ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “ภาระโรคของคนไทย” กลายเป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมสุขภาวะของประเทศได้อย่างชัดเจน ไม่เพียงแต่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง แต่ยังรวมถึงปัจจัยทางสังคม สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ซับซ้อนมากขึ้น ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและอายุขัยของคนไทยโดยตรง
เพื่อร่วมกันมองภาพรวม ปรับทิศทาง และสร้างแนวทางคืนปีสุขภาวะให้ประชาชนสุขภาพดีอย่างยั่งยืน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP Foundation) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดงานประชุมวิชาการภาระโรคแห่งประเทศไทย ปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “ภาระโรคของคนไทย : ร่วมคืนปีสุขภาวะให้คนไทย” เวทีที่จะเปิดโอกาสให้หน่วยงานด้านสุขภาพทุกระดับ ได้รับทราบข้อมูลภาระโรค พร้อมนำไปใช้กำหนดนโยบายและขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาการและนวัตกรรม สสส. อธิบายว่า สสส. พยายามใช้ข้อมูลในเรื่องของการเจ็บป่วยและตายก่อนวัยอันควรของประชากรไทย มาใช้ในการวางแผนเพื่อแก้ปัญหา สิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องมือสำคัญใช้ในการวางแผน คือ ข้อมูลภาระโรค นำมาสู่การเลือกพื้นที่ และกลุ่มประชากรในการทำงาน
การศึกษาในครั้งนี้เป็นการศึกษาล่าสุดของทาง สสส. ร่วมกับ โครงการภาระโรคแห่งประเทศไทย ในการวิเคราะห์ว่าคนไทยตาย บาดเจ็บ และพิการ เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ในแต่ละกลุ่มวัยมีความแตกต่างกันในเรื่องของการตาย และการบาดเจ็บอย่างไร
ความพิเศษของปีนี้คือ นอกจากเห็นข้อมูลระดับประเทศแล้ว ยังเห็นข้อมูลในระดับจังหวัดด้วย เป็นครั้งแรกที่เราสามารถบอกได้เลยว่าคนในจังหวัดนี้เสีชีวิต บาดเจ็บ หรือพิการจากโรคอะไร ซึ่งข้อมูลที่มีการนำเสนอในครั้งนี้ทำให้เราสามารถจัดระดับความสำคัญในการเข้าไปแก้ปัญหา นำไปสู่การออกมาตรการหรือแก้ไขปัญหาเฉพาะเจาะจงได้
“ในกลุ่มเด็ก พบว่าสาเหตุหลักที่เด็กเสียชีวิต บาดเจ็บ หรือพิการ มาจากการจมน้ำ อุบัติเหตุทางถนน รวมไปถึงการเลี้ยงดูของพ่อแม่ ส่วนกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน สาเหตุหลักมาจากอุบัติเหตุทางถนน ข้อมูลที่น่าสนใจพบว่า กลุ่มโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เพิ่มสูงขึ้นในวัยทำงาน เช่น เบาหวาน สโตรก หัวใจ นอกจากนี้ข้อมูลที่เป็นกลุ่มจังหวัดทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงว่าในแต่ละจังหวัดมีปัญหาของโรค หรือการตายที่แตกต่างกัน เช่น หากเราอยากแก้ปัญหาเรื่องเบาหวาน ควรไปภาคอีสาน แต่ถ้าเป็นเรื่องฆ่าตัวตาย ซึมเศร้า ต้องไปทางเหนือ เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าจากข้อมูลภาระโรคตามกลุ่มวัย ตามพื้นที่ เราสามารถเลือกมาตรการในการแก้ปัญหาเฉพาะเจาะจงได้มากขึ้น”

ดร.ทพญ.กนิษฐา บุญธรรมเจริญ นักวิจัยอาวุโส มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ให้ข้อมูลว่า ในปี 2565 คนไทยสูญเสียปีสุขภาวะ (DALYs) หรือช่วงเวลาที่ควรมีสุขภาพที่สมบูรณ์ 20.5 ล้านปี ในจำนวนนี้ร้อยละ 78 มาจากการตายก่อนวัยอันควร โดยผู้ชายมีการสูญเสียมากกว่าผู้หญิง 1.5 เท่า
สาเหตุ 5 อันดับแรกของการสูญเสียปีสุขภาวะของคนไทย ได้แก่ 1. โรคหลอดเลือดสมอง 9.5% 2. อุบัติเหตุทางถนน 7.3% 3. โรคเบาหวาน 6.2% 4. โรคไตเรื้อรัง 5.7% และ 5. โรคหัวใจขาดเลือด 5.7% ซึ่งการบาดเจ็บทางถนน เป็นสาเหตุของความสูญเสีย DALY สูงสุดในกลุ่มวัย 5-44 ปีทั้งในเพศชายและหญิง อย่างไรก็ตามพบว่า เขต 13 กทม. พบการสูญเสียค่อนข้างน้อยในทุกโรค ถือว่ามีสุขภาพดีกว่าประชากรในเขตอื่นๆ

“การลดภาระโรคสามารถทำได้ 2 แนวทาง คือ ลดการตายก่อนวัยอันควร ป่วยให้ช้า ตายให้ช้า หรือเมื่อเป็นโรคแล้ว ต้องพยายามลดภาวะแทรกซ้อนเพื่อลดความรุนแรงของโรค ตัวอย่างเช่น โรค NCDs ซึ่งมักใช้เวลานานก่อนจะแสดงอาการ จึงควรเริ่มป้องกันตั้งแต่อายุน้อย ด้วยการปรับพฤติกรรม ลดปัจจัยเสี่ยง และสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ” ดร.ทพญ.กนิษฐา ทิ้งท้าย

