กสิกรไทย ร่วมประชุม COP30 เดินหน้าภารกิจสร้างสังคมยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีทางการเงินครบวงจร

12.12.25 | 14:59 น.

ในยุคที่โลกกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ทั้งสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยี และสภาพเศรษฐกิจที่มีความพลิกผันอยู่ทุกขณะ “ความยั่งยืน” จึงไม่ใช่เป้าหมายหลักเพียงอย่างเดียว หากแต่คือความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน ตลอดจนผู้คนในสังคม ที่จำเป็นต้องร่วมกันเดินไปข้างหน้าอย่างเป็นระบบ พร้อมวางรากฐานที่เข้มแข็งเพื่ออนาคตที่มั่นคงกว่าเดิม

ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ในฐานะสถาบันการเงินชั้นนำ จึงได้พัฒนา “ยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนแบบองค์รวม” เพื่อสร้างคุณค่าที่สมดุลและความมั่นคงให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน พร้อมตอกย้ำบทบาท “ผู้นำเทคโนโลยีการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance Technology)” พร้อมสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่เข้มแข็ง โปร่งใส และพร้อมรองรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของไทยในทศวรรษใหม่

จากรากฐานสู่การเติบโตในอนาคต

ธนาคารกสิกรไทยได้กำหนด “ยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนแบบองค์รวม” ที่เชื่อมโยงมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาลเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าธนาคารและพันธมิตร โดยตั้งอยู่บน 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่ 1. Be a Most Trusted Bank: เป็นธนาคารที่ทุกคนเชื่อมั่น ดำเนินงานด้วยธรรมาภิบาล โปร่งใส และยึดหลักจริยธรรม เพื่อเคียงข้างลูกค้าและสังคมทุกสถานการณ์ 2. Reinforce Future-Ready Resilience: เสริมความยืดหยุ่นพร้อมก้าวสู่อนาคตร่วมกัน ยกระดับศักยภาพองค์กรด้วยการบริหารความเสี่ยงและการสร้างนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ และ 3. Enable Inclusive Growth: สร้างการเติบโตที่ครอบคลุมและทั่วถึง เพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงิน กระตุ้นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และสร้างความเสมอภาคอย่างยั่งยืน ซึ่งทั้งหมดนี้คือรากฐานที่ทำให้ KBank เป็นสถาบันการเงินยุคใหม่ ที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างมั่นคงในอนาคต

Advertisement

KBank บนเวที COP30 ยกระดับไทยสู่สากล

ในปี พ.ศ. 2568 นี้ ถือเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ธนาคารกสิกรไทย ได้เข้าร่วมการประชุม “สมัชชาภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Conference of the Parties สมัยที่ 30 (COP30)” ระหว่างวันที่ 10 – 21 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองเบเลง ประเทศบราซิล โดยมีผู้บริหารระดับสูงได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ มุมมอง และประสบการณ์ด้านการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) พร้อมด้วยการจัดทำบัญชีคาร์บอน 2.0 รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของตลาดคาร์บอนยุคใหม่ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Tokenization เพื่อสร้างความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบบเศรษฐกิจสีเขียว

ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Tokenization: Decentralizing Carbon Markets การใช้โทเคนเพื่อกระจายอำนาจในตลาดคาร์บอน” โดยนำเสนอทิศทางในอนาคตของตลาดคาร์บอนไทยบนฐานเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบ Tokenization ซึ่งจะช่วยยกระดับความโปร่งใส การกระจายอำนาจ การกำกับดูแล และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถช่วยพัฒนาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อรองรับระบบซื้อขายคาร์บอนภาคบังคับ (Compliance Market) ที่ประเทศไทยเตรียมนำมาใช้ในอนาคต

Carbon Credit Tokenization รากฐานตลาดคาร์บอนไทยยุคใหม่

นอกจากนี้ หนึ่งในก้าวสำคัญที่สุดของ KBank คือการประกาศเปิดตัวโครงการนำร่อง “การแปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคนดิจิทัล (Carbon Credit Tokenization Pilot Program)” ที่ร่วมมือกับพันธมิตร ได้แก่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.), บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (Kubix) และ บริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น (Orbix Technology) จำกัด ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในกระบวนการซื้อขายและชดเชยคาร์บอนอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้กรอบ Regulatory Sandbox ที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานกำกับดูแล

ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้ทดสอบเพียงรายเดียวตั้งแต่การถือครองคาร์บอนเครดิตโทเคนจนถึงการชดเชยคาร์บอนเครดิต ซึ่งคาร์บอนเครดิตที่นำมาแปลงเป็นคาร์บอนเครดิตโทเคนดังกล่าว ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ตามมาตรฐานที่กำหนด โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ (มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนในประเทศไทย และคาร์บอนเครดิตโทเคนในโครงการนี้ถูกจัดเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์แบบพร้อมใช้ ตามนิยามของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ที่ได้รับยกเว้นการขออนุญาตเสนอขายจากสำนักงาน ก.ล.ต.

โครงการดังกล่าว กสิกรไทยเชื่อว่าจะช่วยสร้างประโยชน์ได้อย่างรอบด้าน ทั้งประโยชน์ด้านนวัตกรรม ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซื้อขายและชดเชยคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตในประเทศ, ประโยชน์ต่อประเทศ ช่วยเร่งการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางคาร์บอนเครดิตของภูมิภาค, ประโยชน์ด้านพันธมิตรทางธุรกิจ ช่วยเสริมศักยภาพให้พันธมิตรทางธุรกิจเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมรองรับการบังคับใช้กฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย และ ประโยชน์ต่อธนาคาร ที่ช่วยเสริมบทบาทธนาคารในฐานะผู้นำนวัตกรรมการเงิน ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าอย่างครบวงจร เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของธุรกรรม พร้อมเปิดโอกาสขยายฐานลูกค้า สร้างรายได้ และเพิ่มส่วนแบ่งตลาด อีกทั้งยังริเริ่มใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการสอบทานเครดิตสำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อม (Green projects) อย่างมีประสิทธิภาพ

KBank บทบาทผู้นำที่ “เหนือกว่า” สถาบันการเงิน

การเข้าร่วมการประชุม COP30 ของธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้ นับเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ธนาคารกสิกรไทย ในการยกระดับระบบการเงินไทยสู่ความยั่งยืนผ่าน “Climate Solution” และการผลักดันนวัตกรรมด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมสร้างความร่วมมือเชิงระบบกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้เป้าหมายในการเป็น “The Most Comprehensive Climate Solution Provider ผู้ให้บริการโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศที่ครอบคลุมที่สุด” ที่จะก้าวไป “เหนือกว่าการให้การสนับสนุนทางการเงิน” เพื่อช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจของลูกค้าในระยะยาวอย่างยั่งยืน และสนับสนุนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างมั่นคงและเป็นรูปธรรม