สถาบันโรคทรวงอก ชี้ ‘อ้วน’ จุดเริ่มต้นแก่เร็ว

26.01.26 | 16:18 น.

สถาบันโรคทรวงอก เดินหน้ารับมือปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ทวีความรุนแรงในสังคมไทย ชี้ “โรคอ้วน” คือจุดเริ่มต้นของประตูแห่งโรคสารพัด พร้อมเปิดมุมมอง “อ้วน = แก่เร็วจริงหรือ?” ผ่านเวทีเสวนาวิชาการ และเตรียมเปิดบริการ “Advanced Metabolic and Longevity Clinic” คลินิกเวชศาสตร์เมตะบอลิสมขั้นสูงและอายุยืน เพื่อดูแลประชาชนแบบองค์รวม ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างเหมาะสม 

นพ.เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาวะอ้วนถือเป็น “โรค” ชนิดหนึ่ง และเป็นจุดเริ่มต้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต รวมถึงมะเร็งหลายชนิด 

“คำถามที่ว่าอ้วนแล้วแก่เร็วจริงไหม ต้องบอกว่า อ้วนทำให้ดูโทรม ดูแก่จริง เพราะมันคือโรค และโรคก็นำไปสู่ความเสื่อมของร่างกายเร็วกว่าปกติ” 

แนวคิดดังกล่าวเป็นที่มาของการจัดงานเสวนาในหัวข้อ ‘อ้วน = แก่เร็วจริงหรือ? ความลับของอายุยืนในยุคเมตะบอลิสมพัง’ ซึ่งสถาบันโรคทรวงอกจัดขึ้น เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่สังคม โดยมีผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง นำโดย นพ.เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก, ดร.นพ.วิวัฒน์ รอดประเสริฐ อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, พญ.อภิชญา ธันยาวุฒิ อายุรแพทย์โรคผิวหนัง โรงพยาบาลกลาง และ ไดอาน่า จงจินตนาการ พิธีกรและนักแสดง ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ด้านสุขภาพในชีวิตประจำวัน

Advertisement

ปรับพฤติกรรม ก่อนโรคถามหา 

นพ.เขตต์ กล่าวว่า เหตุผลสำคัญของการจัดงานเสวนาดังกล่าว เพื่อชวนให้ประชาชน “ขยับตัวให้เร็วขึ้น” ตั้งแต่วันที่เริ่มอ้วน ก่อนจะพัฒนาไปสู่โรค NCDs เต็มรูปแบบ 

“นโยบายสาธารณสุขของไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับ NCDs ก็จริง แต่เมื่อเกิดโรคแล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนการรักษา การใช้ยา ค่าใช้จ่ายสูง และหลายคนมีโรคแทรกซ้อนตามมา เราอยากดึงจุดเริ่มต้นกลับมาให้เร็วกว่าเดิม คือช่วงที่เพิ่งเริ่มอ้วน และยังสามารถแก้ไขด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ เริ่มจากการกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชม.ต่อวัน” 

(นพ.เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก)

และเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้รับการรักษาแบบถูกต้องตามหลักวิชาการ สถาบันโรคทรวงอกจึงเตรียมเปิด “Advanced Metabolic and Longevity Clinic” อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 30 มกราคม 2569 ซึ่งจะเปิดให้บริการเวลา 08.00 – 12.00 น. โดยมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไม่ใช่เพียงการใช้ยาเพื่อลดน้ำหนัก แต่ผสานศาสตร์ด้าน Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ เข้ากับการปรับพฤติกรรมในระยะยาว 

“ปัจจุบันการรักษาโรคอ้วนเป็นสิ่งที่กำลังเติบโตมากในต่างประเทศ แม้แต่ในเมืองไทยเอง แต่เราไม่อยากให้คนมุ่งเน้นไปในเรื่องการใช้ยาอย่างเดียว เพราะผอมได้ก็กลับมาอ้วนใหม่ได้ ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ เราจึงมองการลดน้ำหนักควบคู่กับการออกแบบชีวิตให้สุขภาพดีไปจนถึงอนาคต เราอยากรวบรวมศาสตร์หลายๆ ส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเข้ามาอยู่รวมกันในคลินิกนี้” 

ยกระดับบริการ มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านปอด–หัวใจ 

นพ.เขตต์ยังกล่าวถึงภารกิจสำคัญหลังเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอกในช่วง 3 เดือนแรกว่า สิ่งแรกที่เร่งดำเนินการคือ การยกระดับบริการให้ผู้ป่วยได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาความแออัดและการจอดรถ ซึ่งถือเป็น Pain Point ของผู้มาใช้บริการ 

“สิ่งที่เราทำตอนนี้คือหาพาร์ตเนอร์ในละแวกข้างเคียง ซึ่งตอนนี้เราได้ร่วมมือกับโลตัสเพื่อจัดจุดจอดรถและจุดเช็กอินนอกโรงพยาบาลในอนาคต บางบริการอาจไม่จำเป็นต้องเข้ามาในตัวอาคาร เช่น การเจาะเลือด, การฉีดวัคซีน เป็นต้น เพื่อลดความแออัดและเพิ่มคุณภาพการบริการ”

ขณะเดียวกัน สถาบันโรคทรวงอกยังคงมุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านโรคปอดและหัวใจ โดยมีแผนติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ CT Photon ซึ่งเป็นเครื่องแรกของกระทรวงสาธารณสุข สามารถตรวจคัดกรองมะเร็งปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ด้วยปริมาณรังสีต่ำมาก เทียบเท่าเอกซเรย์ปอดเพียงแผ่นเดียว คาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ของปี 2569

สื่อ – เครือข่ายสุขภาพ พลังสำคัญเข้าถึงประชาชน

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอกยังย้ำด้วยว่า ความร่วมมือกับสื่อมวลชนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแม้จะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีทันสมัย แต่หากประชาชนไม่รับรู้ ก็ไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ ซึ่ง “มติชน” ถือเป็นสื่อหนึ่งที่มีชื่อเสียงและประชาชนติดตามจำนวนมาก จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้ข้อมูลด้านสุขภาพเข้าถึงสังคมได้กว้างขึ้น รวมถึงการเข้าร่วมงาน ‘Thailand Healthcare 2026’ ซึ่งจัดโดยมติชน ระหว่างวันที่ 25 – 28 มิถุนายน 2569 ณ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ โดยสถาบันโรคทรวงอกจะนำบริการทางการแพทย์และองค์ความรู้ไปให้บริการประชาชนฟรี ภายใต้ธีม Longevity การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

ในช่วงท้าย นพ.เขตต์ ฝากข้อคิดเรื่องการลดน้ำหนักว่า ไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าสูงเกินไปในทันที แต่แนะนำให้ตั้งเป็นขั้นไว้

“แค่ลดน้ำหนักได้ 5% ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแล้ว มีสุขภาพที่ดีขึ้น ลด 10% ช่วยลดการพึ่งพายา และถ้าลดได้ถึง 15% อาจลดความรุนแรงของหลายโรคได้ เรื่องการลดน้ำหนักผมชอบพูดเสมอว่า เงินล้านแรกหายากยังไง การลดน้ำหนัก 10 กิโลแรกก็ยากแบบนั้น แต่วันนี้มีศาสตร์และแนวทางที่ถูกต้อง ปลอดภัย ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสถาบันโรคทรวงอกก็พร้อมที่จะช่วยให้คนไทยลดน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย”