เชฟรอน หนุนสร้างโอกาสทางการศึกษา ร่วมจัดงาน Saturday School Run 2025

11.12.25 | 14:00 น.

บางครั้งการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มจากเรื่องใหญ่โตเสมอไป แต่อาจเริ่มจาก “ก้าวเล็กๆ” ของผู้คนธรรมดาที่มีหัวใจอยากช่วยเหลือสังคมและเชื่อว่าเด็กไทยทุกคนควรได้รับโอกาสที่ดี “Saturday School Run” จึงเกิดขึ้นจากพลังความตั้งใจนั้น เพื่อเปลี่ยนกิจกรรมเดิน–วิ่ง ที่ใครก็เข้าร่วมได้ ให้กลายเป็นแรงสนับสนุนสำคัญด้านการศึกษา รายได้ที่ระดมได้จากงานจะถูกนำไปพัฒนาโครงการเสริมทักษะ พื้นที่เรียนรู้ และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ ค้นพบตัวเอง และเติบโตอย่างมั่นใจตามศักยภาพของพวกเขา

แต่การสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นจริงในระยะยาว จำเป็นต้องอาศัยทรัพยากร ความร่วมมือ และแรงสนับสนุนจากหลายภาคส่วน กิจกรรม “Saturday School Run” จึงทำหน้าที่เป็น สะพานเชื่อม ระหว่างสังคมและเด็กไทย ผู้เข้าร่วมทุกคนไม่เพียงร่วมวิ่งเพื่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังมีส่วนร่วมในการระดมทุนและส่งเสียงให้สังคมเห็นความสำคัญของการศึกษาอย่างเท่าเทียม รายได้จากกิจกรรมนี้จะช่วยเปิดประตูโอกาสให้เยาวชนไทยได้เข้าถึงประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย มีพื้นที่พัฒนาทักษะใหม่ๆ และต่อยอดไปสู่อนาคตที่กว้างไกลยิ่งกว่าเดิม

เชฟรอนร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ปีที่ 3

เมื่อพูดถึงความยั่งยืนทางสังคม หลายองค์กรเลือกที่จะมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่สำหรับ เชฟรอน การลงทุนในการศึกษาคือการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับอนาคต การเดินหน้าสนับสนุนงาน Saturday School Run มาอย่างต่อเนื่องถึงปีที่ 3 ไม่ใช่แค่การมอบเงินทุน แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ยั่งยืนให้กับเยาวชนไทย
และเมื่อวันที่ 29 พฤจิกายน 2568 ที่สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังบวกของผู้คนกว่า 1,300 คนที่มารวมตัวกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้ร่วมมือกับมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์จัดกิจกรรม “Saturday School Run 2025: วิ่งด้วยกัน เพื่อฝันน้อง” โดยมีนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ท่ามกลางความคึกคักของนักวิ่งทั้งพนักงานเชฟรอน อาสาสมัครของมูลนิธิ และประชาชนทั่วไปที่พร้อมใจกันวิ่งในระยะทาง 3, 5 และ 10 กิโลเมตร

Advertisement

(นายชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด)

ด้วยงบประมาณสนับสนุน 1.5 ล้านบาท ที่มอบให้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย เชฟรอนไม่ได้แค่สนับสนุนทางการเงิน แต่ยังส่งเสริมให้บุคลากรขององค์กรมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาที่ว่า พลังของคนคือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สุด” ดังที่ นายชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า
เชฟรอนเชื่อมั่นว่าพลังของคนคือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สุดในการสร้างความก้าวหน้าและอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคม การศึกษาเปรียบเสมือนรากฐานที่ทำให้พลังนั้นเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง”


นี่จึงไม่ใช่แค่การวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่เป็นการรวมพลังจากหลายภาคส่วนเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้วิ่งไปไกลกว่าเดิม ด้วยการศึกษาที่ครอบคลุมและเต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์

มูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ 11 ปีแห่งการสร้างโอกาส

ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ได้ทุ่มเทสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้กับเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยได้สร้างเครือข่ายอาสาสมัครกว่า 6,467 คน มีส่วนร่วมพัฒนาศักยภาพเยาวชนแล้วกว่า 22,282 คน และทำงานร่วมกับโรงเรียนและชุมชนกว่า 80 แห่ง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความเชื่อที่ว่าการศึกษาเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้

นายสรวิศ ไพบูลย์รัตนากร ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ กล่าวว่า เรามุ่งเปิดพื้นที่การเรียนรู้เพื่อให้เด็กทุกคนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง เพราะเราเชื่อว่าประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายคือกุญแจสำคัญในการหล่อหลอมเยาวชนรุ่นใหม่ให้กล้าเดินตามฝัน และพร้อมเติบโตเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีในอนาคต”

(นายสรวิศ ไพบูลย์รัตนากร ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์)     

สำหรับปีนี้ มูลนิธิให้ความสำคัญกับการเสริมความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้นผ่านกิจกรรมเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ ภายในงาน Saturday School Run 2025 ยังมีกิจกรรมการแสดงของนักเรียนในโครงการมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ การสนับสนุนจากเชฟรอนจึงถือเป็นตัวอย่างของความร่วมมือจากภาคเอกชนที่ช่วยขยายพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กว้างยิ่งขึ้น และเสริมพลังให้เยาวชนที่จะเติบโตเป็นผู้สร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทยได้ต่อไป

กิจกรรม Saturday School Run 2025 คือหนึ่งในแรงขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับศักยภาพของเยาวชนยุคใหม่ ผ่านพลังของทุกภาคส่วนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เพื่อให้เยาวชนสามารถ “วิ่งไปไกลกว่าเดิม” และไล่ตามฝันของพวกเขาได้อย่างแท้จริง