บนถนนที่เราใช้สัญจรไปมาในทุกวัน กลายเป็นสถานที่ที่ชีวิตนับไม่ถ้วนต้องหยุดลงอย่างไม่คาดคิด ซึ่งอุบัติเหตุบนท้องถนนยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บและเสียชีวิตของคนไทยจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปีมีหลายครอบครัวต้องเผชิญกับความสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืนได้ ขณะที่ผู้รอดชีวิตจำนวนไม่น้อยต้องใช้ชีวิตต่อด้วยบาดแผลทั้งกายและใจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนของไทยยังคงรุนแรงและต้องการความร่วมมือแก้ไขอย่างจริงจัง

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. พร้อมด้วย เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และ เครือข่ายพลังผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน จึงร่วมกันจัดกิจกรรม “เปลี่ยนความเสียใจให้เป็นพลัง หยุดสร้างเหยื่อบนถนน” เนื่องใน “วันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” (World Day of Remembrance for Road Traffic Victims) หรือ วันเหยื่อโลก โดยทุกปี องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้ทุกวันอาทิตย์ที่สามของเดือนพฤศจิกายน เป็นวันสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงครอบครัวและผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งวันเหยื่อโลกในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะร่วมกันสร้างความตระหนักและส่งเสริมความรับผิดชอบให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างยั่งยืน

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดผยว่า วันนี้เป็นอีกครั้งที่เรามาร่วมรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน เนื่องในวันอาทิตย์ที่สามของเดือนพฤศจิกายน ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้เป็นวันรำลึกเหยื่ออุบัติเหตุบนท้องถนน โดยในปีนี้มาในภายใต้แนวคิด “จดจำ สนับสนุน ลงมือทำ” เพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพันธกิจที่ทาง สสส. ก็ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มาอย่างต่อเนื่อง เพราะอุบัติเหตุยังคร่าชีวิตคนไทยราว 17,000 คนต่อปี โดยกว่า 80% เป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ และส่วนใหญ่เป็นเยาวชน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือชีวิต ครอบครัว และความสูญเสียที่ส่งผลต่อคนรอบข้าง
“เรามุ่งหวังให้การจัดงานวันนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมประจำปี แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การเพิ่มความเข้าใจใน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ รวมถึงการพัฒนาสภาพถนนให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น” รองผู้จัดการกองทุน สสส. ระบุ

นางรัชนี สุภจริยากุล ประธานเครือข่ายพลังผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ระบุว่า ในฐานะประธานเครือข่ายพลังผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน และในฐานะแม่ผู้สูญเสียลูกสาวจากอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่วันรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนมาถึง ล้วนทำให้สังคมไทยและทั่วโลกตระหนักถึงความสูญเสียที่ยังเกิดขึ้นอย่างไม่รู้จบ ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิต การบาดเจ็บ หรือความพิการจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ปัญหาเหล่านี้ยังคงอยู่แม้เวลาจะผ่านไปและยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวนับไม่ถ้วนในทุกสังคม สำหรับปีนี้เครือข่ายพลังผู้สูญเสียฯ เห็นประเด็นสำคัญที่ควรถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง จากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา ซึ่งพบผู้ประสบอุบัติเหตุจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เนื่องจากไม่ได้ทำประกันภาคบังคับไว้ ดังนั้น เครือข่ายฯ จึงร่วมกันจัดทำแบบสอบถาม เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบของผู้ใช้รถใช้ถนนในสังคมไทย
“วันเหยื่อโลกในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดี ที่จะได้ช่วยกันสร้างความตระหนัก ตักเตือน และส่งเสริมความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญให้กับทุกคนที่ใช้รถ รวมทั้งการแสดงพลังของเครือข่ายพลังผู้สูญเสีย ในการออกมาเปลี่ยนความเสียใจให้เป็นพลังลดการเกิดเหยื่อบนถนน และหวังว่าการลดอุบัติเหตุทางถนนในสังคมไทยที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ก็เกิดเหยื่ออุบัติเหตุรายใหม่ๆ ในทุกๆ วันนั้น ถึงเวลาจะต้องได้รับการพิจารณาและสิ้นสุดลง” ประธานเครือข่ายพลังผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน กล่าวย้ำ

ภายในงานยังมีกิจกรรมวางดอกไม้เพื่อแสดงความอาลัยและรำลึกถึง ต่อความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดย เครือข่ายพลังผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน และกิจกรรม Checklist : พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ความรับผิดชอบของคนใช้รถ โดย ร.ต.ท.เฉลิมพรหม อิทธิยาภรณ์ กองบังคับการตำรวจจราจร

นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนาภายใต้ 2 หัวข้อหลัก ได้แก่ “ความสูญเสียที่ไม่ได้อะไรกลับมา อุบัติเหตุที่พรากคนในครอบครัว” โดย นายเฉลิม มานศิริ และ นายอนุชาติ แก้วโสด ผู้สูญเสียคนในครอบครัวจากอุบัติเหตุทางถนน และหัวข้อ “พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ…เพื่อใคร?” โดย นางรัชนี สุภจริยากุล ประธานเครือข่ายพลังผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน, นางศิริพร รัตนทัศนีย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และ นายธัชวุฒิ จาดบันดิสถ์ นักวิจัยศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.)

จากทั้งหมดที่กล่าวมา งานรำลึกผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนที่จัดโดย สสส. และภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตระหนักรู้และการมีความรับผิดชอบบนท้องถนน ซึ่งสรุปให้เห็นว่าอุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องโชคร้าย แต่เป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้ และสามารถสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ ตลอดจนผลักดันมาตรการเชิงระบบ เพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิตบนถนนได้อย่างยั่งยืน

