AIS University Connect Trip เติมงานศิลป์ อินธรรมชาติ หนึ่งวันของการเชื่อมคนรุ่นใหม่กับศิลปะ สถาปัตย์ และธรรมชาติ

24.07.25 | 17:23 น.

เพราะการเรียนรู้ที่ทรงพลังที่สุดหลายครั้งไม่ได้เกิดแค่ในห้องเรียน แต่เกิดขึ้นจากการได้เดินทาง สัมผัสประสบการณ์จริง และเปิดรับมุมมองใหม่ๆ ด้วยตัวเอง เปรียบดั่งการเดินทางครั้งสำคัญที่อาจจุดประกายบางอย่างให้ชีวิตเปลี่ยนไป
AIS มองเห็นคุณค่าของการสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียน และเชื่อว่าคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนักศึกษา คือกลุ่มคนที่มีศักยภาพมหาศาลในการขับเคลื่อนอนาคต จึงริเริ่มกิจกรรม “AIS University Connect Trip เติมงานศิลป์ อินธรรมชาติ” เพื่อสร้างพื้นที่ให้กลุ่มนิสิตนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัย ได้ออกเดินทางไปรับรู้โลกในแง่มุมที่หลากหลาย ผ่านศิลปะ สถาปัตยกรรม และธรรมชาติ ในแบบที่ทั้งเข้าถึงและสร้างแรงบันดาลใจได้จริง

หนึ่งวันเต็มของกิจกรรมนี้จึงไม่ได้เพียงพาไปเที่ยว แต่ตั้งใจเชื่อมโยงประสบการณ์ตรงกับความคิดสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พูดคุยกับนักสร้างสรรค์ตัวจริง และได้เข้าใจว่าความงามของงานออกแบบนั้นไม่เคยแยกขาดจากชีวิตจริงเลยแม้แต่น้อย

ธรรมชาติ ศิลปะ และสถาปัตย์ องค์ประกอบที่คนรุ่นใหม่โหยหา

AIS เชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่ควรถูกขังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมหรือจำกัดอยู่เพียงบนหน้าจอมือถือ แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกจังหวะของชีวิต ระหว่างที่สายตาจับจ้องไปยังเงาไม้ที่ไหลผ่านกำแพงคอนกรีต หรือขณะยืนอยู่ต่อหน้าภาพวาดชิ้นเอกกลางหอศิลป์ท่ามกลางขุนเขา และนั่นคือที่มาของ AIS University Connect Trip เติมงานศิลป์ อินธรรมชาติ การเดินทางที่ตั้งใจพานักศึกษากลุ่มหนึ่งออกจากกรุงเทพฯ ไปสัมผัสแรงบันดาลใจของจริง ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ดินแดนที่ธรรมชาติ ศิลปะ และสถาปัตยกรรมหลอมรวมกันได้อย่างมีชีวิต
การเดินทางในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์ นักเขียนและคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายศิลปะ ผู้คร่ำหวอดในวงการศิลปะและสื่อสิ่งพิมพ์ มาร่วมถ่ายทอดแนวคิด เบื้องหลัง และพลังของผลงานศิลปะที่ทุกคนจะได้พบเจอในทริป
ทริปเริ่มต้นอย่างเป็นกันเองที่ AIS Tower 1 กับการลงทะเบียน แนะนำตัว แลกเปลี่ยนพลังบวก ก่อนออกเดินทางสู่เขาใหญ่ด้วยรถมินิบัส VIP ที่ระหว่างทางเต็มไปด้วยบทสนทนา เสียงหัวเราะ และความคาดหวังถึงสิ่งที่กำลังจะได้พบ


จุดหมายแรกของวันคือร้าน “เป็นลาว เขาใหญ่” ร้านอาหารอีสานที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติจัดจ้านถึงใจ หากแต่ยังสะท้อนความละเมียดละไมในการออกแบบ ที่ผสานกลิ่นอายของความเป็นพื้นถิ่นกับงานสร้างสรรค์ได้อย่างกลมกล่อม ตัวร้านใช้ไม้และวัสดุธรรมชาติเป็นหลัก โอบล้อมด้วยภูเขาและต้นไม้ใหญ่ ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับการเริ่มต้นทริปที่ไม่ได้เร่งรีบเกินไป แต่ให้นักศึกษาได้ “ค่อยๆ ชิม ค่อยๆ รู้สึก” ไปพร้อมๆ กับธรรมชาติรอบตัว

Advertisement


จากนั้นทุกคนเข้าสู่โหมดศิลปะอย่างเต็มตัวที่ เขาใหญ่อาร์ตมิวเซียม (Khao Yai Art Museum) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจซึ่งรวบรวมผลงานของศิลปินไทยระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น อ.ถวัลย์ ดัชนี, อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, อ.ปัญญา วิจินธนสาร และศิลปินร่วมสมัยอีกมากมาย

บรรยากาศสงบกลางป่าเขาทำให้ทุกภาพที่แขวนอยู่บนผนังดูจะ “พูด” ออกมาได้จริงๆ โดยเฉพาะเมื่อมี ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์ นักเขียนและคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายศิลปะ เป็นผู้นำชม ถ่ายทอดเบื้องลึกเบื้องหลังของแต่ละผลงานด้วยถ้อยคำที่ทั้งเรียบง่ายและชวนคิด

“กิจกรรมในวันนี้เป็นกิจกรรมเชิงครีเอทีฟที่ได้ดูทั้งศิลปะและสถาปัตยกรรม เราเริ่มต้นช่วงเช้าด้วยการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านอาหารที่ร้าน ‘เป็นลาว’ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในแง่ของรสชาติและการออกแบบ ต่อมาเราได้ไปยังเขาใหญ่อาร์ตมิวเซียม ที่จัดแสดงคอลเลกชันผลงานของศิลปินไทยระดับครู อาทิ อ.ถวัลย์ ดัชนี, อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, อ.ปัญญา วิจินธนสาร และอีกหลายท่าน ท่ามกลางบรรยากาศเขาใหญ่ที่เขียวขจีและเงียบสงบ ทำให้ผู้ชมได้ซึมซับศิลปะอย่างเป็นธรรมชาติ
“ศิลปะไม่ใช่สิ่งที่เราต้องเข้าใจในทันที แต่เป็นสิ่งที่เราควรอยู่กับมัน ฟังมัน มองมัน เหมือนที่เราใช้เวลากับธรรมชาติ” ภาณุ กล่าว
คำพูดของเขาทำให้นักศึกษาหลายคนค่อยๆ เปิดใจ มองผลงานแต่ละชิ้นด้วยมุมใหม่ ไม่ใช่เพียงเพื่อชื่นชมความสวยงาม แต่เพื่อสัมผัส “ความรู้สึก” ที่ศิลปินฝากไว้ระหว่างเส้นสายและเฉดสี


ชวกร รตนวัณณ์ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หนึ่งในผู้ร่วมทริปครั้งนี้ เผยความรู้สึกว่า “ได้ความรู้เยอะมาก เพราะถ้ามาคนเดียวคงดูแค่ผ่านๆ แต่พอมีพี่วิทยากรช่วยอธิบายก็ทำให้รู้จักผลงานของศิลปินแห่งชาติมากขึ้น โดยเฉพาะอาจารย์ถวัลย์ ซึ่งเราชอบอยู่แล้ว พอได้เห็นของจริงคือขนลุกเลย งานของท่านอาจารย์มีพลังมากๆ”


จิราภัทร เพชรหมู่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม เสริมว่า “บางงานก่อนหน้านี้ผมดูแล้วก็ไม่เข้าใจอะไรเลย แต่พอได้ฟังแนวคิดของศิลปินจากวิทยากร ทำให้รู้สึกเหมือนได้เปิดมิติใหม่ของการดูงานศิลปะ เข้าใจว่าศิลปินเขาคิดอะไรอยู่ตอนสร้างงาน มันดีมากเลยครับ”

ถัดจากความนุ่มนวลของงานศิลป์ คณะเดินทางสู่ความเฉียบคมของงานออกแบบที่ Yellow Submarine Coffee Tank คาเฟ่สุดเท่กลางป่าลาดชันที่กลายเป็นแลนด์มาร์กด้านสถาปัตยกรรม ด้วยโครงสร้างคอนกรีตสีดำขลับในแนวตั้งและแนวนอนตัดกันอย่างเฉียบคม โอบล้อมด้วยต้นไม้เขียวขจี และเปิดช่องแสงธรรมชาติให้ลอดผ่านได้อย่างมีจังหวะ ผลงานชิ้นนี้คว้ารางวัล Hospitality Architecture – Building of the Year Award 2017 จากเว็บไซต์ ArchDaily การันตีแนวคิดและดีไซน์ที่โดดเด่นเกินกรอบของ “คาเฟ่” ทั่วไป


กิจกรรมครั้งนี้พิเศษยิ่งขึ้น เมื่อนักศึกษาได้ฟังเบื้องหลังการออกแบบจาก 3 สถาปนิกผู้สร้างสรรค์โปรเจกต์ ได้แก่ ดร.ณัฏฐ์ ละเอียดอ่อน, ประเสริฐ อนันทยานนท์ และ สืบสาย จิตตเกษม จากทีม JOYS Architects ที่มาร่วมแบ่งปันวิธีคิดและแรงบันดาลใจด้วยตัวเอง ทำให้มุมมองต่อสถาปัตยกรรมไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความสวยงาม” แต่คือการเล่าเรื่อง ความรู้สึก และประสบการณ์ที่จับต้องได้
“Yellow Submarine เป็นร้านกาแฟที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ป่าลาดชัน ซึ่งเรารับโจทย์มาว่าเจ้าของต้องการให้พื้นที่แห่งนี้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ เราจึงออกแบบโดยใช้วัตถุแนวตั้งและแนวนอนสองชิ้นเรียบง่ายแต่ทรงพลัง มาเป็นตัวชูโรง
“ดีใจมากที่ตัวโปรเจกต์ ทั้ง Yellow Submarine และ Yellow Mini ได้กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาให้ความหมาย สร้างประสบการณ์ของตัวเอง เพราะบางอย่างเราได้จับต้องจริง เดินเข้าไปสัมผัสจริงๆ มองเห็นมิติของสเปซที่เชื่อมโยงกับตัวเรา มันให้ความรู้สึกที่ต่างจากการดูผ่านหน้าจอ
“ผมหวังว่าวันนี้จะเป็นกิจกรรมที่จุดประกายให้น้องๆ อยากตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น และมองโลกด้วยมุมใหม่ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม” สถาปนิกจาก JOYS Architects เน้นย้ำ

ภูมิพัฒน์ มุกสิริทิพานัน นิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยความประทับใจว่า “ผมชอบตรงที่ร้านกาแฟนี้มันไม่ใช่แค่คาเฟ่ทั่วไป แต่มันคือสถาปัตยกรรมที่พูดกับเราได้ มีดีเทลเยอะมาก อย่างกำแพงสีดำที่ดูทึบ แต่พออยู่กลางป่า กลับดูสงบมาก แสงธรรมชาติที่ลอดเข้ามาทำให้รู้สึกเหมือนได้ ‘ฟัง’ ความตั้งใจของผู้ออกแบบ”
ธุวานนท์กิ้ม เฉี้ยง นิสิตสายวิทย์อีกคนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสรุปไว้อย่างน่าคิดว่า…

“แต่ก่อนเราคิดว่าศิลปะมันไกลตัว แต่พอได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง มันเปลี่ยนความคิดเลยครับ มันมีความรู้สึก มีมิติ มีอะไรที่มากกว่าความสวยงาม และเราก็เริ่มตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น”
และก่อนที่ทริปจะปิดฉากลง ทุกคนได้มาร่วมรับประทานอาหารมื้อเย็นด้วยกันที่ร้าน “ชาวบ้าน” ร้านอาหารอีสานร่วมสมัยที่นำเสนอรสชาติพื้นถิ่น ผ่านการจัดวางอย่างพิถีพิถัน ทั้งในด้านรสมือและบรรยากาศ เป็นมื้อสุดท้ายที่ไม่ได้มีแค่ความอิ่มท้อง แต่ยังอิ่มใจ เพราะบรรยากาศเป็นกันเอง ช่วยเปิดบทสนทนาให้นักศึกษาจากหลากหลายมหาวิทยาลัยได้แลกเปลี่ยนความรู้สึก ความคิด และมุมมองต่อศิลปะ ธรรมชาติ และชีวิตหลังจากหนึ่งวันที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน

เมื่อประสบการณ์คือบทเรียนที่มีชีวิต

การเดินทางครั้งนี้พิสูจน์ว่า การเรียนรู้ที่ดีที่สุดบางครั้งอาจไม่ได้อยู่ในห้องเรียนหรือหนังสือ หากแต่อยู่ระหว่างทางที่เราเปิดใจ ฟัง พูดคุย และตั้งคำถาม AIS University Connect Trip ไม่เพียงเติมเต็มแรงบันดาลใจด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังช่วยให้นักศึกษาหลายคนได้เริ่มต้นตั้งคำถามกับชีวิต มองสิ่งรอบตัวด้วยสายตาที่ซับซ้อนขึ้น และเข้าใจว่าการ “เรียนรู้” ไม่ได้จบที่มหาวิทยาลัย แต่มันคือการเดินทางตลอดชีวิต