมชนและนโยบายการดูแลแบบประคับประคองระดับชาติ

“ชุมชนกรุณา มีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย พัฒนาศักยภาพเครือข่ายบริการแบบเยี่ยมบ้าน ชุมชน และโรงพยาบาล เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ 3 ระดับ คือ 1. ระดับบุคคล ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และครอบครัว ได้เรียนรู้การเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างมีสติ ไม่รู้สึกไม่โดดเดี่ยว และวางแผนการตายดี 2. ระดับชุมชน เกิดผู้นำชุมชน อาสาสมัคร แกนนำเยาวชน เข้าใจการดูแลแบบประคับประคอง และมีทักษะการสื่อสารเชิงบวกในการดูแลความเจ็บป่วย 3. ระดับนโยบายและระบบบริการ เกิดความร่วมมือระหว่างชุมชนกับหน่วยบริการสุขภาพ มุ่งเป้าต่อยอดขยายผลสู่ ‘ตำบลกรุณา’ หรือ ‘เมืองกรุณา’ ในอนาคต
ทั้งนี้ การพัฒนาให้เกิดชุมชนกรุณาจะช่วยให้ประชาชนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยระยะประคับประคอง พร้อมเป็นแกนนำในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชนด้วยจิตอาสาพึ่งพากันและกัน” นายเอกภพ กล่าว

