สสส. ผสานภาคีเครือข่าย เปิดเวทีป้องกันและยุติความรุนแรง หนุนนโยบายคุ้มครองเด็ก-สตรีสู่วาระแห่งชาติ

25.11.25 | 09:00 น.

แม้ “บ้าน” จะควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุด แต่สถานการณ์ความรุนแรงในไทยกลับชี้ตรงกันข้าม เมื่อข้อมูลจากศูนย์พึ่งได้ (OSCC) ปี 2567 ระบุว่ามีผู้ถูกกระทำความรุนแรงทางร่างกาย จิตใจ การคุกคาม และการละเมิดทางเพศกว่า 17,900 คน ขณะที่สายด่วน พม. 1300 พบผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวอีกกว่า 4,800 คน โดยส่วนใหญ่เกิดจากคนในครอบครัว 71% และคนนอกครอบครัว 29%

เสวนา “How to..นักการเมืองหญิง ร่วมผลักดันท้องถิ่นจัดการความรุนแรงในครอบครัว 24 ชม.” โดย 4 นักการเมืองหญิงจากพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ (ลำดับจากขวาไปซ้าย)

เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงจับมือกับมูลนิธิเพื่อนหญิง เครือข่ายสตรี 4 ภาค และเครือข่ายพัฒนากลไกสหวิชาชีพพื้นที่นำร่อง 4 จังหวัด จัดเสวนา “How to..นักการเมืองหญิง ร่วมผลักดันท้องถิ่นจัดการความรุนแรงในครอบครัว 24 ชม.” พร้อมยื่นข้อเสนอการแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อป้องกันและแก้ไขความรุนแรงบนฐานเพศให้เป็นวาระสาธารณะ เนื่องในเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก-สตรี

Advertisement

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส.

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. เผยว่า สสส. มุ่งผลักดันให้ปัญหาความรุนแรงเป็นวาระสาธารณะ ผ่านยุทธศาสตร์การทำงาน 5 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาองค์ความรู้และแนวปฏิบัติ การพัฒนานวัตกรรม-ต้นแบบลดความรุนแรง การเสริมศักยภาพแกนนำและเครือข่าย การผลักดันเชิงนโยบาย ตลอดจนการพัฒนาเครื่องมือสื่อสารเพื่อเปลี่ยนทัศนคติของสังคมต่อความรุนแรง โดยเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนสะท้อนวิกฤตในครอบครัวอย่างรอบด้าน พร้อมผลักดันให้เกิดข้อเสนอเชิงนโยบายควบคู่กับการแก้ไขกฎหมายไปพร้อมกัน

ขณะเดียวกัน สสส. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างกลไกสนับสนุนในระดับพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนและศักยภาพนักสังคมสงเคราะห์ การทำงานร่วมกับกลุ่มสิทธิมนุษยชน รวมถึงการพัฒนาผู้นำชุมชนให้มีทักษะด้านการสังคมสงเคราะห์เบื้องต้น เพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาอย่างทันท่วงที อีกด้านหนึ่งยังคงผลักดันให้แกนนำท้องถิ่นจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายจากประสบการณ์ตรงในชุมชน เพราะมีความหมายต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระดับประเทศ ทั้งการป้องกัน การคุ้มครอง ตลอดจนการยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ

เครือข่ายสตรีและชุมชนนำร่อง 4 จังหวัด มอบภาพชุมชนต้นแบบให้กับนักการเมืองหญิง

“สสส. มุ่งผลักดันให้ประเด็นความรุนแรงเป็นประเด็นสาธารณะ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมสะท้อนปัญหาและทางออก เพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายและแก้ไขกฎหมายในอนาคต สิ่งสำคัญคือประชาชนต้องมีความตระหนักและร่วมมือกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย เพราะปัญหาความรุนแรงเป็นเรื่องของทุกคน หากสังคมช่วยกันเฝ้าระวัง ช่วยเหลือ และยุติความรุนแรงตั้งแต่ต้นทาง ปัญหานี้ก็จะทุเลาลงได้” ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. เผย

น.ส. รุ้งตวัน จันทมณี ผอ. รพ.สต.พะวง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา (คนที่สามนับจากด้านขวา)

ขณะที่ น.ส. รุ้งตวัน จันทมณี ผอ. รพ.สต.พะวง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา ระบุว่า สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวในพื้นที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกรณีที่พบมากที่สุดคือการทำร้ายร่างกาย ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงปัญหายาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของสมาชิกในครอบครัวจนเกิดเหตุรุนแรงตามมา ในภาคบริการสุขภาพพื้นที่ยังพบว่าครอบครัวที่มีสมาชิกเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมักเกิดเหตุความรุนแรงวนกลับมาอยู่เป็นประจำ สะท้อนว่าระบบการช่วยเหลือและการจัดการปัญหายังไม่สามารถดำเนินได้ครบวงจรและต่อเนื่องเท่าที่ควร

“ปัจจุบันหลายเคสยังติดอยู่ในกระบวนการที่ไม่สมบูรณ์ เหมือนมองช้างเป็นส่วนๆ ทำให้ไม่เห็นปัญหาในภาพรวม จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและพรรคการเมืองผลักดันให้การจัดการความรุนแรงในครอบครัวเป็นนโยบายสำคัญ มีกลไกทางกฎหมายที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นส. รุ้งตวัน ทิ้งท้าย