สธ. คิกออฟ ‘โครงการคนไทย 7.2 ล้านคน รู้ค่าความเสี่ยงโรคไต’

14.07.25 | 17:20 น.

กระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรม Kick off “โครงการคนไทย 7.2 ล้านคน รู้ค่าความเสี่ยงโรคไต ภายใต้โครงการป้องกันโรคไต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568” ณ โรงพยาบาลปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี โดยมี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งโครงการนี้ได้น้อมนำพระราโชวาทของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานเมื่อครั้งทรงเป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปีคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ความตอนหนึ่งว่า “การรณรงค์เผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องอาหารและโภชนาการ ตลอดจนวิธีปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากโรคไต เป็นทางหนึ่งที่จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยโรคไตลงได้” มาเป็นแนวทางหลักในการดำเนินงาน

มุ่งกลุ่มเสี่ยง 7.2 ล้านคน ลดผู้ป่วยรายใหม่ ลดภาระค่ารักษา

ปัจจุบัน คนไทยมีปัญหาเรื่องโรคไตประมาณ 1.1 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 60 คน และที่ป่วยไตวายระยะสุดท้าย ต้องฟอกไต รอเปลี่ยนไต มีมากถึง 80,000 คน ซึ่งเฉพาะการฟอกไตอย่างเดียวก็มีค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ 80,000 ล้านบาท และหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปย่อมเกิดผลกระทบต่องบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศอย่างมหาศาล ในโอกาสที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา ในปี พ.ศ. 2570 กระทรวงสาธารณสุขจึงมีแนวคิดให้คนไทยอย่างน้อย 7.2 ล้านคน หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพของไตมากขึ้น โดยมุ่งเน้น 5 กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดไตวายเรื้อรัง ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, นิ่วในไต, โรคเกาต์ และผู้ที่รับประทานยาแก้ปวดกลุ่มเอนเสดเป็นประจำ ซึ่งมีจำนวนรวมประมาณ 7.2 ล้านคนทั่วประเทศ

“ปัจจุบัน มีผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการบำบัดทดแทนไตรายใหม่ปีละประมาณ 17,000 ราย การดำเนินโครงการนี้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำบัดทดแทนไตรายละ 220,000 – 280,000 บาทต่อปี และสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในระยะยาว”

Advertisement

บุคลากร สธ. – อสม. เปิดปฏิบัติการเชิงรุกทั่วไทย      

แม้กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยที่ต้องมารับยาประจำตัวที่โรงพยาบาลแต่ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ป่วยมากกว่าครึ่ง

หนึ่งที่ยังไม่ได้รับการคัดกรองโรคไตเรื้อรัง ครั้งนี้จึงเป็นปฏิบัติการเชิงรุกพร้อมกันทั่วประเทศ โดยทีมบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.จะออกค้นหาและคัดกรองผู้ป่วยในทุกพื้นที่ และส่งผู้ที่พบความเสี่ยงโรคไตเข้ารับการตรวจโดยละเอียดที่โรงพยาบาลซึ่งจะทำให้ผู้ที่มีปัญหาโรคไตได้รับการดูแลอย่าง

เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยชะลอการเสื่อมของไตและลดโอกาสที่จะเกิดไตวายเรื้อรังตามมา ขณะเดียวกันก็จะช่วยกันรณรงค์กระตุ้นเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพไต การคัดกรองความเสี่ยง และการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคไต ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน

นายแพทย์ปรีชา เปรมปรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 4 ซึ่งมีจังหวัดปทุมธานี เป็นพื้นที่จัดกิจกรรม kick off ครั้งนี้ กล่าวเสริมว่า เขตสุขภาพที่ 4 มีทั้งหมด 8 จังหวัด ได้แก่ นครนายก นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี และอ่างทอง มีเป้าหมายคัดกรองโรคไตด้วยการเจาะเลือดหาอัตราการกรองของเสียของไตในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง รวม 557,211 ราย บุคลากรทางการแพทย์และ อสม. ได้พร้อมใจกันขับเคลื่อนโครงการอย่างเต็มที่ โดยขณะนี้ดำเนินการไปได้แล้วกว่า 280,000 ราย

โครงการคนไทย 7.2 ล้านคน รู้ค่าความเสี่ยงโรคไต จึงเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการจัดการกับปัญหาโรคไตเรื้อรังอย่างบูรณาการ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพไตที่ดี และลดภาระของระบบสาธารณสุขในระยะยาว