หนึ่งในแนวทางการทำให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี นอกจากการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน พัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิให้แข็งแกร่ง สนับสนุนนวัตกรรมสุขภาพและใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมแล้ว อีกทางหนึ่งคือการสร้างชุมชนเข้มแข็งให้ดูแลกันเองในระดับพื้นที่
ซึ่ง จ.ลำปาง ถือเป็นหนึ่งพื้นที่เข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพสุขภาวะอย่างเป็นรูปธรรมในทุกกลุ่มช่วงวัย อาทิ การบริหารจัดการพื้นที่สุขภาวะในโรงเรียนอนุบาลลำปาง (เขลางค์รัตน์อนุสรณ์) ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง เพื่อปรับพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพให้เด็กและเยาวชน โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. และประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 8 สสส. กล่าวว่า การลงพื้นที่ จ.ลำปาง ในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญ คือการเสริมสร้างความเข้าใจในการดำเนินงานด้านสุขภาวะและเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยคาดหวังว่าความร่วมมือระหว่าง สสส. และภาคีเครือข่าย จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของผู้นำการเปลี่ยนแปลงและยกระดับความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาวะของประชาชน นำไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจและทัศนคติเชิงบวกต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาวะอย่างยั่งยืน

“โรงเรียนอนุบาลลำปาง (เขลางค์รัตน์อนุสรณ์) ถือเป็นภาคีที่มีความพร้อมในการจัดกระบวนการร่วมกับ สสส. ในการเร่งป้องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดโรค NCDs โดยพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ จัดสภาพแวดล้อมด้านอาหารเพื่อสุขภาวะที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยใช้แนวคิด ‘สามเหลี่ยมสมดุล’ เสริมสร้างศักยภาพเด็กนักเรียนทุกคนให้ตระหนักต่อการสร้างเสริมสุขภาวะ ผ่านเมนูอาหารกลางวันที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ” นายวิเชษฐ์ กล่าว

นายสุนธร ธรรมสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลลำปาง (เขลางค์รัตน์อนุสรณ์) เสริมว่า โรงเรียนอนุบาลลำปาง (เขลางค์รัตน์อนุสรณ์) เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มีนักเรียนทั้งสิ้น 3,295 คน ซึ่งในจำนวนเหล่านี้เราพบว่าเด็กมีปัญหาน้ำหนักเกินและอ้วนสูงถึง 20.6% หรือประมาณ 679 คน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
โรงเรียนฯ จึงร่วมกับ สสส. พัฒนากระบวนการจัดกิจกรรมห้องเรียนพ่อแม่ ภายใต้แนวคิด ‘สามเหลี่ยมสมดุล’ มุ่งสร้างสมดุลให้เด็กมีพัฒนาการดีสมวัย 3 ด้าน คือ
- การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ
- การเล่นหรือการขยับร่างกายที่เหมาะสม และ 3. การนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
โดยเน้นการมีส่วนร่วมทั้งในระดับนักเรียนและครอบครัว เริ่มจากการจัดอาหารกลางวันตามหลักโภชนาการ

“กิจกรรมห้องเรียนพ่อแม่ ดำเนินงานด้วยกลยุทธ์ 3 สร้าง คือ
- สร้างความรู้ความเข้าใจ ผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ในการเผยแพร่ความรู้ผ่านกิจกรรม งานครัวสุขภาพ
- สร้างพื้นที่ให้เด็กมีส่วนร่วมในการออกแบบสื่อและจัดกิจกรรมปฏิบัติการเพื่อสร้างความเข้าใจผ่านการมีส่วน และ 3. สร้างเครือข่ายความร่วมมือ บ้าน โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงาน
ภาคีเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและขยายผลโครงการสู่กลุ่มเป้าหมายใน
วงกว้าง การดำเนินงานดังกล่าว ไม่เพียงทำให้เด็กเข้าใจโภชนาการตามหลักที่ถูกต้องแล้ว
ยังลดอัตราเด็กที่เคยน้ำหนักเกิน – อ้วนลงถึง 11 คน หรือคิดเป็น 1.6%” นายสุนธร กล่าว

