ภูมิปัญญาการรักษาโรคของไทย

21.11.25 | 09:00 น.

ประเทศไทยเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและพืชพรรณนานาชนิด การดำรงชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติก่อให้เกิดภูมิปัญญาที่นำเอาพืชมาผสมผสานในการดำเนินชีวิตของคนโบราณ ทั้งการทำอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ การสร้างที่อยู่อาศัยและการรักษาโรค

หัวใจสำคัญของภูมิปัญญาการรักษาโรคของคนไทย คือการนำเอาพืชที่มีสรรพคุณทางยามาทดลองใช้ในการบรรเทาอาการ การรักษา การฟื้นฟูและการเสริมสร้างความสมดุลของร่างกาย องค์ความรู้เหล่านี้ยังคงถูกสืบทอดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของผู้คนในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งอย่างจังหวัดน่าน ซึ่งถือเป็นแหล่งรวมความรู้ด้านการแพทย์พื้นบ้านที่สำคัญ

รากฐานการแพทย์พื้นบ้าน จากพืชสู่การรักษาโรค

สำหรับศาสตร์การแพทย์โบราณของชาวล้านนามีความเชื่อว่า มนุษย์เราประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน 2 ส่วน ได้แก่ ธาตุและขวัญ โดยทั้ง 2 ส่วนนี้จะต้องมีความสมดุลกัน หากส่วนใดส่วนหนึ่งบกพร่องไป จะทำให้ร่างกายสูญเสียความสมดุล เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยได้

การรักษาจะดำเนินผ่าน หมอเมืองหรือหมอแผนโบราณ โดยใช้องค์ความรู้ที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษและการศึกษาทดลองในกระบวนการรักษา สรรพคุณทางยาและสูตรยาจากตำรายาโบราณ ผสานเอาองค์ความรู้ที่เป็นความเชื่อ ศาสนาและประสบการณ์จากการรักษาจริงที่สะสมกันมาเพื่อรักษาโรคต่าง ๆ ให้กับชาวบ้าน

Advertisement

องค์ความรู้ของหมอเมืองแห่งน่านส่วนใหญ่ถูกบันทึกไว้ในปั๊บสา หรือสมุดโบราณที่ทำจากใบลาน ซึ่งเป็นคลังความรู้ทางการแพทย์และภูมิปัญญาล้านนาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน หลักการที่ว่า สุขภาพที่ดีต้องมีความสมดุลและสัมพันธ์กับธรรมชาติรอบตัว การเจ็บป่วยจึงเป็นผลจากความไม่สมดุลของธาตุทั้งสี่ ประกอบด้วยดิน น้ำ ลม ไฟในตัวเรา ซึ่งหมอเมืองจะเป็นผู้ที่ใช้ความรู้นี้ในการช่วยฟื้นฟูสมดุลให้กลับคืนมา

ตัวอย่างพืชที่มีสรรพคุณทางยาของไทยที่ใช้ในการรักษาโรค

  • การบูร – ช่วยบำรุงหัวใจ นำมาทาเพื่อลดอาการปวด บวม ขัดยอก แก้ปวดข้อแก้ปวดเส้นประสาท
  • ขมิ้นชัน – ช่วยต้านการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ใช้รักษาโรคกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการลำไส้อักเสบ ลดอาการระคายเคืองผิว
  • บอระเพ็ด – ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน สามารถใช้ได้ในผู้ป่วยเบาหวานและเสริมความแข็งแรงให้ร่างกาย

  • ไพล – มีฤทธิ์ลดการอักเสบ ใช้บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ฟกช้ำ เคล็ดขัดยอก นิยมใช้ในรูปแบบน้ำมันเพื่อนำมาทานวดในบริเวณที่มีอาการ
  • ผิวมะกรูด – ตัวเปลือกมีน้ำมันหอมระเหย มีกลิ่นหอม ช่วยแก้อาการเป็นลม ปวดหัววิงเวียน และช่วยให้การไหลเวียนของเลือด

ในจังหวัดน่านเองก็มีพืชที่มีสรรพคุณทางยาที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร นั่นคือ หญ้ายา (YAYA) พืชที่มีสรรพคุณทางยาและเรื่องราวที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนเมืองน่านมาช้านาน หญ้ายาเติบโตในป่าที่มีความชื้นสูง แสงแดดรำไร และดินที่อุดมด้วยแร่ธาตุ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมเฉพาะของพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะในเขตน่านที่ยังคงมีผืนป่าดิบเขาและป่าชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ลักษณะของภูมิประเทศในจังหวัดน่านที่พอเหมาะเหล่านี้ไม่เพียงหล่อเลี้ยงให้หญ้ายามีสารสำคัญตามธรรมชาติในปริมาณสูง แต่ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่าง ธรรมชาติกับภูมิปัญญาของผู้คนที่อาศัยอยู่ร่วมกับป่าได้เป็นอย่างดี

หญ้ายา ต้นแบบการเชื่อมโยงอดีตสู่ปัจจุบัน

จากภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนในจังหวัดน่าน สู่การพัฒนาและศึกษาด้วยเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ หญ้ายา คือ หนึ่งในการผสมผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับยุคสมัยใหม่ได้อย่างน่าสนใจ โดยการรวบรวมเอาพืชพื้นถิ่นที่หาได้ในประเทศไทยซึ่งมีฤทธิ์ทางยา ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ตามตำรับยาโบราณที่พบเจอในจังหวัดน่าน ผสานองค์ความรู้ที่สืบทอดกันมานานหลายร้อยปี มาพัฒนา ศึกษาและวิจัยอย่างจริงจังด้วยเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยตามหลักการแพทย์สากล

หญ้ายาจึงเป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมโยงระหว่างความรู้ของบรรพบุรุษเข้ากับเทคโนโลยีและศาสตร์ทางการแพทย์ปัจจุบันได้อย่างลงตัว การพัฒนาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้ภูมิปัญญาไม่สูญหายไปตามกาลเวลา แต่ยังช่วยเพิ่มคุณค่าและโอกาสในการนำไปใช้ประโยชน์ในวงกว้างมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพของผู้คนในยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

ภูมิปัญญาไทยสู่อนาคตวงการแพทย์

ภูมิปัญญาการรักษาโรคของไทยจากหญ้ายาที่สืบทอดกันมาในจังหวัดน่านเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาที่น่าภาคภูมิใจ และยิ่งแนวโน้มการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมีเพิ่มขึ้นทั่วโลกในปัจจุบัน ผู้คนกลับมาสนใจดูแลสุขภาพของตนและป้องกันการเกิดโรคมากขึ้น ต่างจากเดิมที่ต้องมารักษาเมื่อเจ็บป่วยแล้ว สิ่งนี้ส่งเสริมให้ภูมิปัญญาการรักษาโรคของไทยเริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ผนวกกับการพัฒนาระบบเภสัชศาสตร์และการแพทย์ในอนาคตด้วยแล้ว เชื่อว่าจะสามารถผลักดันและต่อยอดหญ้ายา หรือพืชที่มีสรรพคุณทางยาให้เป็นสมบัติอันล้ำค่าจากธรรมชาติ ที่ช่วยให้ความเป็นอยู่ของมนุษย์นั้นดียิ่งขึ้นทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ และความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของตน

ข้อมูลอ้างอิง

https://yaya.co.th/บทความ

Phusit. 2566. “หญ้ายา พืชล้ำค่าจากภูมิปัญญาของคนน่าน.” YAYA (หญ้ายา).

Natthanan Jarunkun. 2568. “เปิดตำราสมุนไพรล้านนา สุขภาพดีวิถีชาวเหนือ.” YAYA (หญ้ายา).

Hfocus.org. “หมอเมือง” ภูมิปัญญาล้านนา. ใน Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ. ม.ป.ป.

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. “มะกรูด.” ม.ป.ป.

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. “บอระเพ็ด.” ม.ป.ป.

สำนักศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. “มรดกทางภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ด้านสมุนไพร.” ม.ป.ป.

สำนักทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่