กทพ. พลิกโฉมใต้ทางด่วนฉลองรัช เปิด “ลานสร้างสุขพิเศษ รวมใจ” เสริมสุขภาวะเยาวชน

13.01.26 | 15:33 น.

ท่ามกลางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ ยังคงเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินควบคู่กันไป การใช้ประโยชน์จากพื้นที่เมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะพื้นที่ใต้ทางพิเศษ จึงกลายเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างพื้นที่สาธารณะเพื่อสุขภาวะของชุมชนอย่างยั่งยืน

ด้วยเหตุนี้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ภายใต้กระทรวงคมนาคม จึงได้เดินหน้าสานต่อพันธกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวโครงการ “ลานสร้างสุขพิเศษ รวมใจ โดยการทางพิเศษฯ” ณ ลานกีฬาวังทองหลาง (ฝั่งเหนือ) บริเวณพื้นที่ใต้ทางพิเศษฉลองรัช เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยได้พัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นสนามบาสเกตบอล เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย สร้างสุขภาพที่ดี และเปิดพื้นที่แห่งโอกาสให้กับเยาวชนและประชาชนในชุมชนโดยรอบ ซึ่งภายในงานได้รับเกียรติจาก ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนกลุ่มงานวิชาการ กรุงเทพมหานคร และนักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติไทย ตลอดจนประชาชนจาก 4 ชุมชนในพื้นที่ ได้แก่ ชุมชนจันทราสุข, ชุมชนสุเหร่าดอนสะแก, ชุมชนลาดพร้าว 69 และชุมชนลาดพร้าว 80 เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก สะท้อนถึงพลังความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่เมืองให้เป็นแหล่งสร้างสุข สร้างโอกาส และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า ในช่วงต้นปี 2569 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เดินหน้าส่งมอบความสุขและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการมอบของขวัญปีใหม่ผ่านแคมเปญ EASY PASS Cashback คืนค่าผ่านทางพิเศษ 50% เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาครอบคลุมทางด่วนทุกเส้นทาง ก่อนจะขยายความสุขสู่ระดับชุมชนในวันที่ 7 มกราคม 2569 ด้วยการเปิดโครงการ “ลานสร้างสุขพิเศษ รวมใจ โดย การทางพิเศษฯ” บริเวณลานกีฬาวังทองหลาง (ฝั่งเหนือ) ใต้ทางพิเศษฉลองรัช ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยถูกปล่อยร้างและไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งโครงการดังกล่าว ได้มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนและคนในชุมชนผ่านกิจกรรมกีฬาบาสเกตบอล ควบคู่กับการมอบอุปกรณ์กีฬา พร้อมปรับเปลี่ยนพื้นที่ใต้ทางพิเศษให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ลดปัญหาอาชญากรรม และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Advertisement

โดยตลอดการก่อสร้างทางพิเศษในหลายเส้นทาง กทพ. ให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใต้ทางด่วนอย่างคุ้มค่า เนื่องจากบางโครงการมีค่าเวนคืนที่ดินสูงกว่าค่าก่อสร้าง หากปล่อยให้พื้นที่ว่างเปล่าไว้ย่อมถือเป็นการสูญเสียโอกาส จึงได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นสนามกีฬาและลานกิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ห่างไกลจากปัญหายาเสพติด และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ซึ่งในปัจจุบัน กทพ. ได้บริหารจัดการพื้นที่ใต้ทางพิเศษในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวมกว่า 1,348,633.81 ตารางวา แบ่งเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ร้อยละ 37.09 และพื้นที่สาธารณะเพื่อประโยชน์ของชุมชนร้อยละ 28.7 ประกอบด้วยลานกีฬา 34 แห่ง และสวนหย่อม / สวนสาธารณะ 61 แห่ง พร้อมทั้งมอบพื้นที่จำนวน 170,356.53 ตารางวา ให้กรุงเทพมหานครเป็นผู้ดูแลและพัฒนาต่อ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของชุมชน และเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ต่างๆ

นอกจากนี้ กทพ. ยังเตรียมจัดกิจกรรม “แบ่งปันรอยยิ้มกับน้องทางด่วน” ในวันที่ 9 มกราคม 2569 ด้วยการมอบของขวัญวันเด็กให้แก่โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา เขตคลองเตย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งตอกย้ำบทบาทขององค์กรที่ดำเนินงานควบคู่กับการคืนประโยชน์สู่สังคมอย่างต่อเนื่อง

“กทพ. ตอกย้ำการดำเนินงานควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบเขตทางพิเศษอย่างมุ่งมั่น โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใต้ทางพิเศษให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สาธารณะ และตอบโจทย์ความต้องการของคนในชุมชนอย่างแท้จริง” ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กล่าว

พร้อมกันนี้ ภายในงานยังจัดกิจกรรมเสวนาเพื่อพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างตัวแทนชุมชน ศิลปิน และนักกีฬาทีมชาติ ในหัวข้อ “การสร้างแรงบันดาลใจทางกีฬา” เพื่อถ่ายทอดมุมมอง ประสบการณ์ และพลังบวกในการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาตนเองและชุมชน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนและประชาชนเข้าถึงกีฬาอย่างสร้างสรรค์

นายพัทธกร ตั้งจิตการุญ ตัวแทนชุมชน Respect 71 เล่าว่า เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นสนามบาสเกตบอลของชุมชน ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง จึงมีทั้งนักกีฬา เยาวชน และครอบครัวเข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเย็น ผู้ใช้งานต่างมีแนวคิดร่วมกันในการดูแลและพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม เห็นได้จากวัฒนธรรมการช่วยกันทำความสะอาดสนามก่อนเริ่มเล่น เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

นอกจากนี้ ยังมีการร่วมกันปรับปรุงสนามในด้านต่างๆ เช่น ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการใช้งานในช่วงค่ำ และการติดตั้งตาข่ายกั้นเพื่อป้องกันอันตรายจากสนามกีฬาข้างเคียง สะท้อนถึงความใส่ใจด้านความปลอดภัยของผู้ใช้งานทุกคน และสำหรับชื่อ “Respect” มีที่มาจากความตั้งใจที่อยากจะให้สนามแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งการเคารพซึ่งกันและกัน แม้ผู้มาใช้จะมีความหลากหลาย แต่ทุกคนมารวมตัวกันด้วยความรักในกีฬาบาสเกตบอล พร้อมแบ่งปันทักษะและประสบการณ์ สร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้และความร่วมมือในชุมชน

นายเศรษฐพงศ์ เพียงพอ หรือ เต๋า ศิลปินและแขกรับเชิญ กล่าวถึงพลังของกีฬาว่า กีฬาเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ จากประสบการณ์ที่เริ่มเล่นกีฬาตั้งแต่วัยเด็กโดยไม่เคยคาดคิดว่าจะต่อยอดสู่อนาคต จนกลายเป็นโอกาสในหน้าที่การงานและเปิดประสบการณ์ระดับนานาชาติ โดยเฉพาะกีฬากอล์ฟที่พาเขาเดินทางไปต่างประเทศและพบซูเปอร์สตาร์ระดับโลก กีฬาจึงไม่เพียงมอบโอกาสใหม่ๆ แต่ยังสร้างสุขภาพที่ดีและช่วยให้ห่างไกลจากยาเสพติด พร้อมฝากถึงเด็กและเยาวชนให้เล่นกีฬาอย่างมีความสุข ไม่เคร่งเครียดเกินไป เพราะหากเริ่มจากความรักและความชอบ กีฬาจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่อยู่กับเราได้อย่างมีคุณค่า

เช่นเดียวกับ อาร์ม – ณัฐกานต์ เมืองบุญ นักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติไทย เล่าถึงประสบการณ์ว่า ความรู้สึกท้อแท้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักกีฬาแทบทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงของการฝึกซ้อมที่ต้องใช้ความหนัก ความอดทน และความสม่ำเสมอ ซึ่งในวัยเด็กอาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมจึงต้องซ้อมอย่างเข้มข้นหรือใช้ร่างกายอย่างหนักหน่วง แต่เมื่อถึงวันแข่งขัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะสะท้อนให้เห็นว่า การฝึกซ้อมที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เพราะผลงานในสนามล้วนเป็นผลจากสิ่งที่สะสมมาในแต่ละวัน และความสำเร็จทางกีฬาก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่วินัย ความซื่อสัตย์ต่อตนเอง และความทุ่มเทในการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ โดยเชื่อว่านักกีฬาทุกคนไม่ว่าจะเล่นกีฬาประเภทใด ต่างมีความฝันร่วมกันคือการก้าวสู่ทีมชาติ และหากสามารถยึดมั่นในเป้าหมาย ฝึกซ้อมอย่างจริงจังและไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ความฝันของเยาวชนทุกคนย่อมมีโอกาสกลายเป็นความจริงได้ในที่สุด

“ดีใจและเป็นเกียรติมากที่ได้มาร่วมกิจกรรมลานสร้างสุขพิเศษในวันนี้ สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการได้เห็นพลังและความตั้งใจของน้องๆ เยาวชนทุกคนมีความกระตือรือร้น การที่ กทพ. ได้พัฒนาพื้นที่ตรงนี้ให้กลายเป็นสนามบาสเกตบอลที่มีมาตรฐานถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ทำให้น้องๆ สามารถฝึกซ้อมได้อย่างเต็มที่และปลอดภัย เหมือนได้ซ้อมในสนามแข่งจริงๆ” อาร์ม กล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมบาสเกตบอลคลินิก เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนที่มีใจรักกีฬาบาสเกตบอลได้ฝึกซ้อมและเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของนักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติไทย อย่าง เดฟ – สุขเดฟ โคเคอร์ พร้อมกับกิจกรรมการแข่งขันบาสเกตบอล 3×3 ระหว่างตัวแทนโครงการพร้อมด้วยอินฟลูเอนเซอร์ พบกับเยาวชนในชุมชนพื้นที่ เพื่อสร้างความสนุกสนาน เสริมทักษะ และเชื่อมความสัมพันธ์อันดีผ่านพลังของกีฬา

จากทั้งหมดที่กล่าวมา ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและความมุ่งมั่นของ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ในการพัฒนาพื้นที่ใต้ทางพิเศษให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งสร้างพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพ การออกกำลังกาย และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเติบโตไปพร้อมกับสังคมอย่างยั่งยืน