ส่งต่อแสงแห่งความหวัง So Fast So Good โครงการผ่าตัดหัวใจฟรี โรงพยาบาลบ้านแพ้ว

15.09.25 | 16:40 น.

ในทุกจังหวะชีวิต หัวใจคืออวัยวะที่ไม่เคยหยุดทำงาน มันเต้นสม่ำเสมอเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายให้ก้าวต่อไป ทว่าบางครั้ง “โรคหัวใจ” ก็มักแทรกซึมเข้ามาอย่างเงียบๆ โดยไม่เลือกเพศหรือวัย ส่งผลให้คนที่ดูแข็งแรงในวันนี้อาจจากไปอย่างกะทันหันในวันพรุ่งนี้ โรคหัวใจจึงไม่ใช่แค่โรคร้ายแรงอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่ยังสะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน ตั้งแต่พฤติกรรมการกิน การพักผ่อน ไปจนถึงความเครียดที่สะสมอยู่ในแต่ละวัน
แม้จะฟังดูเป็นโรคที่น่ากลัวและต้องใช้ค่ารักษาที่สูงลิบ แต่ก็ยังมีเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย เรื่องราวที่ทำให้เห็นว่าความหวังยังคงอยู่ให้คนไข้และครอบครัวได้ยิ้มออก หนึ่งในนั้นคือ “So Fast So Good โครงการผ่าตัดหัวใจฟรี” จากโรงพยาบาลบ้านแพ้ว โครงการที่เกิดจากความตั้งใจจะยื่นมือช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วนแต่ติดปัญหาคิวที่ยาวนานหรือค่าใช้จ่ายที่เกินกำลัง
ครั้งนี้เราชวนคุณมาทำความรู้จักโครงการนี้ให้ลึกขึ้น ผ่านการพูดคุยกับสองแพทย์ผู้อยู่เบื้องหลังความหวังครั้งสำคัญ กับ นพ.สุภกิจ คุณูปการ อายุรแพทย์โรคหัวใจ และ นพ.สราวุธ สีเหลืองสวัสดิ์ ศัลยแพทย์ทรวงอก จากโรงพยาบาลบ้านแพ้ว

“So Fast So Good โครงการผ่าตัดหัวใจฟรี”

เมื่อโรคหัวใจคือระเบิดเวลาที่นับถอยหลัง ทุกนาทีที่ผ่านไปคือความเสี่ยงที่ชีวิตอาจหยุดลง และยิ่งเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าในบางครั้งคิวการรักษาในระบบสาธารณสุขไทยยาวนานเกินกว่าจะรอได้ หลายชีวิตต้องรอผ่าตัดหัวใจเป็นปี ขณะที่หัวใจของพวกเขากลับอ่อนแรงลงทุกวัน โครงการ “ผ่าตัดหัวใจฟรี” จึงถือกำเนิดขึ้นที่ศูนย์หัวใจ ทรวงอก และหลอดเลือด โรงพยาบาลบ้านแพ้ว เพื่อเป็นแสงสว่างในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด เป็นทางรอดให้ผู้ป่วยที่กำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างความเป็นและความตาย

นพ.สุภกิจ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของโครงการด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผู้ป่วยหัวใจหลายรายที่ถูกส่งตัวมารักษา ต้องรอคิวผ่าตัดยาวนาน บางคนรอเป็นปี” ซึ่งสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะรุนแรง เช่น ลิ้นหัวใจรั่ว หัวใจตีบ หรือหลอดเลือดหัวใจตีบขั้นวิกฤติ การรอคิวไม่ใช่ทางเลือก เพราะบางคนอาจเสียชีวิตไปก่อนถึงวันผ่าตัดที่รอคอย
ไม่ใช่แค่เวลาที่เป็นอุปสรรค ค่ารักษาก็เป็นอีกกำแพงใหญ่ที่ยากก้าวข้าม การผ่าตัดหรือสวนหัวใจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 500,000-1,000,000 บาท ตัวเลขที่สำหรับหลายครอบครัวแล้ว แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะจัดหาได้ทันเวลา ท่ามกลางความเร่งด่วนที่ชีวิตรอไม่ได้ โรงพยาบาลบ้านแพ้วจึงก่อตั้งกองทุนช่วยเหลือ พร้อมเปิดรับบริจาคจากภายนอก เพื่อระดมพลังแห่งการแบ่งปัน มาช่วยคัดกรองผู้ป่วยที่อาการทรุดหนัก จำเป็นต้องผ่าตัดเร่งด่วน และมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิต ให้ได้เข้ารับการรักษาฟรีจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ช่วยยื้อชีวิตคืนลมหายใจที่แข็งแรง และต่อโอกาสให้หัวใจกลับมาเต้นเต็มจังหวะอีกครั้ง
เคสหนึ่งที่สะท้อนคุณค่าของโครงการได้อย่างชัดเจน คือผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่และคีโม แต่กลับตรวจพบภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรง ทำให้ไม่สามารถรักษามะเร็งได้ หากหัวใจยังไม่แข็งแรง การรักษาโรคอื่นจึงต้องหยุดชะงัก ทีมแพทย์จึงต้องเร่งซ่อมหัวใจก่อน เพื่อเปิดทางให้การต่อสู้กับโรคร้ายอื่นเดินหน้าต่อได้

Advertisement

ด้าน นพ.สราวุธ เผยผลการดำเนินของโครงการว่า โครงการนี้ดำเนินมาแล้ว 2 ซีซัน ช่วยผู้ป่วยได้ 11 ราย โดยตั้งเป้าครั้งละ 5 ราย และมีการเพิ่มจำนวน อีก 1 ราย ผลลัพธ์ที่น่าชื่นใจคือ ผู้ป่วยทั้ง 11 รายได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตได้ และยังคงมาติดตามอาการตามนัดอย่างต่อเนื่อง
“หนึ่งในเคสที่ตราตรึงใจคือผู้ป่วยจากจังหวัดน่านที่เข้าร่วม Season 1 เขาเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและรอคิวมานานมาก เมื่อได้รับการผ่าตัด หัวใจที่เคยอ่อนแรงกลับมาเต้นเต็มจังหวะอีกครั้ง เขาสามารถกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดได้ตามปกติ ความประทับใจได้ถูกส่งต่ออีกครั้งใน Season 2 เมื่อเพื่อนบ้านของผู้ป่วยคนเดิมติดต่อเข้ามาขอเข้าร่วมโครงการ โดยทีมแพทย์ไม่ทราบมาก่อนว่าทั้งสองคนรู้จักกัน
“เหตุการณ์นี้มันพิเศษจริง ๆ เพราะตรงกับความตั้งใจของเรา เราอยากให้หัวใจดวงหนึ่งส่งต่อกำลังใจและโอกาสไปยังหัวใจอีกดวงหนึ่ง และมันเกิดขึ้นจริง”
นพ.สราวุธ กล่าว

เสียงสะท้อนที่เกิดขึ้นจากผู้ป่วยและครอบครัว ไม่เพียงสร้างกำลังใจให้ทีมแพทย์ แต่ยังปลุกพลังแห่งการแบ่งปันในสังคม ผู้บริจาคหลายท่านได้แสดงเจตจำนงอยากสนับสนุน เพราะนี่คือโครงการที่ทุกการบริจาคเห็นผลลัพธ์ชัดเจน เงินทุกบาททุกสตางค์กลับไปช่วยชีวิตจริง ๆ และด้วยพลังแห่งความร่วมมือ ทำให้โครงการเตรียมเปิด Season 3 เพื่อต่อชีวิต ให้หัวใจที่อ่อนล้าได้กลับมาเต้นอีกครั้ง

นวัตกรรมและความเชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจครบวงจร

หากพูดถึงโรงพยาบาลบ้านแพ้ว หลายคนอาจนึกถึงการรักษาดวงตาที่มีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนาน แต่ในความจริงแล้วโรงพยาบาลแห่งนี้ยังมีศักยภาพด้านการรักษาโรคหัวใจที่ไม่เป็นรองใคร โดยการรักษาโรคหัวใจในปัจจุบันได้พัฒนาไปสู่เทคนิคแผลผ่าตัดเล็กและอุปกรณ์ที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมแบบผ่าสายสวน หรือการปิดผนังกั้นหัวใจด้วยอุปกรณ์ ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วและหลีกเลี่ยงแผลผ่าตัดนวัตกรรมใหม่อื่นๆ ได้แก่ การรักษาโรคหัวใจผิดจังหวะด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งในหลายรายสามารถลดหรือหยุดยาที่รับประทานประจำ ลดความเสี่ยงและอาการรุนแรงได้
ความเชี่ยวชาญของโรงพยาบาลบ้านแพ้วครอบคลุมการผ่าตัดหัวใจผู้ใหญ่ทุกประเภท ตั้งแต่ bypass หลอดเลือดหัวใจ การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ กรณีฉุกเฉิน เช่น หลอดเลือดฉีกขาด ไปจนถึงการรักษาโรคหัวใจเด็กบางราย
“สิ่งที่ทีมผ่าตัดหัวใจบ้านแพ้วให้ความสำคัญที่สุดคือผลระยะยาวที่ผู้ป่วยจะมีชีวิตยืนยาวหลังผ่าตัดได้มากน้อยแค่ไหน” นพ.สราวุธ กล่าว การรักษาครอบคลุมตั้งแต่การสวนหลอดเลือดหัวใจ การสวนหัวใจชนิดซับซ้อน การจี้ไฟฟ้าหัวใจ การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ทำให้ศูนย์หัวใจ ทรวงอก และหลอดเลือดของโรงพยาบาลบ้านแพ้วถือเป็นศูนย์ครบวงจรที่สุดในเขตสุขภาพที่ 5 ซึ่งประกอบด้วย กาญจนบุรี, นครปฐม, ราชบุรี,สุพรรณบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร

ผนึกกำลังมติชนให้บริการเชิงรุกที่ Thailand Healthcare 2025

นอกเหนือจากบทบาทการรักษาที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว โรงพยาบาลยังร่วมออกบูธให้บริการตรวจรักษาเชิงรุกในงาน Thailand Healthcare 2025 ที่ผ่านมา ทั้งการตรวจตาและการคัดกรองโรคหัวใจ โดยในส่วนของการตรวจตา มีการให้บริการตรวจสุขภาพตา คัดกรองโรคต้อกระจกและโรคต้อหินด้วยเครื่องมือแพทย์ทันสมัย พร้อมผ่าตัดต้อกระจกฟรี 50 ดวงตา รวมถึงบริการตรวจสภาพตาก่อนทำเลสิก มูลค่ากว่า 1,800 บาท จำนวนจำกัด และสามารถจองทำเลสิกราคาโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงาน
ด้านโรงพยาบาลหัวใจบ้านแพ้ว ให้บริการตรวจคัดกรองโรคหัวใจโดยอายุรแพทย์เฉพาะทาง ด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และตรวจอัลตร้าซาวด์หัวใจ (Echo) รวมถึงการใช้เทคโนโลยี AI ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดและความผิดปกติของหัวใจ นอกจากนี้ ยังให้บริการตรวจวัดความแข็งตัวของหลอดเลือดแดง เพื่อคัดกรองโรคหลอดเลือดแดงตีบตัน (ABI) ช่วยให้ประชาชนได้รับการประเมินสุขภาพเชิงรุกและคำแนะนำที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ

นพ.สุภกิจ กล่าวถึงความสำคัญของงานว่า “การที่มติชนจัดมหกรรมสุขภาพ Thailand Healthcare 2025 ขึ้น มองว่าเป็นการสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพให้กับประชาชนล่วงหน้า ผู้เข้าร่วมงานสามารถพบแพทย์เฉพาะทางได้อย่างรวดเร็ว และได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ทราบว่าอาการบางอย่างอาจเกี่ยวข้องกับหลอดเลือดหัวใจตีบ”

คำแนะนำในการดูแลสุขภาพหัวใจ

การดูแลสุขภาพหัวใจเริ่มต้นง่ายๆ จากการติดตามความดันโลหิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ต่อการเกิดโรคหัวใจ สามารถตรวจได้ตามโรงพยาบาลหรือร้านยาที่มีเครื่องวัดความดัน นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนักด้วยการจำกัดน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตส่วนเกิน และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายยังทำหน้าที่เหมือน การทดสอบเครื่องยนต์รถ หากพบว่าร่างกายไม่ตอบสนองเหมือนเดิม อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาหัวใจ
สำหรับผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ นพ.สุภกิจให้กำลังใจว่า ปัจจุบันการผ่าตัดไม่ได้น่ากลัวเหมือนในอดีต ด้วยนวัตกรรมและเทคนิคที่ทันสมัย ความเสี่ยงอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 10% สำหรับการผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อน แต่สิ่งสำคัญคือภาวะแทรกซ้อนขึ้นกับระยะเวลาที่เป็นโรค ยิ่งรู้เร็ว ผ่าเร็ว ภาวะแทรกซ้อนก็ยิ่งน้อย หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก “ถ้าท่านไม่ทำอะไรเลยและไม่ผ่า ความเสี่ยงคือ 100%”  นพ.สุภกิจทิ้งท้าย

พร้อมกันนี้ มติชนได้มอบเงินสนับสนุนโรงพยาบาลบ้านแพ้ว จากการจัดกิจกรรม Thailand Healthcare 2025 ซึ่งเป็นงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศที่จัดต่อเนื่องทุกปี ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่สร้างประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยสนับสนุนการรักษาและพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์ของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง