“โลกออนไลน์เปรียบเสมือนสายน้ำที่ใช้ร่วมกัน หากทุกคนช่วยกันสอดส่องและยับยั้งไม่ให้มีการทิ้งขยะหรือสารพิษลงในแม่น้ำสายนี้ เราจะมีนิเวศสื่อสุขภาวะที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับทุกคน”
นั่นคือทัศนะของ นางญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในโอกาสผนึกกำลังกับ บริษัท ทูลมอร์โร จำกัด (Toolmorrow) เปิดตัว แพลตฟอร์มชุมชนเฝ้าระวังสื่อ (Media Guardian) อย่างเป็นทางการ เพื่อนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นเครื่องมือบำบัดวิกฤตมลพิษดิจิทัล ทั้งจากปัญหามิจฉาชีพ การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ และความขัดแย้งรุนแรงที่ทำให้สังคมส่วนใหญ่เลือกที่จะนิ่งเฉยเพื่อหลีกเลี่ยงดราม่า
ความจำเป็นในการสร้างเกราะป้องกันดังกล่าว สะท้อนชัดจากสถิติคดีออนไลน์ปี 2568 ที่พุ่งสูงถึง 3.8 แสนเรื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานช่วงอายุ 31-40 ปี ที่ตกเป็นเหยื่อและต้องเผชิญความเครียดสะสมจนส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาวะ สถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงนี้ส่งผลให้ สสส. ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรม AI เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวบนแพลตฟอร์ม เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและประเมินปัจจัยที่กระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้งานอย่างแม่นยำ

นางญาณี รัชต์บริรักษ์ ผอ.สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส.
นางญาณี ระบุว่า ท่ามกลางวิถีชีวิตที่ไม่สามารถแยกขาดจากโลกไซเบอร์ได้ บทบาทของ สสส. จึงขยับจากการเป็นเพียงผู้เฝ้าระวัง ไปสู่การวางรากฐานเพื่อสร้างทักษะการตระหนักรู้แก่ประชาชนในวงกว้าง โดยแพลตฟอร์ม Media Guardian จะทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนให้ผู้คนกล้าส่งเสียงอย่างสร้างสรรค์ ผ่านคำแนะนำของ AI ที่ช่วยออกแบบแนวทางการสื่อสารให้ ‘นุ่มนวลแต่ทรงพลัง’ เปรียบเสมือนการฝึกฝนกล้ามเนื้อทางปัญญาให้เข้มแข็ง จนการมีสติเท่าทันสื่อ และกลายเป็นทักษะติดตัวที่สามารถรับมือกับทุกเนื้อหาได้อย่างมืออาชีพ

นอกจากมิติทางสังคมแล้ว เครื่องมือดังกล่าวยังขยายผลไปสู่การดูแลสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มพ่อแม่ยุคใหม่ที่กังวลเรื่องการเข้าถึงสื่ออันตรายของบุตรหลาน อาทิ พนันออนไลน์หรือเนื้อหาลามกอนาจาร ระบบจะช่วยเปลี่ยนความวิตกกังวลให้กลายเป็นบทสนทนาที่สร้างความเข้าใจ ลดการตำหนิ พร้อมชวนคิดเพื่อให้เด็กเกิดความฉุกคิดด้วยตนเอง ขณะเดียวกันยังเป็นโล่ป้องกันสำคัญสำหรับผู้สูงอายุในการรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมมิจฉาชีพ นับเป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาเสริมสร้างความปลอดภัยและความสัมพันธ์อันดีภายในบ้าน
เพื่อให้นิเวศสื่อสุขภาวะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม สสส. เดินหน้าสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย นำร่องใช้งานแพลตฟอร์ม Media Guardian ในโรงเรียน 5 แห่ง และองค์กรเอกชน 10 แห่ง โดยมุ่งเป้าเปลี่ยนผ่านประชาชนสู่การเป็น ‘พลเมืองเฝ้าระวังสื่อเชิงรุก’ (Active Citizen) ให้ได้ 1,000 คน ภายในปี 2569 ซึ่งสมาชิกในชุมชนเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการสอดส่องและรับมือภัยออนไลน์อย่างเป็นระบบ เพื่อร่วมกันกอบกู้พื้นที่ดิจิทัลให้กลับมาสะอาด-ปลอดภัยสำหรับคนทุกวัยในที่สุด

นายสุรเสกข์ ยุทธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ทูลมอร์โร จำกัด (Toolmorrow) ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการฯ
ด้าน นายสุรเสกข์ ยุทธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ทูลมอร์โร จำกัด (Toolmorrow) ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการชุมชนเฝ้าระวังสื่อ เสริมว่า แพลตฟอร์ม Media Guardian ถูกออกแบบมาเพื่อทลายข้อจำกัดของ Generative AI ทั่วไปที่มักมีความซับซ้อนในการใช้งาน ระบบนี้ได้ปรับกระบวนการให้ง่ายขึ้น เพียงล็อกอินด้วยบัญชี Google หรือ Line แล้วบันทึกภาพหน้าจอหรือคัดลอกข้อความที่เป็นปัญหาเข้าสู่ระบบ พร้อมเลือกเป้าหมายที่ต้องการ เช่น การแสดงความคิดเห็นต่อเจ้าของโพสต์ หรือการตั้งคำถามกับคนในครอบครัว
จากนั้นระบบจะวิเคราะห์และนำเสนอทางเลือกบทสนทนา 3 รูปแบบตามความเหมาะสมของบุคลิกผู้ใช้ ร่วมกับฐานข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อประมวลผลคำแนะนำ รวมถึงบทสนทนาเชิงสร้างสรรค์ภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาที นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้สามารถดำเนินการร้องเรียนได้อย่างถูกต้องตามช่องทาง
“เครื่องมือนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อตัดสินหรือสั่งห้ามเพียงอย่างเดียว แต่เรามุ่งหวังสร้างทักษะการตั้งคำถามเพื่อให้สังคมเกิดความฉุกคิดในการเสพสื่อร่วมกัน เราเชื่อว่าการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ผ่านเทคโนโลยี AI จะเป็นสะพานสำคัญที่ช่วยเชื่อมช่องว่างระหว่างวัยและลดความขัดแย้ง เพื่อเปลี่ยนให้ทุกคนกลายเป็นผู้ร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพ”

นายสุรเสกข์ ย้ำว่า หัวใจสำคัญของเครื่องมือนี้ คือการส่งเสริมวาทศิลป์เชิงบวกเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งบนโลกดิจิทัลครอบคลุมปัญหาหลัก 7 ด้าน ประกอบด้วย เนื้อหาด้านเพศ ภาษาที่ไม่เหมาะสม ความรุนแรง ความคิดความเชื่อ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี พนันออนไลน์ และการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่มีบทบาทหลากหลาย ทั้งในฐานะผู้ปกครอง เพื่อนร่วมงาน หรือพลเมืองออนไลน์ เพื่อให้ผู้รับสารเกิดความตระหนักรู้โดยไม่รู้สึกว่าถูกสั่งสอนหรือตำหนิจากคู่สนทนา
ในอนาคต โครงการฯ คาดหวังว่าเครื่องมือนี้จะเป็นฟันเฟืองในการสร้างแกนนำพลเมืองดิจิทัล ที่กล้าตั้งคำถามและใช้ชุดความคิดสร้างสรรค์เปลี่ยนโลกโซเชียลให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ลดปัญหาความรุนแรงทางคำพูด ตลอดจนปกป้องบุตรหลานจากการเลียนแบบพฤติกรรมที่เป็นอันตราย ผ่าน ‘การสื่อสารเชิงบวก’ ซึ่งจะกลายเป็นอาวุธสำคัญที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยในระยะยาว

ท่ามกลางกระแสข้อมูลที่เชี่ยวกราก การขยับตัวของ สสส. ผ่านแพลตฟอร์ม ‘Media Guardian’ จึงเปรียบเสมือนการสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลที่แข็งแกร่ง นำพาสังคมไทยไปสู่นิเวศสื่อที่สะอาด ปลอดภัย และสร้างสรรค์ เพราะที่สุดแล้ว พลังในการเปลี่ยนแปลงโลกออนไลน์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นที่ ‘สติ‘ และ ‘เสียง‘ ของพลเมืองดิจิทัลทุกคน

