เพราะอุบัติเหตุทางถนนไม่เคยเลือกว่าใครจะเป็นเหยื่อ และในทุกๆ วัน ประเทศไทยต้องสูญเสียชีวิตเฉลี่ยถึง 48 คนต่อวัน ซึ่งหนึ่งในกลุ่มที่เปราะบางที่สุดคือ “เด็กเล็ก” วัยที่ควรจะมีอนาคตสดใส ไม่ใช่ต้องจบลงที่ห้องฉุกเฉิน เพื่อหยุดยั้งความสูญเสียนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จับมือกับ 8 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรงส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และ สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ลงนามในบันทึกความเข้าใจ เพื่อปลูกฝังวินัยจราจรและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มเด็กปฐมวัย โดยเริ่มจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนปีละกว่า 17,000 คน ในจำนวนนี้รวมถึงเด็กและเยาวชน ซึ่งสะท้อนว่าความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ถนนยังขาดในหลายมิติ ดังนั้น สสส. จึงเริ่มต้นจากการปลูกฝังตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อวางรากฐานสู่สังคมแห่งวินัยจราจรอย่างยั่งยืน “เป้าหมายของโครงการ คือการผลักดันศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ ให้กลายเป็น “ต้นแบบ” ด้านความปลอดภัยบนท้องถนน โดยไม่ใช่เพียงการจัดการเรียนการสอนในศูนย์ แต่เป็นการขับเคลื่อนทั้งชุมชน เช่น การสวมหมวกกันน็อก การข้ามถนนอย่างปลอดภัย ไปจนถึงการซ่อมแซมถนนและจุดเสี่ยงในท้องถิ่น” นางก่องกาญจน์ กล่าว

ขณะที่ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า ภาพอนาคตที่เราอยากเห็นคือ เด็กไทยทุกคนสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ซ้อนรถจักรยานยนต์ ตนมั่นใจว่า ไม่มีใครอยากเห็นเด็กและผู้ปกครองในชุมชนได้รับบาดเจ็บ ดังนั้น จึงต้องมีการเสริมความรู้ในการสวมหมวกนิรภัย ตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อให้พวกเขาเข้าใจว่าชีวิตมีค่า และควรดูแลตนเองอย่างถูกต้อง
“คุรุสภา ซึ่งมีครูและบุคลากรในวิชาชีพกว่า 1.6 ล้านคนทั่วประเทศ สามารถปลูกฝังเรื่องต่างๆ เหล่านี้ให้กับเด็ก รวมไปถึงกระตุ้น ช่วย และเสริมให้เด็กอยากสวมหมวกนิรภัยได้ ส่วนบทบาทขององค์กรอื่นๆ ทั้ง สถ. เทศบาล ปภ. สปสช. และสมาคมท้องถิ่นต่างๆ ล้วนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน ไม่มีหน่วยงานใดสามารถทำคนเดียวได้ เราต้องเชื่อมพลังกันอย่างเป็นระบบ
เช่น สถ. ที่มีบุลากรอยู่ทุกพื้นที่ทั่วไทย หรือ สปสช. ที่มีงบประมาณระดับตำบล หากนำบางส่วนมาสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการสวมหมวกกันน็อก ก็สามารถเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของคนได้

นางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาพร้อมจะเป็น ‘โซ่ข้อกลาง’ ที่เชื่อมโยงภาคการศึกษาทุกหน่วยงานให้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนเรื่องวินัยจราจรอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (สอศ.) และหน่วยงานการศึกษาอื่นๆ
ทั้งหมดนี้คือการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน ที่จะทำให้ “วินัยจราจร” ไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่เป็นชีวิตจริงของเด็กไทยในทุกชุมชน
ในวันที่ถนนไทยยังต้องการความปลอดภัย ในวันที่เด็กยังเป็นกลุ่มเปราะบาง และในวันที่ความหวังของสังคมอยู่ที่การศึกษา สสส. ไม่เพียงลุกขึ้นมาเป็นผู้ริเริ่ม แต่ยังดึงทุกภาคีที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมเดินทางบนเส้นทาง “สร้างวินัยจราจร” ที่ไม่ใช่แค่ลดอุบัติเหตุ แต่คือการ “รักษาชีวิต” ตั้งแต่ยังเยาว์วัย เพราะทุกย่างก้าวของเด็ก คือความหวังของสังคมทั้งหมด และการปลูกฝังวันนี้ คือคำมั่นสัญญาสู่ถนนที่ปลอดภัยในอนาคต

