10 ธุรกิจดาวรุ่งปี 69 โอกาสทองนักลงทุน ดิจิทัล-ไลฟ์สไตล์-สุขภาพ นำทีม

30.12.25 | 19:13 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชวนจับตา 10 ธุรกิจดาวรุ่งปี 69 เผยข้อมูลสำคัญ จากการวิเคราะห์ข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลและผลการดำเนินงานของธุรกิจไทยในปี 2568 พบว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย 3 กลุ่มธุรกิจหลักที่ตอบโจทย์ยุคสมัย ครอบคลุม 10 ประเภทธุรกิจที่มีศักยภาพสูง พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนในอนาคต

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคล 11 เดือน (มกราคม – พฤศจิกายน) ปี 2568 พบว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ยังคงได้รับแรงขับเคลื่อนจากกลุ่มธุรกิจที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล รองรับสังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยจัดอันดับเป็น 3 กลุ่มธุรกิจดาวรุ่ง ประกอบด้วย 10 ประเภทธุรกิจที่พร้อมเติบโต

กลุ่มที่ 1 ธุรกิจดิจิทัล

กลุ่มธุรกิจที่เป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทยสู่โลกดิจิทัล จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ผูกชีวิตเข้ากับเทคโนโลยีมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจดิจิทัลไม่เพียงเติบโตเชิงปริมาณ แต่ยังยกระดับคุณภาพและมูลค่าการลงทุนอย่างชัดเจน

Advertisement
  1. ธุรกิจค้าปลีกทางอินเทอร์เน็ต (e-Commerce)

จากช่องทางเสริม สู่เครื่องจักรสร้างรายได้หลักของผู้ประกอบการไทย e-Commerce ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล แม้จำนวนผู้เล่นใหม่จะลดลงเล็กน้อย แต่เม็ดเงินลงทุนกลับขยายตัวก้าวกระโดด สะท้อนการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่และมืออาชีพมากขึ้น

ข้อมูลปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.)

  • จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 1,702 ราย ลดลง 6% จากปีก่อน
  • ทุนจดทะเบียน 7,204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169%
  • แม้จำนวนผู้ประกอบการจะลดลง แต่เงินลงทุนกระโดดขึ้นอย่างมาก สะท้อนการเข้ามาของผู้ประกอบการคุณภาพสูง และการขยายตัวของ Social Commerce กับ Live Streaming อย่างต่อเนื่อง
  1. ธุรกิจบริการดิจิทัล

เบื้องหลังความเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล คือโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแรง ธุรกิจบริการดิจิทัล ทั้ง Hosting, e-Marketplace และการบริหารจัดการข้อมูล กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่รองรับการขยายตัวของแพลตฟอร์มและบริการออนไลน์ทุกประเภท

ข้อมูลปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.)

  • จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 318 ราย เพิ่มขึ้น 21%
  • ทุนจดทะเบียน 3,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88%
  • อัตราการจัดตั้งใหม่สูงขึ้นอย่างมาก สะท้อนบทบาทโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเฟื่องฟู
  1. อุตสาหกรรมการผลิตส่วนประกอบ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ธุรกิจต้นน้ำที่ยืนอยู่หลังความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระดับโลก อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการรองรับยานยนต์ไฟฟ้า ระบบสื่อสารยุคใหม่ และอุปกรณ์อัจฉริยะ

ข้อมูลปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.)

  • จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 178 ราย ลดลง 9.64%
  • ทุนจดทะเบียน 7,460 ล้านบาท พุ่งขึ้น 145.18%
  • ผู้ผลิตสำคัญรองรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ระบบสื่อสาร 5G/6G และอุปกรณ์ IoT ที่มีอัตราเติบโตสูง
  1. ธุรกิจการเงินและการลงทุน

เมื่อโลกการเงินเดินหน้าเข้าสู่ยุคไร้สาขา ธุรกิจการเงินไทยกำลังเร่งปรับตัวสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการพัฒนา Virtual Bank เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.)

  • จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 2 ราย ทุนจดทะเบียน 550 ล้านบาท
  • รายได้รวมปี 2567: 1,186,622 ล้านบาท เติบโต 21%
  • ธนาคารปรับตัวสู่ Virtual Bank เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันยุคดิจิทัล

กลุ่มที่ 2 ธุรกิจไลฟ์สไตล์

กลุ่มต่อมาคือกลุ่มไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์วิถีชีวิต ความชอบ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่เน้นประสบการณ์ อารมณ์ ความรู้สึก และตัวตนของลูกค้า ประกอบด้วย 5 ประเภทธุรกิจหลักที่มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

  1. ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกเครื่องสำอาง

ธุรกิจความงามยังคงขายได้เสมอ แม้เศรษฐกิจผันผวน ธุรกิจเครื่องสำอางเติบโตสวนกระแส จากกระแสดูแลตัวเองและการขยายตัวของการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์

ข้อมูลปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.)

  • จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 1,457 ราย เพิ่มขึ้น 3%
  • ทุนจดทะเบียน 2,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5%
  • รายได้รวมปี 2567: 195,692 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5%
  • ได้แรงหนุนจากการซื้อออนไลน์และ Social Commerce ที่ขยายตัว
  1. ธุรกิจออกแบบตกแต่งภายใน ผลิตภัณฑ์ไม้ และเฟอร์นิเจอร์

จากงานช่างสู่ธุรกิจดีไซน์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการไทยหันมาเน้นงานออกแบบและเอกลักษณ์สินค้า เพื่อตอบโจทย์ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ข้อมูลปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.)

  • จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 555 ราย เพิ่มขึ้น 8%
  • ทุนจดทะเบียน 964 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%
  • รายได้รวมปี 2567: 144,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%
  • การส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไทยปี 2568 ขยายตัว 3% จากการเร่งนำเข้าสินค้าของคู่ค้าก่อนมาตรการภาษีมีผลบังคับใช้
  1. ธุรกิจผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง

ธุรกิจที่ได้รับแรงหนุนจากพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้ความต้องการสินค้าระดับพรีเมียมขยายตัวสูงขึ้น ครอบคลุม 2 ประเภทย่อย คือ การผลิตอาหารสำเร็จรูปสำหรับสัตว์เลี้ยง และร้านขายปลีกสัตว์เลี้ยงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่น่าจับตามอง

ข้อมูลปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.)

  • จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 214 ราย เพิ่มขึ้น 2%
  • ทุนจดทะเบียน 392 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48%
  • รายได้รวมปี 2567: 101,133 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%
  • พฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกครอบครัวผลักดันความต้องการสินค้าพรีเมียม
  1. ธุรกิจเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มไลฟ์สไตล์

ธุรกิจเครื่องดื่มกลายเป็นภาพสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ แม้จำนวนผู้ประกอบการลดลง แต่มูลค่าการลงทุนกลับเพิ่มสูง สะท้อนการแข่งขันด้านนวัตกรรมและแบรนด์

ข้อมูลปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.)

  • จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 153 ราย ลดลง 30%
  • ทุนจดทะเบียน 11,321 ล้านบาท พุ่งขึ้น 28 เท่า (เพิ่มขึ้น 10,790 ล้านบาท)
  • รายได้รวมปี 2567: 105,692 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97%
  • แม้จำนวนการจัดตั้งลดลง แต่มูลค่าทุนเพิ่มสูงขึ้นกว่า 135 เท่า สะท้อนการลงทุนขนาดใหญ่ในธุรกิจนวัตกรรมเฉพาะทาง
  1. ธุรกิจผลิตภาพยนตร์

Soft Power ไทยยังเดินหน้าสร้างมูลค่าบนเวทีโลก ธุรกิจภาพยนตร์และซีรีส์ โดยเฉพาะกลุ่มวาย กลายเป็นสินค้าส่งออกทางวัฒนธรรมที่สร้างกำไรได้อย่างโดดเด่น

ข้อมูลปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.)

  • จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 138 ราย ลดลง 1 ราย (ลดลงเพียง 7%)
  • ทุนจดทะเบียน 189 ล้านบาท ลดลง 9%
  • รายได้รวมปี 2567: 13,411 ล้านบาท ลดลง 4%
  • กำไรสุทธิปี 2567: 474 ล้านบาท พุ่งขึ้น 3%
  • แม้รายได้ลดลง แต่กำไรพุ่งทะยานเกือบเท่าตัว จากการส่งออกลิขสิทธิ์และกิจกรรมแฟนมีตติ้ง

กลุ่มที่ 3 ธุรกิจสุขภาพ

กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของโลก ควบคู่ไปกับการรองรับสังคมผู้สูงอายุที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจสถานพยาบาลและเภสัชภัณฑ์

ธุรกิจที่มีศักยภาพสูงในการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยครอบคลุม 3 ประเภทย่อย ได้แก่ การค้าส่ง/ค้าปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์, โรงพยาบาล และโรงพยาบาลเฉพาะทาง ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการของผู้สูงอายุที่มีความมั่งคั่งสูง รวมถึงการปรับตัวใช้เทคโนโลยี Caretech เช่น AI และ IoT เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและมาตรฐานบริการให้เทียบเท่าสากล

ข้อมูลปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.)

  • จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 1,648 ราย เพิ่มขึ้น 2%
  • ทุนจดทะเบียน 3,480 ล้านบาท ลดลง 7%
  • รายได้รวมปี 2567: 1,103,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9%
  • ขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลางทางการแพทย์ของโลก
  • รองรับสังคมผู้สูงอายุที่ขยายตัว คาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายผู้สูงอายุปี 2572 จะพุ่งแตะ 2 ล้านล้านบาท
  • ปรับตัวใช้เทคโนโลยี Caretech (AI, IoT) เพื่อยกระดับมาตรฐานสากล
  • ดึงดูดลูกค้าต่างชาติและรองรับการเป็น Retirement Destination

ทั้ง 10 ธุรกิจดาวรุ่งในปี 2569 สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจไทยที่กำลังปรับโครงสร้างสู่การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความต้องการด้านไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มดิจิทัลที่เป็นฐานเศรษฐกิจใหม่ กลุ่มไลฟ์สไตล์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม หรือกลุ่มสุขภาพที่รองรับสังคมผู้สูงอายุ ธุรกิจเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนในการวางกลยุทธ์ให้ทันกระแส และต่อยอดโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวของเศรษฐกิจไทย

“กลุ่มธุรกิจดาวรุ่งดังกล่าวสะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่กำลังปรับตัวเข้าสู่การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีควบคู่กับการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและนักลงทุนในการวางแผนธุรกิจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเตรียมรับมือกับแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ” อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทิ้งท้าย