เปิดตัว “LEAP” เวทีประกวดศิลปนิพนธ์ ชิงรางวัลร่วมล้านบาท หนุนศิลปินรุ่นใหม่สร้างชื่อสู่สากล

2.10.26 | 16:00 น.

ในทุกเส้นทางของศิลปิน มีช่วงเวลาหนึ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือช่วงเวลาแห่งการทำ “ศิลปนิพนธ์” ผลงานชิ้นสุดท้ายก่อนก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยสู่โลกแห่งความเป็นจริง เป็นช่วงเวลาที่นักศึกษาต้องกลั่นกรองความคิด ทักษะ และตัวตนทั้งหมดออกมาเป็นผลงานหนึ่งชิ้น ทว่าที่ผ่านมา เวทีที่จะรองรับความมุ่งมั่นเหล่านี้กลับมีอยู่อย่างจำกัด นักศึกษาจำนวนไม่น้อยทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่ แต่กลับไม่มีโอกาสได้แสดงตัวตนต่อสาธารณะ หรือก้าวเข้าสู่วงการศิลปะอาชีพอย่างมั่นใจ


ช่องว่างระหว่างผลงานที่ตั้งใจสร้างกับโอกาสที่จะได้ก้าวต่อ จึงเป็นโจทย์สำคัญที่จำเป็นต้องมีพื้นที่เข้ามาเติมเต็ม เพื่อให้ศิลปนิพนธ์ได้มีผลงานชิ้นสุดท้ายของชีวิตมหาวิทยาลัย ตลอดจนเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางศิลปินในโลกแห่งความเป็นจริง

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จึงเกิดอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการศิลปะไทย กับการเปิดตัว “โครงการประกวดศิลปนิพนธ์ก้าวใหญ่ – Lokahita Emerging Artist Prize (LEAP)”ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2569 ภายใต้แนวคิด “จุดพลังก้าวใหม่ เพื่อก้าวใหญ่ ไกลสู่สากล” จากความร่วมมือระหว่างหอศิลป์ชัชวาลและมูลนิธิโลกาหิตาธรรม เพื่อสร้างเวทีที่เปิดพื้นที่ให้บัณฑิตและมหาบัณฑิตด้านศิลปะทั่วประเทศ ได้แสดงศักยภาพ ผลงาน และตัวตน ก่อนก้าวต่อไปสู่เส้นทางศิลปินอาชีพอย่างเต็มภาคภูมิ

Advertisement

นายชัชวาล รอดคลองตัน ประธานโครงการประกวดศิลปนิพนธ์ก้าวใหญ่ (LEAP) เล่าถึงจุดเริ่มต้นของโครงการว่าเกิดจากประสบการณ์ตรงในการมอบทุนการศึกษาให้นักศึกษาศิลปะมาหลายปี โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ได้ทำโครงการมอบทุนให้นักศึกษาชั้นปีต้นๆ ทั้งในนามส่วนตัวและร่วมกับผู้สนับสนุนหลายฝ่าย แต่กลับพบว่าทุนที่มอบให้ในปีแรกๆ ไม่ได้ถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้เสมอไป

จุดเปลี่ยนสำคัญจึงเกิดขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจ “เบนเข็ม” มาสนับสนุนนักศึกษาที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาและมุ่งมั่นจะประกอบอาชีพศิลปินจริงจัง โดยเริ่มต้นมอบทุนให้กับวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ซึ่งเป็นสถาบันที่ท่านสำเร็จการศึกษามา ก่อนที่แนวคิดนี้จะได้รับการต่อยอดครั้งใหญ่ผ่านการพูดคุยกับมูลนิธิโลกาหิตาธรรม ซึ่งสนใจสนับสนุนงานศิลปะอยู่แล้ว จนนำมาสู่การจัดตั้งโครงการ LEAP อย่างเป็นทางการ

“จุดแข็งของโครงการนี้คือการให้โอกาสนักศึกษาที่ยังไม่แน่ใจในอนาคตของตัวเองได้ค้นพบความชัดเจนผ่านการทำวิทยานิพนธ์ และเมื่อประสบความสำเร็จ พวกเขาจะมีความมั่นใจในการนำผลงานออกแสดงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในชีวิต ปีนี้โครงการเปิดรับเฉพาะผลงานประเภทระนาบสองมิติ อาทิ จิตรกรรม ภาพพิมพ์ และสื่อผสมบนระนาบสองมิติ โดยไม่รวมประติมากรรม และคณะกรรมการตัดสินจะประกอบด้วยศิลปินอาชีพและนักสะสมงานศิลปะ แทนที่จะเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเชื่อมโยงกับวงการศิลปะจริงตั้งแต่ก้าวแรก

“อยากเชิญชวนนักศึกษาที่จะจบทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ปีสุดท้าย ตั้งใจทำผลงานและส่งเข้ามาประกวด เพราะเมื่อคุณได้แสดงผลงาน คุณก็จะได้ประกาศตัวต่อโลกว่าคุณมีผลงานที่น่าสนใจ” นายชัชวาลกล่าวทิ้งท้าย

ศิลปะในฐานะสะพานแห่งความจริงมุมมองจากมูลนิธิโลกาหิตาธรรม

นายถิรพล บุญสูง ประธานมูลนิธิโลกาหิตาธรรม อธิบายว่ามูลนิธิดำเนินงานหลักสามด้าน ได้แก่ งานศิลปะ งานแพทย์แผนไทย และการทำนุบำรุงสถานที่ทางพุทธศาสนา โดยโครงการ LEAP ถือเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจด้านศิลปะ

สิ่งที่ทำให้มูลนิธิตัดสินใจสนับสนุนโครงการนี้ คือโครงสร้างของโครงการที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะผู้ชนะเท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้ศิลปินหน้าใหม่ทุกคนที่เข้าร่วมได้รับประสบการณ์และพื้นที่แสดงผลงานอย่างเท่าเทียม ซึ่งนายถิรพลมองว่าเป็นสิ่งที่ศิลปินรุ่นใหม่ต้องการมากที่สุด นั่นคือกำลังใจและประสบการณ์ในการนำผลงานออกสู่สายตาสาธารณชน

นายถิรพลยังเชื่อมโยงโครงการนี้เข้ากับวิสัยทัศน์ระยะยาวของมูลนิธิ ที่วางแผนจะสร้างพิพิธภัณฑ์ศิลปะภายใต้แนวคิด “Truth Revealing Art” หรือศิลปะที่เปิดเผยความจริง โดยมองว่าศิลปะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสิ่งที่เป็นนามธรรมกับประสบการณ์ตรงของผู้ชม และเป็นสะพานเชื่อมโยงกับหลักธรรมทางพุทธศาสนาในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผลงานที่เกี่ยวข้องกับศาสนาโดยตรง แต่อาจเป็นการตั้งคำถามต่อความจริงในชีวิตประจำวันที่หลายคนมองข้ามไป

ด้าน นายปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ในฐานะประธานคณะกรรมการตัดสิน กล่าวถึงความสำคัญของการทำศิลปนิพนธ์ว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของนักศึกษาศิลปะ และการนำผลงานมาประกวดร่วมกันจะช่วยให้สังคมได้เห็นภาพรวมของแนวทางศิลปะร่วมสมัยที่หลากหลาย

เมื่อถูกถามถึงหลักในการเลือกหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่ดี นายปัญญาแนะนำว่านักศึกษาต้อง “รู้จักตัวเอง” ว่าสนใจเรื่องใดอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของสังคม หรือความเป็นไปของโลก โดยย้ำว่าหัวข้อไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่เสมอไป เรื่องเล็กๆ ที่สังคมยังไม่ทันสังเกตก็สามารถเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าได้ พร้อมยกตัวอย่างศิลปินระดับโลกอย่างเปาล์ เคล (Paul Klee) ที่เลือกสร้างสรรค์ผลงานขนาดเล็กเพื่อให้ผู้ชมได้จดจ่อกับอารมณ์และจิตวิญญาณของงานอย่างแท้จริง

รายละเอียดโครงการประกวดศิลปนิพนธ์ก้าวใหญ่ (LEAP)

โครงการ LEAP วางกำหนดการรับสมัครผลงานประเภทจิตรกรรมและภาพพิมพ์ระหว่างวันที่ 1-31 มีนาคม 2570 โดยจำกัดขนาดผลงานรวมกรอบไม่เกิน 200×200 เซนติเมตร เพื่อคัดเลือก 50 ผลงานเข้าร่วมแสดงในนาม “LEAP Fellows” ก่อนประกาศผลรางวัลในพิธีเปิดนิทรรศการ “LEAP Prize Night” ภายใต้แนวคิด Thesis Showcase ช่วงเดือนมิถุนายน 2570 พร้อมกิจกรรม “LEAP Collector Preview” ที่เปิดโอกาสให้นักสะสมได้เลือกชมผลงานล่วงหน้าหนึ่งวัน

รางวัลของโครงการแบ่งเป็นสองระดับ ได้แก่ ระดับบัณฑิต มอบรางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล มูลค่า 300,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และรางวัลดีเด่น 5 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 100,000 บาท และ ระดับมหาบัณฑิต มอบรางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล มูลค่า 300,000 บาท และรางวัลดีเด่น 2 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 100,000 บาท นอกจากนี้ผู้ที่ผ่านเข้ารอบร่วมแสดงทุกคนยังได้รับเงินสนับสนุนรางวัลละ 10,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการขนส่งผลงาน

เสียงสะท้อนจากรั้วมหาวิทยาลัย

นอกจากเสียงจากคณะผู้จัดงานแล้ว โครงการ LEAP ยังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากนักศึกษาศิลปะทั่วประเทศที่เดินทางมาร่วมรับฟังรายละเอียดโครงการในวันเปิดตัว ซึ่งหลายคนได้ทราบข่าวโครงการนี้ผ่านคำแนะนำของอาจารย์ประจำสาขาวิชา สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการศึกษาต่างให้ความสำคัญและผลักดันให้นักศึกษาของตนเข้าร่วมเวทีนี้ อย่างนางสาวชุติกาญจน์ พูนพิพัฒน์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ที่ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ประจำวิชาให้มาร่วมฟังรายละเอียดโครงการ แม้ยังไม่แน่ใจในหัวข้อที่จะนำเสนอ แต่เบื้องต้นสนใจอยากถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเอง และมองว่าเวทีนี้เป็นโอกาสสำคัญที่เปิดให้นักศึกษาได้ส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรมระดับใหญ่เช่นนี้

ในขณะที่นักศึกษาสายทัศนศิลป์อย่างนางสาวศิลป์ศุภา ศรีเกิด นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาจิตรกรรมไทย วิทยาลัยเพาะช่าง เผยว่าตั้งใจจะนำเสนอผลงานที่เกี่ยวข้องกับความเป็นพื้นถิ่นบ้านเกิดของตนเองในจังหวัดนนทบุรี และมองว่าแนวคิดของโครงการมีความน่าสนใจ เพราะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และนำแนวทางการทำงานของศิลปินตัวจริงมาปรับใช้กับผลงานของตัวเอง สอดคล้องกับมุมมองของนายชนินันท์ เกียรติโชคอนันต์ นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาศิลปศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่กำลังจะเริ่มทำศิลปนิพนธ์ในเดือนถัดไป เขามองว่าโครงการนี้เป็นโอกาสที่ดีในจังหวะเวลาที่เหมาะสมพอดี และรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พบปะศิลปินผู้ใหญ่หลายท่านที่มาร่วมงาน แม้หัวข้อวิทยานิพนธ์ยังไม่ชัดเจนนัก แต่เบื้องต้นสนใจทำงานแนวทักษะการวาดภาพคน (Portrait) เป็นหลัก และยอมรับว่าเมื่อได้เห็นผลงานจริงของศิลปินอย่างอาจารย์ชัชวาลแล้วรู้สึกประทับใจอย่างมาก พร้อมทิ้งท้ายว่าประสบการณ์ตรงจากเวทีนี้มีความสำคัญยิ่งกว่าตัวรางวัลเสียอีก

โครงการประกวดศิลปนิพนธ์ก้าวใหญ่ (LEAP) นับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์สำหรับศิลปินรุ่นใหม่ของไทย ทั้งในแง่ของโอกาส เงินทุน ประสบการณ์ และเครือข่ายในวงการศิลปะ ที่จะช่วยผลักดันให้ “ก้าวเล็กๆ” ของนักศึกษาวันนี้ เติบโตเป็น “ก้าวใหญ่” สู่เวทีศิลปะระดับสากลในวันข้างหน้า

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกำหนดการและความเคลื่อนไหวของโครงการ “ก้าวใหญ่” ได้ผ่านช่องทาง Social Media ของโครงการ ได้แก่ Facebook Page: ก้าวใหญ่ (https://www.facebook.com/kawyaileap ) Instagram: @kawyai_leap (https://www.instagram.com/kawyai_leap?igsh=YjB1MDkwMTQyaTFr ) และ YouTube: ก้าวใหญ่ (https://www.youtube.com/@ก้าวใหญ่ ) ซึ่งจะมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของโครงการอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ รายละเอียดโครงการก้าวใหญ่ และผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการสามารถสมัครส่งผลงานได้ที่ สมัครส่งผลงานโครงการก้าวใหญ่