EGCO Group รุกตลาดสหรัฐฯ ขยายฐานสู่ก้าวต่อไปของการเติบโต

17.08.26 | 16:34 น.

สำหรับ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เส้นทางสู่การเติบโตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน แต่ยังขยายไปถึงตลาดไฟฟ้าสำคัญของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่นิวเจอร์ซีย์และเพนซิลเวเนีย ไปจนถึงแมสซาชูเซตส์ เมน และโอไฮโอ


ภายในเวลาเพียง 5 ปี EGCO Group ได้สร้างพอร์ตโฟลิโอในสหรัฐฯ ที่ครอบคลุมทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติซึ่งมีบทบาทต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว ตลอดจนการลงทุนในบริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่

การขยายธุรกิจของ EGCO Group ในสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดไฟฟ้าสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ โดยมี Data Center และ AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการใช้ไฟฟ้า ควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น การลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง และการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน การเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนและการทยอยปลดระวางโรงไฟฟ้าเดิมทำให้ความมั่นคงและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้ามีความสำคัญมากขึ้น ส่งผลให้โรงไฟฟ้าสามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน มีบทบาทต่อการเติบโตของตลาดไฟฟ้าสหรัฐฯ ในระยะยาว

ณ เดือนสิงหาคม 2569 การลงทุนของ EGCO Group ในสหรัฐฯ คิดเป็นกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 1,581 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 23% ของกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นทั้งหมดของ EGCO Group

Advertisement

สหรัฐฯ จึงเป็นหนึ่งในฐานยุทธศาสตร์ที่ช่วยกระจายพอร์ตโฟลิโอ สร้างโอกาสเติบโต และเพิ่มความสมดุลระหว่างสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ในปัจจุบันกับธุรกิจพลังงานสะอาดในอนาคตของ EGCO Group

นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group กล่าวว่า “สหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับ EGCO Group เรามุ่งแสวงหาโอกาสลงทุนในโครงการคุณภาพ ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งสามารถสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า รวมทั้งต่อยอดจุดแข็งของพันธมิตรเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันในอนาคต”

เลือกลงทุนในตลาดที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง

หัวใจของกลยุทธ์ EGCO Group คือการเลือกลงทุนในตลาดไฟฟ้าที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โรงไฟฟ้า Linden Cogen ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ช่วยให้บริษัทเข้าถึงพื้นที่นิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า Compass มีสินทรัพย์ในเพนซิลเวเนียและแมสซาชูเซตส์ ซึ่งเชื่อมโยงกับศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ

ความน่าสนใจของตลาดไฟฟ้าในสหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละภูมิภาค ทั้งความต้องการใช้ไฟฟ้า ความเพียงพอของกำลังผลิต โครงข่ายส่งไฟฟ้า โครงสร้างตลาด และนโยบายพลังงานของแต่ละรัฐ การคัดเลือกโอกาสในการลงทุนโดยละเอียดจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างมูลค่าระยะยาว

EGCO Group เริ่มลงทุนในสหรัฐฯ ในปี 2564 ด้วยการเข้าถือหุ้นใน Linden Cogen โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ตั้งอยู่ในเมืองลินเดน รัฐนิวเจอร์ซีย์ ต่อมาในเดือนธันวาคม 2568 บริษัทเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 38%

Linden Cogen ตั้งอยู่ใกล้โครงข่ายก๊าซธรรมชาติและศูนย์กลางความต้องการใช้ไฟฟ้า โดยมีทั้งการจำหน่ายไฟฟ้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าในพื้นที่นิวยอร์ก รวมถึงการจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำภายใต้สัญญาระยะยาวให้แก่โรงกลั่นน้ำมัน Bayway รูปแบบรายได้มีทั้งส่วนของสัญญาระยะยาวและรายได้ที่เชื่อมโยงกับตลาดไฟฟ้านี้

ในปี 2566 หน่วยผลิตหนึ่งของ Linden Cogen คือ Linden Cogen หน่วยที่ 6 ได้รับการปรับปรุงให้รองรับการผสมก๊าซไฮโดรเจนกับก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าได้ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 10% ซึ่งสะท้อนการเตรียมความพร้อมเชิงเทคนิคสำหรับทางเลือกเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำในอนาคต

EGCO Group ยังถือหุ้น 50% ในกลุ่มโรงไฟฟ้า Compass ซึ่งประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 3 แห่ง ได้แก่ Marcus Hook ในรัฐเพนซิลเวเนีย และ Milford กับ Dighton ในรัฐแมสซาชูเซตส์ โดย Marcus Hook มีสัญญาระยะยาวในการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ Long Island Power Authority ควบคู่กับรายได้จากตลาดไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง

สินทรัพย์เหล่านี้ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่ความมั่นคงของระบบไฟฟ้าเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง เช่น ฤดูหนาว โรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่นจึงยังมีบทบาทไม่น้อยในการสนับสนุนเสถียรภาพของระบบพลังงาน

ต่อยอดการเติบโตจากพลังงานสะอาด

กลยุทธ์ของ EGCO Group ในสหรัฐฯ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การลงทุนในสินทรัพย์ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว บริษัทยังถือหุ้น 17.46% ใน Apex Clean Energy ผู้พัฒนาโครงการพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในรัฐเวอร์จิเนีย

Apex มีความเชี่ยวชาญตั้งแต่การพัฒนาโครงการ การขออนุญาต การจัดหาเงินทุน การก่อสร้าง ไปจนถึงการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 บริษัทมีโครงการระหว่างพัฒนารวมกว่า 57 กิกะวัตต์ และมีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 698 เมกะวัตต์ ดังนั้น ความร่วมมือกับ Apex จึงเปิดโอกาสให้ EGCO Group เข้าถึงโครงการพลังงานสะอาดที่หลากหลาย และสามารถพิจารณาร่วมลงทุนในโครงการที่มีความพร้อม สอดคล้องกับเกณฑ์การลงทุนของบริษัท

หนึ่งในความร่วมมือที่สำคัญ คือการต่อยอดไปสู่การลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle II กำลังผลิตรวม 251 เมกะวัตต์ซึ่ง EGCO Group ถือหุ้น 49% ประกอบด้วยโครงการพลังงานลม Downeast Wind ในรัฐเมน และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ Wheatsborough Solar ในรัฐโอไฮโอ ซึ่งเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2568

การมีทั้งสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนที่ดำเนินงานแล้ว และช่องทางเข้าถึงโครงการใหม่ในอนาคตผ่าน Apex ช่วยเสริมความสมดุลระหว่างการสร้างรายได้ในปัจจุบันและโอกาสการเติบโตในระยะยาว ทั้งยังสนับสนุนเป้าหมายของ EGCO Group ในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตโฟลิโอเป็น 30% ภายในปี 2573 อีกด้วย

บริหารพอร์ตอย่างมีวินัย เติบโตไปกับพันธมิตร

นอกเหนือจากการเพิ่มการลงทุน EGCO Group ยังบริหารพอร์ตในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ดังเช่นการขายเงินลงทุน 49% ในโรงไฟฟ้า RISEC รัฐโรดไอแลนด์ ให้แก่ Shell Energy North America เพื่อนำเงินทุนไปสนับสนุนโอกาสลงทุนใหม่ตามกลยุทธ์การบริหารพอร์ตโฟลิโอของบริษัท การหมุนเวียนสินทรัพย์ดังกล่าวสะท้อนวินัยในการจัดสรรเงินทุน โดยมุ่งนำทรัพยากรไปสู่โอกาสที่สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจและให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาว

นายธวัชชัย กล่าวว่า “ธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยเงินลงทุนและความเชี่ยวชาญในระยะยาว การเติบโตของ EGCO Group จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มกำลังผลิต แต่เป็นการเลือกลงทุนอย่างรอบคอบ บริหารสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีจุดแข็งเสริมกัน เพื่อสร้างคุณค่าที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และชุมชนในพื้นที่ที่เราดำเนินงาน”

EGCO Group ยังคงมองหาโอกาสร่วมลงทุนกับพันธมิตรในสินทรัพย์ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว โครงการระยะพัฒนาที่มีความพร้อมสูง พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยพร้อมนำเสนอทั้งความสามารถในการลงทุน ประสบการณ์ในการบริหารสินทรัพย์พลังงาน มาตรฐานธรรมาภิบาล และแนวคิดการเติบโตร่วมกัน

จากจุดเริ่มต้นด้วยการลงทุนในโรงไฟฟ้าเพียงแห่งเดียวเมื่อ 5 ปีก่อน EGCO Group ได้สร้างพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทั้งสินทรัพย์เพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียนที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว และโอกาสเติบโตในอนาคต ซึ่งทำให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงของบริษัทได้ในระยะยาว