ปตท. เปิดโจทย์ RE:CONNECT RATTANAKOSIN ชวนออกแบบสวนสาธารณะอนาคต เชื่อมเมือง-ธรรมชาติ-เรื่องราว

16.10.26 | 14:16 น.

พื้นที่ประวัติศาสตร์ไม่ได้มีความหมายเพียงในฐานะสถานที่ที่เก็บเรื่องราวของอดีต แต่ยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนและการเปลี่ยนแปลงของเมืองในอนาคตได้ การพัฒนาพื้นที่ลักษณะนี้จึงต้องมองให้ไกลกว่าการอนุรักษ์สิ่งที่มีอยู่เดิม แต่ต้องค้นหาวิธีเชื่อมคุณค่าทางประวัติศาสตร์เข้ากับการใช้ประโยชน์ของผู้คนในวันนี้และวันข้างหน้า


จากแนวคิดดังกล่าว บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เปิดเวทีประกวดออกแบบแนวคิดสร้างสรรค์ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’ ภายใต้หัวข้อ RE:CONNECT RATTANAKOSIN เชื่อมเมือง เชื่อมธรรมชาติ เชื่อมเรื่องราว ชวนคนจากหลากหลายสาขาร่วมเสนอแนวคิดการพัฒนาพื้นที่สาธารณะบริเวณภูเขาทอง วัดสระเกศ ป้อมมหากาฬ วัดราชนัดดารามฯ โลหะปราสาท และวัดเทพธิดารามฯ เพื่อมองหาแนวทางที่ทำให้พื้นที่ประวัติศาสตร์สามารถเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตของผู้คน และการเปลี่ยนแปลงของเมืองได้อย่างเหมาะสม

เข้าใจพื้นที่ ก่อนออกแบบอนาคต

โจทย์ของการประกวดครั้งนี้ไม่ได้มุ่งหาแบบก่อสร้างหรือผู้รับจ้างออกแบบ แต่ต้องการ ‘แนวคิด’ ที่สามารถนำไปศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาต่อยอดสู่การออกแบบพื้นที่จริงในอนาคต ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการออกแบบพื้นที่ให้สวยงาม แต่ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจพื้นที่อย่างรอบด้าน ทั้งประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ สถาปัตยกรรม โบราณคดี ตลอดจนวิถีชีวิตของชุมชน ก่อนนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาเป็นแนวคิดที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้คน โดยยังคงรักษาคุณค่าของพื้นที่เดิมไว้

Advertisement

พลตรี ปริญ รื่นภาควุฒิ ประธานคณะกรรมการตัดสินการประกวดฯ
โครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย

พลตรี ปริญ รื่นภาควุฒิ ประธานคณะกรรมการตัดสินการประกวดฯ โครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย ให้ข้อคิดถึงการน้อมนำพระราชดำริและพระบรมราโชบายมาเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการสืบสาน อนุรักษ์ รวมถึงต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของกรุงรัตนโกสินทร์ ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้ประชาชนทุกกลุ่มทุกวัย พื้นที่ประวัติศาสตร์จึงควรเป็นมากกว่าสถานที่สำหรับการเยี่ยมชม แต่สามารถเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาพักผ่อน ทำกิจกรรม พบปะ และใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยไม่ละทิ้งคุณค่าที่มีอยู่เดิม

นายบวรเวท รุ่งรุจี ประธานคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและพิจารณาแผนการดำเนินงานกรุงรัตนโกสินทร์

แนวคิดนี้สอดคล้องกับมุมมองของ นายบวรเวท รุ่งรุจี ประธานคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและพิจารณาแผนการดำเนินงานกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เผยทรรศนะว่า ผู้เข้าร่วมประกวดควรเริ่มจากการศึกษาความสัมพันธ์และอัตลักษณ์ของกรุงรัตนโกสินทร์ทั้งชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก เพราะแต่ละพื้นที่มีพัฒนาการและคุณค่าที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจรายละเอียดของพื้นที่จึงเป็นพื้นฐานสำคัญ ก่อนนำมาพัฒนาเป็นแนวคิดที่เหมาะสมกับบริบท

นอกจากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แล้ว การออกแบบยังต้องมองความสัมพันธ์กับองค์ประกอบโดยรอบ เช่น วัด สถาปัตยกรรมในแต่ละยุคสมัย รวมถึงชุมชนดั้งเดิม ขณะเดียวกัน เกาะรัตนโกสินทร์กำลังมีโครงสร้างพื้นฐานใหม่เข้ามาเชื่อมต่อกับเมือง ทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้และสายสีส้ม ซึ่งการพัฒนาองค์ประกอบของสถานีในพื้นที่ก็มีการนำข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ตลอดจนสถาปัตยกรรมมาเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด

บริบททั้งหมดจึงเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการออกแบบพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่ เพราะคำตอบของโจทย์ไม่ได้อยู่ที่การเลือกว่าจะรักษาหรือเปลี่ยนพื้นที่เพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่คือการค้นหาวิธีทำให้รากเดิมของเกาะรัตนโกสินทร์สามารถเชื่อมต่อกับการใช้ชีวิตของผู้คนและการเปลี่ยนแปลงของเมืองได้อย่างกลมกลืน

โจทย์ชัด เกณฑ์ครบ พร้อมต่อยอด

เมื่อโจทย์เปิดกว้างให้ผู้ออกแบบนำบริบทของพื้นที่มาพัฒนาเป็นแนวคิดของตัวเอง การประกวด RE:CONNECT RATTANAKOSIN จึงไม่ได้กำหนดรูปแบบของพื้นที่ไว้ตายตัว แต่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเลือกมุมมอง รวมถึงวิธีนำเสนอได้อย่างอิสระ โดยสิ่งสำคัญคือแนวคิดนั้นต้องสะท้อนความเข้าใจในพื้นที่ เชื่อมโยงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเข้ากับการใช้งานของผู้คน และมีศักยภาพที่จะนำไปศึกษาและพัฒนาต่อในอนาคต

เพื่อให้การออกแบบตอบโจทย์ของการประกวดอย่างรอบด้าน ผลงานจะได้รับการพิจารณาจาก 6 องค์ประกอบ รวม 100 คะแนน ได้แก่

  1. Heritage Concept ชัดเจน โดดเด่น ทรงพลัง การเชื่อมโยงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม 20 คะแนน
  2. Aesthetic สุนทรียภาพและความสวยงาม 20 คะแนน
  3. Creativity & Design แนวคิดความสร้างสรรค์ที่นำไปสู่เพื่อการพัฒนาในอนาคต 20 คะแนน
  4. Innovation & Sustainability แนวคิดด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน 15 คะแนน
  5. Experience การสร้างประสบการณ์ร่วมของทุกคนทุกกลุ่มทุกวัย 15 คะแนน
  6. Future Potential มีรวมถึงศักยภาพในการนำไปศึกษาและพัฒนาต่อยอด 10 คะแนน โดยมีคณะกรรมการจากหลากหลายสาขารวม 15 ท่านร่วมพิจารณา

นอกจากองค์ประกอบด้านการออกแบบแล้ว ธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวก็เป็นส่วนหนึ่งของโจทย์ที่เปิดให้ผู้เข้าร่วมตีความ โดยสามารถเลือกใช้พันธุ์ไม้ประจำจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด (ไม่รวมต้นไม้ประจำจังหวักกรุงเทพฯ) ตามความเหมาะสม และไม่จำเป็นต้องใช้ครบทั้งหมด แต่ควรพิจารณาความสัมพันธ์กับบริบท เรื่องราว และอัตลักษณ์ของพื้นที่ เพื่อให้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดและประสบการณ์การใช้งาน

สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมเสนอไอเดีย เวทีนี้เปิดรับนิสิต นักศึกษา บุคคล นิติบุคคล และหน่วยงานทั่วไป โดยไม่จำกัดอายุหรือจำนวนสมาชิกในทีม ซึ่งแต่ละบุคคลหรือทีมสามารถส่งผลงานได้ไม่เกิน 2 ผลงาน ผู้สมัครสามารถนำเสนอผลงานในรูปแบบบอร์ด PDF ขนาด A0 หรือ A1 แนวนอน ไม่เกิน 2 หน้า พร้อมไฟล์ขนาดไม่เกิน 10 MB

ภายในบอร์ดต้องประกอบด้วยชื่อผลงาน แนวคิดการออกแบบ (Conceptual Design) แนวคิดย่อย แปลนผังรวม ภาพ Perspective หลักอย่างน้อย 1 ภาพ และภาพ Perspective หรือมุมย่อยที่สอดคล้องกับแนวคิดการออกแบบ สำหรับผู้ผ่านการคัดเลือกรอบแรกจะได้รับโอกาสนำเสนอแนวคิดและที่มาของผลงานต่อหน้าคณะกรรมการ รวมทั้งจัดแสดงผลงานในนิทรรศการ โดยผู้ที่คว้ารางวัลจะได้รับรางวัลรวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินรางวัล โล่รางวัล และใบประกาศเกียรติคุณ ตลอดจนโอกาสจัดแสดงผลงานที่ได้รับรางวัลในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ณ ป้อมมหากาฬ

ใครมีมุมมองต่อเมือง มีไอเดียเรื่องพื้นที่สาธารณะ หรืออยากร่วมออกแบบอนาคตของพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดการประกวด ลิงก์ลงทะเบียน และอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: We Love PTT หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0 2537 2157