“ซแรย์ อทิตยา” จากพระราชดำริสู่ข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของไทย

20.10.25 | 13:04 น.

จากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ฝนที่ไม่ตกตามฤดูกาล น้ำไม่เพียงพอ และการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นปัญหาสำคัญที่กัดกร่อนผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ถึงแม้ว่าจะมีดินที่ดี มีภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่ก็ยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างยั่งยืน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ได้มีพระดำริจัดตั้ง “โครงการเกษตรอทิตยาทร” ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การทำนาแบบครบวงจรตามแนวทาง ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมุ่งส่งเสริมศักยภาพให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติของข้าว ดิน และน้ำ ตลอดจนสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม

จากผืนนาแห้งแล้ง สู่พื้นที่แห่งความพอเพียง

โครงการเกษตรอทิตยาทร หรือที่ชาวจังหวัดสุรินทร์รู้จักกันในชื่อ “ซแรย์ อทิตยา” ที่มาจากภาษาเขมรท้องถิ่นซึ่งแปลว่า “นาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ” เป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพื่อพลิกฟื้นผืนนาแห้งแล้งให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความพอเพียง โดยมี ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนงาน ถ่ายทอดองค์ความรู้การทำนาอย่างถูกวิธี ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าว การใช้ปุ๋ย การจัดการศัตรูพืช ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะการส่งเสริมการผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพสูงอย่าง “ข้าวขาวดอกมะลิ 105” เพื่อเพิ่มมูลค่าและความสามารถในการแข่งขันในตลาด

Advertisement

ธานี ชื่นบาน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ เปิดเผยว่า โครงการเกษตรอทิตยาทร เป็นโครงการในพระดำริของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร โดยเฉพาะในจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิที่สำคัญของประเทศ โครงการนี้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2562 โดยมีศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์รับผิดชอบในส่วนของ “โรงเรียนชาวนา” ที่ให้ความรู้เรื่องการปลูกข้าวอย่างครบวงจร ถ่ายทอดทั้งองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นแก่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่มาศึกษาเรียนรู้จากทั้งในจังหวัดสุรินทร์และพื้นที่ใกล้เคียง

นอกจากนี้ภายในโรงเรียนชาวนายังมีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การสอนดำนาและโยนกล้า เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตของชาวนาอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดแสดงอุปกรณ์การทำนาทั้งแบบโบราณและสมัยใหม่ รวมถึงข้อมูลความรู้ด้านพันธุ์ข้าว ประเพณี และวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง และได้ซึมซับถึงคุณค่าของวิถีเกษตรกรรมไทย

ทั้งนี้ ภารกิจหลักของศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ยังคงทำหน้าที่สนับสนุนด้านวิชาการและให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเรื่องคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งเป็นปัญหาหลักของเกษตรกรในพื้นที่ จากการคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรให้เข้าร่วมโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ เพื่อให้ได้พันธุ์ข้าวที่บริสุทธิ์และได้มาตรฐาน โดยศูนย์จะเข้าไปดูแลและตรวจสอบในแต่ละแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกปีทางศูนย์สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ราว 30 ตัน เพื่อจำหน่ายและกระจายให้เกษตรกรนำไปปลูกต่อ ซึ่งถือเป็นการช่วยลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพผลผลิตให้สูงขึ้น

“สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ มาเยี่ยมโครงการและพระราชทานพระดำรัสกำชับว่า ให้มุ่งเน้นการพัฒนาพันธุ์ ‘ข้าวขาวดอกมะลิ 105’ ซึ่งเป็นพันธุ์หลักของจังหวัดสุรินทร์ ทางศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์จึงน้อมนำพระดำรัสมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่มีความบริสุทธิ์และคุณภาพสูงสุด เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรนำไปปลูกได้ผลผลิตที่ดีที่สุด” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ กล่าว

นวลศรี ไหวดี เกษตรกรผู้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวจากโครงการเกษตรอาทิตยาทร กล่าวว่า เมื่อก่อนมักจะเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ปลูกเองทุกปี แต่พบว่าผลผลิตไม่ได้คุณภาพ มีสิ่งเจือปนและเมล็ดลีบเล็ก ส่งผลให้ขายข้าวไม่ได้ราคา ต่อมาได้ไปปรึกษากับศูนย์ทดลองปลูกข้าว และได้รับคำแนะนำให้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ของสุรินทร์จากโครงการซแรย์อทิตยาทร ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์แท้ 100% ส่งผลให้ผลผลิตดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่ให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 500 กิโลกรัมต่อไร่ ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 600-700 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งข้าวที่ผลิตออกมามีคุณภาพและจำหน่ายได้ในราคาที่ดี จนเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเกษตรกรและญาติพี่น้องที่ต่างบอกต่อและมาซื้อเมล็ดพันธุ์จากไร่อทิตยาไปปลูก โดยในแต่ละปีมีการสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่น้อยกว่า 2 ตัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของเมล็ดพันธุ์และประสิทธิภาพในการเพาะปลูก

“รู้สึกภาคภูมิใจที่โครงการซแรย์อทิตยาทรได้ส่งเสริมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีให้เกษตรกร ช่วยเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนาให้มั่นคงยิ่งขึ้น” นวลศรี กล่าวด้วยรอยยิ้ม

ข้าวหอมสุรินทร์ ผลิบานด้วยหัวใจเกษตรกร

จากทั้งหมดที่กล่าวมา แสดงให้เห็นว่า โครงการเกษตรอทิตยาทร ในพระราชดำริพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ไม่เพียงเป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรแบบครบวงจรเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการต่อยอดความรู้ สืบสานภูมิปัญญา และสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรได้พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ทรงวางรากฐานไว้ ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนภารกิจนี้อย่างต่อเนื่อง ถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น พร้อมเสริมสร้างเครือข่ายเกษตรกรที่เข้มแข็งทั่วทั้งจังหวัด

จากผืนนาแห้งแล้งสู่พื้นที่แห่งความพอเพียง “ซแรย์ อทิตยา” ได้พิสูจน์ว่า หากเกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจ และหัวใจที่ไม่ย่อท้อ ผืนนาแห่งนี้ก็สามารถงอกงามได้อีกครั้ง ดั่งคำสอนในศาสตร์พระราชาที่ชี้ให้เห็นว่าความมั่นคงของแผ่นดิน เริ่มต้นจากความเข้มแข็งของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุกเมล็ด เพื่อให้ “ข้าวหอมมะลิสุรินทร์” ยังคงหอมกรุ่นอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดไป